• กรุ๊ปทัวร์ แพคเกจทัวร์ บริการจัดทัวร์ต่างประเทศทั่วโลก
  • Mobile: 091 217 3790 (AIS) - 094 493 1316 (DTAC)
  • Email: info@AlwaysVacationTour.com
จอร์เจีย

จอร์เจีย-อาร์เมเนีย 8 วัน 6 คืน

รหัสทัวร์
JJ_AMN_01
ประเทศ
จอร์เจีย
ระยะเวลา
8 วัน 6 คืน
วันที่
12 มิ.ย. - 30 ต.ค. 2018
สายการบิน
แอร์อัสตาน่า
เริ่มต้นที่

49,900 บ.

กำหนดการเดินทาง

12 - 19, 19 - 26 มิ.ย. 2561
23 - 30 ต.ค. 2561

ไฮไลท์ทัวร์

(ดินแดนแห่งเทือกเขาคอเคซัสอันยิ่งใหญ่)

ล่องเรือชมความสวยงามของทะเลสาบเซวาน “BOAT IN LAKE SEVAN” แห่งอาร์เมเนีย
นั่งรถจีบขึ้นเขาชมวิวที่สวยที่สุดของประเทศจอร์เจีย นั่งกระเช้าไฟฟ้าสู่ป้อมปราการ

โปรแกรมการเดินทาง

07.00 น.   คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณอาคารผู้โดยสารขาออก มีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก ณ เคาน์เตอร์สายการบินแอร์แอสตาน่า ชั้น 4 ประตู 9 แถว U

10.15 น.   ออกเดินทางโดยสายการบินแอร์แอสตาน่า สู่ประเทศคาซัคสถาน เที่ยวบินที่ KC932

16.25 น.   เดินทางถึงสนามบินอัลมาตี้ ประเทศคาซัคสถาน เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่องสู่ประเทศจอร์เจีย

19.40 น.   ออกเดินทางโดยสายการบินแอร์แอสตาน่า สู่ประเทศจอร์เจีย เที่ยวบิน KC139 (บินประมาณ 4 ชม.)

21.50 น.   เดินทางถึงสนามบินกรุงทบิลิซี (TBILISI) ผ่านตรงคนเข้าเมืองรับกระเป๋าแล้วเดินทางสู่เมืองหลวงของประเทศจอร์เจียตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคูรา (Kura) ทบิลิซิ มีเนื้อที่ประมาณ 372 ตร.กม. และมีประชากร 1,093,000 คน

นำทุกท่านเดินทางสู่ที่พัก โรงแรม 4 ดาว ณ เมืองทบิลิซี

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมและเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม

นำท่านเดินทางไปยัง เมืองอัพลีสต์ซีคห์ (UPLISTSIKHE) เป็นบริเวณถ้ำที่ถูกทำขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในยุคการเริ่มต้นราวศตวรรษที่ 8-7 ก่อนคริสตกาล ซึ่งในอดีตเป็นเส้นทางการค้าขายสินค้าจากอินเดียสู่ทางด้านเหนือแถบหมู่บ้านมทวารี และหุบเขารีโอนีไปยังทะเลดำ และต่อไปยังด้านตะวันตก ทำให้เกิดการพัฒนาการเป็นเมืองต่าง ๆหลายเมือง และ อัพลิสต์ซิคห์ ก็เป็นเมืองหนึ่งที่เป็นศูนย์กลางการค้า ได้ถูกสร้างขึ้นในราว 1,000 ปีก่อนคริสตกาล และต่อมาก็ได้ถูกขยายออกไปจนกว้างขวาง  ให้ท่านได้ชม หมู่บ้านที่ถูกสร้างจากถ้ำ โดยมีเนื้อที่กว้างประมาณ 50 ไร่ ได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนใต้ ส่วนกลาง และส่วนเหนือ ซึ่งส่วนกลางจะมีบริเวณใหญ่ที่สุด ประกอบไปด้วยสถาปัตยกรรมการสร้างตัดหินและเจาลึกเข้าไปเป็นที่อยู่อาศัย นอกจากนั้นยังถูกสร้างให้ต่อไปยังส่วนใต้โดยผ่านอุโมงค์และทางแคบๆ และบางแห่งก็จะมีบันไดจากศูนย์กลางกระจายออกไปยังส่วนต่างๆ ถ้ำส่วนมากจะไม่มีการตกแต่งใดๆภายในเลย ถึงแม้ว่าบางแห่งจะเจาะเป็นถ้ำใหญ่โตก็จะมีเพดานห้องที่ทำเป็นที่หลบซ่อนอีกทีหนึ่ง และบางแห่งถึงแม้จะใหญ่โตแต่ก็ได้เจาะห้องเล็กๆ ทางด้านหลังหรือทางด้านข้างอีกด้วย ซึ่งบางที่อาจจะใช้ในการประกอบพิธีต่างๆได้ด้วย ในราวศตวรรษที่ 9-10 ที่ด้านบนของสถานที่แห่งนี้ได้ถูกสร้างเป็นยอดโดมด้วยหินและก่ออิฐ

