• กรุ๊ปทัวร์ แพคเกจทัวร์ บริการจัดทัวร์ต่างประเทศทั่วโลก
  • Mobile: 091 217 3790 (AIS) - 094 493 1316 (DTAC)
  • Email: info@AlwaysVacationTour.com
อิตาลี

MSC MERAVIGLIA (เอ็มเอสซี เมอร์ราวิเกีย)

รหัสทัวร์
04_EHC_TK_MED
ประเทศ
อิตาลี
ระยะเวลา
10 วัน
วันที่
07 เม.ย. - 16 เม.ย. 2018
สายการบิน
เตอร์กิช แอร์ไลน์
เริ่มต้นที่

89,900 บ.

กำหนดการเดินทาง

7 - 16 เม.ย. 2561

ไฮไลท์ทัวร์

10 วัน ล่องเรือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

MSC MERAVIGLIA (เอ็มเอสซี เมอร์ราวิเกีย)

เรือสำราญใหญ่ที่สุดของยุโรป ปี 2017

มิลาน – ปาเวีย – เจนัว – โรม – ปาแลร์โม (ซิซิลี) – วัลเลตตา (มอลต้า) – เมดิน่า – บาร์เซโลนา – ซาลง เดอโพรวองซ์

***โปรโมชั่น…สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส (TK)***

7 – 16 เมษายน 2561

(บินเข้า – ออก มิลาน – MXP)

เริ่มต้นที่….   89,900 บาท

(พิเศษ!! ราคานี้รวมทัวร์พาเที่ยวทุกประเทศ ไม่รวมค่าวีซ่าเชงเก้น)

ขอสงวนสิทธิ์หากเรือมีการปรับเปลี่ยนท่าเทียบเรือ ซึ่งทางทัวร์จะทำการแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้าต่อไป

โปรแกรมการเดินทาง

18.30 น.       คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่ เคาน์เตอร์เชคอิน S (แถว S 14-18) ประตูทางเข้าที่ 9 หรือ 10 อาคารผู้โดยสาร เคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส (TK) ณ สนามบินสุวรรณภูมิ

21.30 น.       ออกเดินทางสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบิน TK 65 (ใช้เวลาบินประมาณ 9.30 ชั่วโมง) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินมีบริการ อาหารค่ำและอาหารเช้า

04.00 น.       เดินทางถึงกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี แวะเปลี่ยนเที่ยวบินเป็น TK 1873 อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบินตามอัธยาศัย

07.35 น.       ออกเดินทางจากอิสตันบูล สู่ สนามบินมิลาน ประเทศอิตาลี (ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมง)

09.35 น.       เดินทางถึงสนามบินมิลาน ประเทศอิตาลี ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

นำท่านเดินทางสู่ เมืองปาเวีย หรือ ปาวีอา (Pavia) (ระยะทาง 89 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) เป็นเมืองขนาดเล็กและมีความเงียบสงบ อยู่ทางตอนใต้-ตะวันตกของแคว้นลอมบาร์ดี ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี จากนั้นนำท่านชม มหาวิหารแห่งปาเวีย (Pavia Cathedral) อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของเมืองปาเวีย โดยมหาวิหารนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1488 ใช้ระยะเวลาสร้างยาวนานกว่า 400 ปี ซึ่งถูกออกแบบโดยสถาปนิกและศิลปินมากมายหลายคน รวมถึง ลีโอนาโด้ ดาวินชี่ ศิลปินชื่อดังผู้ล่วงลับ ซึ่งเคยมาเยี่ยมเยือนเมื่อครั้งมหาวิหารแห่งนี้เริ่มต้นก่อนสร้างช่วงแรก ลักษณะโดดเด่นของ มหาวิหารแห่งนี้จะมีโดมกลางขนาดใหญ่ ที่สร้างขึ้นในรูปทรงแปดเหลี่ยม ซึ่งมีความสูง ประมาณ 97 เมตร

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย             นำท่านเดินทางสู่ เมืองเจนัว (Genoa) (ระยะทาง 132 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.) หนึ่งในเมืองท่าสำคัญของประเทศอิตาลี นำท่านแวะถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์ของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักเดินเรือชื่อดังก้องโลก และเป็นชาวยุโรป คนแรกที่ค้นพบทวีปอเมริกา ซึ่งถือกำเนิด ณ เมืองเจนัวแห่งนี้