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

บ่าย          นำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่ ป้อมนาริคาล่า (Narikala Fortress) ให้ท่านได้ชมป้อมปราการซึ่งเป็นป้อมโบราณที่ถูกสร้างในราวศตวรรษที่ 4 ในรูปแบบของชูริส ทซิเค อันหมายถึงรูปแบบที่ไม่มีความสม่ำเสมอกัน และต่อมาในราวศตวรรษที่ 7 สมัยของราชวงศ์อูมัยยาดได้มีการก่อสร้างต่อขยายออกไปอีก และต่อมาในสมัยของกษัตริย์เดวิด (ปีค.ศ.1089-1125) ได้มีการสร้างเพิ่มเติมขึ้นอีก ซึ่งต่อมาเมื่อพวกมองโกลได้เข้ามายึดครอง ก็ได้เรียกชื่อป้อมแห่งนี้ว่า นาริน กาลา (Narin Qala) ซึ่งมีความหมายว่า ป้อมอันเล็ก (Little Fortress) และต่อมาบางส่วนได้พังทลายลง เพราะว่าเกิดแผ่นดินไหวและได้ถูกรื้อทำลายไป

ชมบริเวณ โรงอาบน้ำแร่ กํามะถัน (Sulphur Baths) หรือภาษาจอร์เจียนเรียกว่า Abanot Ubani (อะบานู อุบานิ) เป็นสถานที่สำหรับแช่น้ำพุร้อนที่มีแร่กำมะถัน ตามตำนานเล่าขานว่าในสมัยพระเจ้าวัคตังที กอร์กัซลี นกเหยียวของพระองค์ได้ตกลงไปในบริเวณดังกล่าว จึงทําให้ค้นพบบ่อน้าพุร้อนแห่งนี้ขึ้น ลักษณะของโรง อาบน้ำคล้าย ๆ กับการออนเซนของชาวญี่ปุ่นผสมรวมกับการอาบน้ำแบบตุรกี ชมหมู่โรงอาบน้ำที่มีการสร้างและให้บริการตั้งแต่ยุคกลางจนถึงปัจจุบันที่มีรูปแบบตัวอาคารที่หลากหลาย บางแห่งสร้างเป็น หลังโดม บางแห่งมีหอมินาเร่ต์ขนาบข้าง ประดับด้วยโมเสคชินเล็กสวยงาม

ค่ำ         รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก โรงแรม 4 ดาว ณ เมือง ทบิลิซี

เช้า         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองมิทสเคต้า (MTSKHETA) ที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือห่างจากกรุงทบิลิซีประมาณ 20 กม.ในจังหวัดคาร์ทลี่ทางด้านตะวันออกของจอร์เจีย เมืองนี้นับว่าเป็นเมืองที่มีความเก่าแห่งหนึ่งของประเทศ และในปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการปกครองของแคว้นมคสเคต้า และเทียนิตี้ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 20,000 คน เนื่องจากมีโบราณสถานทางด้านประวัติศาสตร์มากมายหลายแห่ง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1994 นำท่านไป ชมวิหารจวารี ซึ่งเป็นวิหารในรูปแบบของคริสต์ศาสนาออร์โธ ด๊อกที่ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 6 วิหารแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีแม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน คือ แม่น้ามิควารี และแม่น้ำอรักวีและถ้ามองออกไปข้ามเมืองมิทสเคต้าไปยังบริเวณที่กว้างใหญ่ซึ่งในอดีตเคยเป็นอาณาจักรของไอบีเรีย (Kingdom of Iberia) ซึ่งได้เคยปกครองดินแดนในบริเวณนี้ตั้งแต่ 400 ปีก่อนคริสตกาลจนถึงราวคริสต์ศตวรรษที่ 5  นำท่านไป ชมวิหารสเวติสโคเวลี  ซึ่งเป็นโบสถ์อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ในบริเวณของมตสเคต้า ที่มีรูปแบบของจอร์เจียออร์โธด๊อกถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 11 โดยมีสถาปัตยกรรมของจอร์เจีย นำท่านออกเดินทางไปตามทางหลวงที่สำคัญซึ่งเป็นเส้นทางสำหรับใช้ในด้านการทหารที่เรียกว่า Georgian Military Highway ได้ถูกสร้างขึ้นโดยสหภาพโซเวียตในสมัยที่จอร์เจียตกอยู่ภายใต้การปกครองสำหรับใช้เป็นเส้นทางมายังภูมิภาคแห่งนี้ และเป็นถนนเส้นทางเดียวที่จะนำท่านเดินทางสู่ เทือกเขาคอเคซัสใหญ่    (Greater Caucasus) ที่มีความยาวประมาณ1,100 กม.ที่เป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างรัสเซียและจอร์เจีย ระหว่างทางให้ท่านได้ ชมป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress) เป็นสถานที่ก่อสร้างอันเก่าแก่มีกำแพงล้อมรอบและตั้งอยู่ริมแม่น้ำอรักวี ที่ตั้งอยู่ห่างจากทบิลิซีประมาณ 45 กม.ซึ่งถูกสร้าง ขึ้นให้เป็นป้อมปราการในศตวรรษที่ 16-17 ภายในยังมีโบสถ์ 2 หลังที่ถูกสร้างได้อย่างงดงามและยังมีหอคอยที่สูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ทำให้เห็นภาพทิวทัศน์อันสวยงามของเบื้องล่างและ อ่างเก็บน้ำซินวาลี (Zhinvali Reservoir) และยังมีเขื่อนซึ่งเป็นสถานที่ที่สำคัญสำหรับนำน้ำที่เก็บไว้ส่งต่อไปยังเมืองหลวง พร้อมกับผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย จากนั้นเดินทางต่อไปยัง เมืองกูดาอูรี (GUDAURI) ซึ่งเป็นเมืองสำหรับสกีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงที่ตั้งอยู่บริเวณที่ราบเชิงเขาของเทือกเขาคอเคซัสใหญ่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,100 เมตร