15.00 น.       นำท่านเชคอินขึ้นเรือสำราญ MSC Meraviglia

18.00 น.       เรือสำราญเดินทางออกจากท่าเทียบเรือเจนัว มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือชิวิคตาเวคเคีย

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

08.00 น.       เรือเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือ ชิวิคตาเวคเคีย ประเทศอิตาลี

09.00 น.       นำท่านเดินทางสู่กรุงโรม (Rome) เมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิโรมันซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี        นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์โดเรียพามพิลิช (Palazzo Doria Pamphilj Gallery) ส่วนหนึ่งของพระราชวังพามพิลิช (Palazzo Pamphilj) หนึ่งในพระราชวังแห่งกรุงโรม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณจัตุรัสปิอาซซ่าโนวาน่า (Piazza Novana) พระราชวังนี้ถูกสร้างขึ้นช่วง ค.ศ.1644-1650 จากนั้นถูกใช้เป็นที่พำนักของท่านทูตแห่งประเทศบราซิลเมื่อช่วง ค.ศ.1920 จนกระทั่งปัจจุบัน นำท่านชม งานจัดแสดงศิลปะภายในพิพิธภัณฑ์ซึ่งเป็นคอลเลคชั่นที่หาดูได้ยาก ต่อด้วย The Apartment สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่พำนักของเจ้าชาย โดเรีย พามพิลิช ในช่วงกลางศตวรรษที่ 17 ซึ่งภายในตกแต่งไว้อย่างเรียบหรูตามสไตล์อิตาเลี่ยน อิสระให้ท่านชมภายในพิพิธภัณฑ์

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย             นำท่านชม น้ำพุเทรวี่ (The Trevi Fountain) น้ำพุที่เหล่านักท่องเที่ยวนิยมมาโยนเหรียญอธิษฐานเพื่อให้ได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง จากนั้นนำท่านสู่ย่าน บันไดสเปน (Spanish Step) แหล่งนัดพบของชาวโรมและนักท่องเที่ยวทั่วโลก เป็นจัตุรัสที่มีอาคารสวยงามและจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ Louis Vuitton, Prada, Dior, Chanel และอื่นๆอีกมากมาย หรือจะเลือกเก็บภาพบรรยากาศใจกลางเมืองบริเวณ บันไดสเปน ให้ท่านสัมผัสบรรยากาศเมืองหลวงของอิตาลี อิสระให้ท่าน              ช้อปปิ้งแบบเต็มอิ่ม

16.00 น.       นำท่านเดินทางสู่ ท่าเทียบเรือชิวิคตาเวคเคีย

18.00 น.       เรือสำราญเดินทางออกจากท่าเทียบเรือชิวิคตาเวคเคีย มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือ ปาร์แลโม่

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

10.00 น.       เรือจอดเทียบท่าที่ เมืองปาร์แลโม่ (เกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี) เมืองหลวงของแคว้นปกครองตนเองซิซิลี  ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ปลายรองเท้าบู๊ตของอิตาลี มีประวัติต่อเนื่องยาวนานกว่า 4,000 ปี เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญแห่งหนึ่งของยุโรปจึงตกเป็นเป้าหมายของการยึดครองจากชนชาติที่มีอำนาจเข้มแข็งในช่วงเวลาต่างๆเริ่มตั้งแต่กรีก โรมัน คาร์เทธ อาหรับ นอร์มัง เยอรมัน ฝรั่งเศส และสเปน แต่ละชาติผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาปกครองดินแดนนี้ขณะเดียวกันก็ได้นำเอาศิลปวัฒนธรรมของตนเข้ามาด้วย เกาะนี้จึงมีสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่หลากหลายผสมผสานกันหากแต่ลงตัว นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยความงามทางธรรมชาติ ของทั้งชายหาด ทะเล และภูเขาไฟ ด้วยความที่อยู่ห่างไกลออกมาจะสามารถสัมผัสได้ถึงความเป็นอิตาเลียนดั้งเดิม อย่างที่             หาไม่พบอีกแล้วตามเมืองใหญ่ในอิตาลีภาคพื้นทวีป นำท่านเข้าชมมหาวิหารมอนเรอาเล (Monreale Duomo)    ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดสถาปัตยกรรมไบเซนไทน์แห่งหนึ่งของโลก สร้างขึ้นโดยกษัตริย์วิลเลี่ยมที่ 2 ผู้ปกครองดินแดนซิซิลี ในช่วงปี ค.ศ. 1060 ภายในวิหารท่านจะได้พบกับความอลังการของโมเสกทอง ซึ่งว่ากันว่าใช้ทองในการประดับประดาทั้งหมด 2,200 กก.เลยทีเดียว นับเป็นโบสถ์โมเสกที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากโบสถ์เซนต์โซเฟียที่ตุรกี และที่น่าอัศจรรย์คือ โมเสกที่เห็นทั้งหมดนี้ใช้เวลาสร้างแค่ 8 ปีเท่านั้น จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ Palazzo dei Normanni อดีตราชวังของกษัตริย์นอร์แมน ปัจจุบันใช้เป็นสภาท้องถิ่นประจำเมือง