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย      จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองคาซเบกี้ (KAZBEGI) ซึ่งเป็นชื่อเมืองดั้งเดิม แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อ สเตพานท์สมินด้า (Stepantsminda) หลังจากนักบุญในนิกายออร์โธด๊อกชื่อ สเตฟาน ได้มาพำนักอาศัยและก่อสร้างสถานที่สำหรับจำศีลภาวนาขึ้นมาเมืองคาซเบกี้ เป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ตามริม ฝั่งแม่น้ำเทอร์กี้ที่มีความยาวประมาณ 157 กม. และตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,740 เมตร ในฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิที่อยู่ปานกลางมีความชื้นและแห้งแล้งที่ประมาณ 14.5 องศาเซลเซียส ในฤดูหนาวมีอากาศเย็นและยาวนาน มีอุณหภูมิที่ประมาณ -5 องศาฯ ในเดือนมกราคมซึ่งเป็นเดือนที่หนาวเย็นที่สุด นำท่านไปชมความสวยงามของ โบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church) ซึ่งถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 14 หรือมีอีกชื่อเรียกกันว่า ทสมินดา ซามีบา (Stamina Sameba) ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกที่นิยมกันของโบสถ์ศักดิ์แห่งนี้สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำชคเฮรี อยู่บนเทือกเขาของคาซเบกี้

(การเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพดิน ฟ้า อากาศ ซึ่งอาจจะถูกปิดกั้นได้ด้วยหิมะที่ปกคลุมอยู่ และการเดินทางอาจจะเป็นอุปสรรคได้ แต่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดินทางให้มากที่สุด)

ได้เวลานำท่านออกเดินทางกลับไปยังเมืองทบิลิซี

ค่ำ         รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักโรงแรม 4 ดาว ณ เมืองทบิลิซี

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม และเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมที่พัก

นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองซาดาโคล (SADAKHLO) ที่อยู่ทางด้านใต้ระยะทางประมาณ 100 กม. ซึ่งเป็นเมืองพรมแดนที่อยู่ติดกับอาร์เมเนีย ออกเดินทางข้ามพรมแดนโดยมี เมืองบากราทาเชน (BAGRATASHEN) เมืองชายแดนของอาร์เมเนียซึ่งอยู่ติดกับจอร์เจีย (ทุกท่านจะต้องลงรถเพื่อมาผ่านด่านตรวจเอกสารขาออกจากจอร์เจีย จากนั้นต้องมาผ่านด่านการตรวจเอกสารคนเข้าเมืองของอาร์เมเนีย) นำท่านเดินทางสู่      เมืองฮักห์พาท (HAGHPAT) เป็นเมืองในหมู่บ้านของจังหวัดลอรี่ ที่อยู่ทางด้านเหนือของอาร์เมเนีย เมืองนี้เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเพราะเป็นที่ตั้งของวัดอารามโบราณทั้งสองแห่ง ให้ท่านได้ชมความสวยงามของวัดอารามโบราณฮักห์พาท (Haghpat Monastery) ซึ่งถือว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของทางด้านศาสนาและทางด้านสถาปัตยกรรมในการก่อสร้างในยุคกลาง อารามแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นโดยนักบุญนิชาน (Saint Nishan) ในราวศตวรรษที่ 10 ซึ่งอยู่ในระการขึ้นครองราชย์ของ กษัตริย์อะบาส ที่ 1(King Abas I) และนอกจากนั้นก็ยังมีแห่งหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นใกล้ๆ กัน คือ อารามซานาฮิน (Sanahin Monastery)

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย      นำท่านเดินทางไปยัง เมืองดีลีจาน (DILIJAN) ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดทาวุสที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของทะเลสาบฯ เป็นเมืองหนึ่งที่มีความสำคัญทางด้านการท่องเที่ยวซึ่งจะมีรีสอร์ทที่พักหลายแห่ง และมีประชากรประมาณ 16,000 คน เมืองนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอักสเทฟที่มีความยาวประมาณ 20 กม. ที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร บรรยากาศของเมืองจะเป็นธรรมชาติที่สดชื่นและหนาแน่นเต็มไปด้วยป่าเขาที่เขียวชอุ่มสถานที่แห่งนี้จึงได้ชื่อว่า “สวิตเซอร์แลนด์น้อยแห่งอาร์เมเนีย” (Little Switzerland of Armenia)  นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองเซวาน (SEVAN) ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบเซวาน (Lake of Sevan) ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดและทะเลปิดในประเทศอาร์เมเนียและคอเคซัส ทะเลสาบแห่งนี้เป็นหนึ่งในทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทะเลสาบเซวานล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำแม่น้ำฮราซดาน และแม่น้ำมาสริค  ให้ท่านได้ชมความสวยงามของตัวเมืองและทะเลสาบเซวานที่เต็มไปด้วยสถานที่พักผ่อนรีสอร์ทของนักท่องเที่ยวตัวเมืองนี้ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1900 เมตร เมืองนี้ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1842 ซึ่งเป็นหมู่บ้านพักอาศัยของชาวรัสเซียที่มีชื่อว่า เยเลนอฟก้า (Yelenovka) จนถึงปี ค.ศ.1935 จึงได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น เซวาน ตามหลังของทะเลสาบเซวานที่เปลี่ยนชื่อ