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย             นำท่านแวะถ่ายรูป Cappella Palatina โบสถ์ส่วนพระองค์ของกษัตริย์โรเจอร์ที่ 2 พระราชาซึ่งเคยได้ชื่อว่ามีฐานะล่ำซำที่สุดในยุโรป โดยโบสถ์นี้ยังถือเป็นต้นแบบของวิหาร Monreale ที่สร้างขึ้นในอีก 40 ปีให้หลังด้วย หลังคาโดมประดับด้วยโมเสกทองรูปพระเยซูและเทวดาทั้งแปด นำท่านชม น้ำพุ Fontana della Vergogna น้ำพุแกะสลักสไตล์ไฮเรเนอซองส์ซึ่งสั่งทำจากเมืองฟลอเรนซ์ หลังจากนั้นแวะถ่ายรูปกับ โบสถ์                        La Matorana โบสถ์สไตล์ไบเซนไทน์ประดับประดาด้วยโมเสกทอง แต่บริเวณทางเข้าเป็นสถาปัตยกรรมแบบบาร็อค และแวะถ่ายรูปกับ โบสถ์ San Cataldo โบสถ์ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยปี ค.ศ. 1160 แต่การก่อสร้างก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อผู้ลงทุนทรัพย์ เสียชีวิตลง จึงมีสภาพเปลือยเปล่าดูคลาสสิกตามสไตล์โบสถ์ท้องถิ่น

16.00 น.       นำท่านเดินทางสู่ ท่าเทียบเรือปาร์แลโม่

17.00 น.       เรือเดินทางออกจากท่าเรือปาร์แลโม่ เพื่อมุ่งหน้าสู่ ท่าเรือวัลเลตตา ประเทศมอลต้า

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

10.00 น.        เรือจอดเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือเมืองวัลเลตตา ประเทศมอลต้า

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเมดิน่า (Mdina) เมืองยอดเขาที่น่าหลงใหล เป็นเมืองที่มีถนนคนเดินปราศจากรถยนต์และอาคารหินทรายที่สวยงามเก่าแก่ นำท่านถ่ายรูปวิหารเซนต์ปอล (Cathedral of Saint Paul ) ซึ่งเป็นอาคารบาโร๊กอันงดงามที่ออกแบบโดยสถาปนิกชาวลอเรนโซกาฟ่าชาวมอลต้า วิหารแห่งนี้มีสัญลักษณ์มาดอนน่าอันทรงคุณค่าในศตวรรษที่ 12 และผลงานศิลปะที่มีชื่อเสียงโดยจิตรกรชาวมอลต้าชื่อดัง Mattia Preti                  แวะถ่ายรูปพระราชวัง Palazzo Santa Sofia พระราชวังอันเก่าแก่อันยิ่งใหญ่ เป็นอาคารสมัยกลางที่ได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดี ผ่านชม Palazzo Vilhena เป็นอนุสาวรีย์ที่งดงามซึ่งรวบรวมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติของมอลต้าพร้อมด้วยการจัดแสดงผลงานทางธรณีวิทยาที่โดดเด่นรวมทั้งฟอสซิลแมลงและสัตว์ต่างๆ ผ่านชม Palazzo Falson เป็นพระราชวังสมัยศตวรรษที่ 13 ที่เป็นของตระกูลขุนนางชาวมอลต้า ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ Palazzo Falson ได้รับการตกแต่งอย่างประณีตในสไตล์ดั้งเดิมและมีงานศิลปะและของสะสมโบราณวัตถุที่ยอดเยี่ยม