เมืองนี้ยังถูกล้อมรอบไปด้วยสวนสาธารณะ ซึ่งได้ถูกสร้างต่อมาจากทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง     นำท่านไป ชมอารามเซวาน (Sevan Monastery) หรือมีชื่อเรียกว่า เซวานาแว๊งค์ (Sevanavank) สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณแหลมที่อยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของฝั่งทะเลสาบเซวานถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.874 โดย เจ้าหญิงมาเรียม ซึ่งเป็นธิดาของกษัตริย์อะช๊อตที่ 1 ซึ่งอยู่ในช่วงของการต่อสู้กับพวกอาหรับที่ปกครองดินแดนแห่งนี้ นำท่านล่องเรือชมความสวยงามของทะเลสาบน้ำจืดที่มีความใหญ่และสวยงาม มีแม่น้ำที่เกิดจากภูเขาได้ไหลลงมาทั้งหมดมี 28 สาย  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงเยเรวาน (YEREVAN) บางครั้งก็เรียกว่า   เอเรวาน (Erevan) ซึ่งชื่อเดิมคือ เอเรบูนี (Erebuni) และ เอรีวาน (Erivan) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอาร์เมเนีย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮราซดาน (Hrazdan River) กรุงเยเรวานยังเป็นศูนย์กลางการบริหารวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมของประเทศ ปัจจุบันมีประชากร 1,100,000 คน กรุงเยเรวานยังถือเป็นหัวใจของเครือข่ายทางรถไฟและเป็นศูนย์กลางการค้าหลักของสินค้าเกษตรกรรมของประเทศ

ค่ำ         รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักโรงแรม 4 ดาว ณ เมืองเยเรวาน

เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองเอคมิอัดซิน (ECHMIADZIN) ซึ่งอยู่ห่างจากเยเรวานประมาณ 30 กม. ทางด้านตะวันตก ในอดีตเป็นเมืองที่สำคัญของชาวอาร์เมเนียนที่มีความศรัทธาในเรื่องทางด้านการศาสนาและยังนับได้ว่าเป็นเมืองที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ถูกสร้างขึ้นโดยนักบุญเกรกอรี่ ในปีค.ศ.303 เมืองนี้มีความสำคัญเพราะมีสถานที่ทั้งสองแห่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปีค.ศ.2000 ให้ท่านได้ชมความสวยงามของ วิหารเอคมิอัดซิน (Echmiadzin Cathedral) ซึ่งแต่เดิมนั้นเป็นที่รู้จักกันในนามของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์แห่ง       พระแม่เจ้า (Holy Mother of God Church) เป็นโบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 4 และได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของโลก  นำท่านไปชม วิหารซวาร์ทน๊อทส์ (Zvartnots Cathedral) ซึ่งในอดีตนับได้ว่าเป็นวิหารที่มีความสวยงามมากที่สุด

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

บ่าย       นำท่านชมความสวยงามของเมืองหลวง ซึ่งถูกสร้างขึ้นตามประวัติศาสตร์ยุคแรกเริ่มของเมืองนี้ย้อนไปถึงในช่วงศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสตกาล โดยมีการตั้งป้อมอูราร์เตียนแห่งเมืองเอเรบูนีเมื่อ 782 ปีก่อนคริสตศักราช เยเรวานตั้งอยู่ที่หุบเขาอารารัต ที่สามารถมองเห็นภูเขาอารารัตที่มีความสูงถึงประมาณ 5000 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่ในประเทศตุรกีจากเมืองหลวงแห่งนี้ ผ่านชมบริเวณรอบๆ ตัวเมืองหลวง เช่น จัตุรัสสาธารณะ (Republic Square) มหาวิทยาลัยของรัฐ (State University) ชมวิวทิวทัศน์ของเมือง (City Panorama) นำท่านไปชมตลาดแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงและความประทับใจ คือ ตลาดพาค ชูคา หรือเรียกว่า ตลาดกลาง (Pak Shuka Market หรือGumi Shuka) ตลาดแห่งนี้ถูกสร้างตกแต่งให้มีความสวยงามในรูปแบบศิลปะของอาร์เมเนียน ซึ่งทางเข้าสู่ตลาดแห่งนี้มีทางเข้าที่ถูกตกแต่งด้วยความวิจิตพิสดารของเหล็กที่ทำเป็นศิลปะรูปครึ่งวงกลมด้วยโครงร่างที่เข้ากันจนทำให้เป็นเสมือนงานชิ้นเอกของสถานที่นี้ จะทำให้ท่านได้มีความรู้สึกว่าเหมือนอยู่ในโลกอีกใบหนึ่ง นำท่านไปชมเดอะคาสเคด (The Cascade) เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดของเยเรวาน ซึ่งลักษณะจะเป็นแบบขั้นบันไดลดหลั่นกันลงมามีความสูงประมาณ 500 เมตร และมีการปล่อยน้ำลงมาเพื่อให้เป็นน้ำตกลงเป็นสายจากใจกลางที่อยู่ด้านบน ซึ่งสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างนี้ถูกสร้างให้เป็นอนุสาวรีย์แห่งชัยชนะของโซเวียตรัสเซีย ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกออกแบบสร้างโดยสถาปนิก จิม โทรอสยาน เมือปีค.ศ.1971-1980 เพื่อเป็นการระลึกถึงที่อยู่ภายใต้การปกครองของโซเวียตเมื่อ 50 ปี แต่ว่าการก่อสร้างยังไม่เรียบร้อย เพราะว่าได้หมดของโซเวียตไปเสียก่อน และต่อมาในปีค.ศ.2002 ก็ได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมจนเสร็จเรียบร้อยเมื่อปีค.ศ.2009 และเมื่อมองจากจุดบนสุดทำให้เห็นวิวทิวทัศน์อันสวยงามของกรุงเยเรวานและภูเขาอารารัตที่อยู่ห่างไกลออกไปทางด้านตะวันตก

จากนั้นนำท่านไป ชมจัตุรัสกลางเมือง (Republic Square) เป็นสถานที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับศูนย์กลางของเมือง ซึ่งคนพื้นเมืองจะเรียกที่นี่ว่าเป็น สิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ ถูกสร้างขึ้นด้วยหินสีชมพูของอาร์เมเนียภายในเวลาหนึ่งปี ได้กลายเป็นเขตที่ได้มีการพัฒนามากที่สุดของเมืองเยเรวาน ซึ่งเมื่อมีการเปรียบเทียบกับเขตอื่น ๆ และยังได้กลายเป็นศูนย์กลางการบริหารงานของชาติอีกด้วย รวมถึงสถานที่พักของประธานาธิบดี ศูนย์รวมการบริหารของกระทรวงต่าง ๆ แห่งชาติ ธนาคารของชาติ  และยังเป็นศูนย์กลางการป้องกันภัยอีกด้วย ดังนั้นสถาปัตยกรรมของเคนตร้อน จะเป็นรูปแบบต่าง ๆ กันไปซึ่งได้ถูกจัดสรรตามลำดับจากเบลเล อีโพคิว จนถึงรูปแบบของโซเวียต ซึ่งส่วนมากแล้วจะอยู่ในศูนย์กลางที่มีชื่อว่า ศิลปะประจำชาติ นำท่านเดินทาง เข้าชมโรงงานที่ผลิตเหล้าและไวน์ยี่ห้อ อะรารัต (Yerevan Brandy Factory as Aravat) ซึ่งเป็นโรงงานชั้นนำและมีชื่อเสียงที่เป็นแหล่งผลิตเหล้าไวน์ตั้งแต่ปี ค.ศ.1887 ที่ได้ใช้องุ่นพันธุ์ดีและชื่อเสียงของอาร์เมเนีย

ค่ำ          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พร้อมชมการแสดงของชาวพื้นเมือง

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักโรงแรม 4 ดาว ณ เมือง เยเรวาน

เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม และเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม

นำท่านไปเที่ยวชมความสวยงามของ หุบเขาเอวาน (Avan Canyon) ที่มีความสวยงามของ หน้าผาที่สูงชัน มีแม่น้ำอาซัดไหลผ่านทำให้เกิดบรรยากาศที่สวยงดงาม นำท่านไปชม วิหารการ์นี (Garni Temple) ซึ่งในอดีตเมื่อประมาณ 1,700 ปีมาแล้ว บริเวณนี้เคยเป็นพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์อาร์เมเนีย ซึ่งในปัจจุบันยังคงมีหลงเหลืออยู่ ซากห้องสรงน้ำ (Royal Bath House) และอาคารรูปทรงกรีกที่ถูกสร้างขึ้นช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1 โดย กษัตริย์อาร์เมเนียในสมัยนั้น

ด้านข้างของวิหารทรงกรีกก็มีซากตอโบสถ์คริสต์ที่สร้างขึ้นเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 9 หลงเหลืออยู่ ต่อมาวิหารแห่งนี้ถูกทำลายด้วยแผ่นดินไหวเมื่อปี ค.ศ.1679 สำหรับอาคารที่เห็นอยู่นี้ เพิ่งมาประกอบใหม่ในสมัยสหภาพโซเวียต เมื่อปี ค.ศ.1974 นี้เอง โดยใช้เศษซากปรักหักพังของเก่าผสมกับของใหม่ จึงทำให้สมบูรณ์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าวิหารการ์นี จะถูกสร้างแบบกรีก แต่ลวดลายบนตัวอาคารก็สร้างด้วยศิลปะแบบอาร์เมเนีย ที่ไม่สามารถหาได้ในวิหารกรีกทั่วไป  นำท่านไปชม วิหารเก๊กฮาร์ด (Geghard Monastery) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความสวยงามของอาร์เมเนีย เพราะเป็นวิหารที่สร้างอยู่ท่ามกลางเทือกเขาที่สวยงาม และยังมีส่วนที่สร้างโดยการตัดหินเข้าไปในภูเขาอีกด้วย ตัวอาคารของวิหารเกกฮาร์ดนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12-13 ให้ท่านชมส่วนของห้องโถงของตัวโบสถ์ที่มีการตัดหินสร้างเป็นโดมแกะสลักอย่างสวยงาม ที่ถูกตกแต่งด้วยความศรัทธาในศาสนาคริสต์อย่างเต็มเปี่ยม วิหารที่สร้างโดยการตัดหินให้กลายเป็นห้องโถง และได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ.2000

กลางวัน          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย       เดินทางข้ามพรมแดนโดยมี เมืองบากราทาเชน (BAGRATASHEN) เมืองชายแดนของอาร์เมเนียซึ่งอยู่ติดกับจอร์เจีย จากนั้นเดินทางต่อไปยัง เมืองซาดาโคล (SADAKHLO) ที่อยู่ทางด้านใต้ระยะทางประมาณ 100 กม. ซึ่งเป็นเมืองพรมแดนที่อยู่ติดกับอาร์เมเนีย ตลอดเส้นทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์และธรรมชาติอันสวยของเทือกเขาคอเคซัสน้อยที่อยู่ระหว่างอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจาน (ทุกท่านต้องลงจากรถ เพื่อมาผ่านด่านและตรวจเอกสารขาออกจากอาร์เมเนีย เพื่อเข้าประเทศจอร์เจีย โดยทุกท่านต้องนำกระเป๋าเดินทางและสิ่งของทุกอย่างลงจากรถ เพราะต้องนำผ่านการ X-ray หลังจากผ่านด่านการตรวจเอกสารคนเข้าเมืองแล้ว) จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยัง กรุงทบิลิซี (TBILISI) ที่อยู่ห่างประมาณ 80 กม.

ค่ำ          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น พร้อมชมโชว์ Georgian National folk show

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักโรงแรม 4 ดาว ณ เมือง ทบิลิซี

เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม – เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินเก็บภาพในเมืองเก่าเมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย เมืองทบิลิซีที่มีเสน่ห์ในการผสมผสานความเป็นเมืองเก่าและเมืองใหม่ด้วยกันอย่างลงตัว

14.05 น. ออกเดินทางสู่กรุงอัลมาตี้โดยสายการบินแอร์แอสตาน่า เที่ยวบินที่ KC142

19.50 น.  เดินทางถึง สนามบินเมืองอัสมาตี้ ประเทศคาซัคสถาน เพื่อรอเปลี่ยนเครื่องบินสู่ประเทศไทย

01.05 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินแอร์แอสตาน่า เที่ยวบินที่ KC931

08.55 น.      เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิ์ภาพพร้อมความประทับใจ

ค่าทัวร์ต่อท่าน

รายละเอียด ราคา (บาท)
อัตราค่าบริการ ราคาต่อท่าน
วันเดินทาง 2561 (คณะ20ท่าน) ระดับที่พัก พักคู่ พักเดี่ยวเพิ่ม
12 – 19 มิ.ย / 19 – 26 มิ.ย 4 ดาว 49,900 9,000
23 – 30 ต.ค 4 ดาว 53,900 9,000

ราคานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นประหยัด กรุงเทพฯ-อัลมาตี้-ทบิลิซี-อับมาตี้-กรุงเทพฯ โดยสายการบินแอร์แอสตาน่า (KC)
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
  • ค่าโรงแรมที่พัก 6 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
  • ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าอาร์เมเนีย
  • ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุแบบหมู่คณะวงเงินท่านละ1,000,000 บาทและค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)

ราคานี้ไม่รวม

  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ วันละ 5 ดอลลาร์ ต่อท่าน ต่อวัน (รวม 7 วัน คิดเป็น 35 ดอลลาร์)
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 3 ดอลลาร์ ต่อท่าน ต่อวัน (รวม 8 วัน คิดเป็น 24 ดอลลาร์ หรือ 800 บาท)
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  • ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (20 กก./1ใบ/ท่าน)
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
  • ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ

ข้อแนะนำและแจ้งเพื่อทราบ

  • สำหรับห้องพักแบบ 3 เตียง มีบริการเฉพาะบางโรงแรมเท่านั้น กรณีเดินทางเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน แนะนำให้ท่าน เปิดห้องพัก เป็น 2 ห้องจะสะดวกกับท่านมากกว่า
  • กรณีเดินทางเป็นตั๋วกรุ๊ป หากออกตั๋วแล้ว ไม่สามารถขอคืนเงินได้ และไม่สามารถเปลี่ยนวันเดินทางได้
  • กระเป๋าเดินทางเพื่อโหลด ท่านละ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 20 ก.ก. กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Hand carry) น้ำหนักไม่เกิน  7 ก.ก.
จองเลย โปรแกรมทัวร์ กลับไปหน้าที่แล้ว