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย              นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองวัลเลตตา เมืองหลวงของประเทศมอลต้า ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นเกาะขนาดเล็กสองเกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของยุโรปถัดลงมาจากตอนใต้ของอิตาลี นับเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานแห่งหนึ่งในยุโรป มีผู้มาครอบครองและถูกแย่งชิงนับครั้งไม่ถ้วนในอดีต นำท่านชมเมืองหลวงของสาธารณรัฐมอลต้า ซึ่งได้ตั้งชื่อเมืองตามชื่อของ Jean Parisot De La Valetta ผู้ซึ่งสามารถป้องกันการรุกรานเกาะมอลต้า จากออตโตมานในปี 1565 เมืองวัลเลตตาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี 1980 นำท่านชมบรรยากาศบริเวณอ่าว Grand Harbor จัดได้ว่าเป็นท่าเรือธรรมชาติบนเกาะมอลต้า เป็นท่าเรือที่สร้างและใช้งานมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีอู่ต่อเรือ โรงเก็บสินค้า และป้อมปราการขนาดใหญ่ อิสระให้ท่านได้เก็บภาพบริเวณท่าเรือ Grand Harbor ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยและขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของมอลต้า ได้เวลานำท่านชม สวนบารัคคา (Barracca Garden) สวนสวยที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ส่วนบุคคล แต่ภายหลังได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมในปี 1824 ภายในสวนประกอบไปด้วย Upper Barracca และ Lower Barracca ในส่วน Upper นั้นได้สร้างขึ้นในปี 1661 โดยอัศวินชาวอิตาเลียน จากบริเวณสวนจะเห็นวิวของอ่าวแกรนด์ฮาร์เบอร์ได้ชัดเจน จากนั้น ชม Auberge De Castille อาคารที่มีความสง่างามและใหญ่โตที่สุดแห่งหนึ่ง ในเมืองวัลเลตตา ตั้งอยู่บนจุดที่สูงที่สุดของคาบสมุทรซึ่งถูกออกแบบให้เป็นสถานที่หรูหราที่สุด ปัจจุบันใช้เป็นที่พำนักของนายกรัฐมนตรีของประเทศสาธารณรัฐมอลต้า สร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1574 โดยสถาปนิกชาวมอลต้าชื่อ GIROLAMO CASSAR และมีการสร้างบูรณะใหม่อีกครั้งในปี 1741

17.00 น.        นำท่านเดินทางสู่ท่าเทียบเรือเมืองวัลเลตตา

18.00 น.        เรือออกเดินทางจากท่าเทียบเรือวัลเลตตา เพื่อมุ่งหน้าสู่ กรุงบาร์เซโลนา ประเทศสเปน

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

อิสระให้ท่านพักผ่อน บนเรือสำราญหรูตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกรับประทานอาหารหรือนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ หรือทำกิจกรรมที่มีภายในเรือสำราญมากมายได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นช้อปปิ้งที่ร้านขายสินค้าปลอดภาษีบนเรือ (Duty Free) และส่วนสันทนาการอื่นๆอีกมากมาย กิจกรรมความบันเทิงอันหลากหลายที่ท่านสามารถเลือกใช้บริการบนเรือสำราญ เช่น

Public Room       : บาร์และเลาจน์ ห้องสมุด ห้องอินเตอร์เนต
Entertainment   : ชมโชว์พิเศษที่ทางเรือมีจัดแสดงหรือจะเลือกนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ บาร์ต่างๆหลากหลาย
Sport and Activities :สระว่ายน้ำ สปอร์ทคอร์ท ฟิตเนต มินิกอล์ฟ
Spa and Wellness    :ห้องสปา ห้องสตรีม บิวตี้ ซาลอน โยคะ และอื่นๆ อีกมากมาย

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

09.00 น.       เรือเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือ บาร์เซโลนา ประเทศสเปน

10.00 น.       นำท่านเข้าชมสวนสาธารณะกูเอล” (Guell park) ที่เชิงเขาคาร์เมล อันเป็นผลงานในปี ค.ศ. 1900 ของ “เกาดี้” ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกของยูเนสโกในปี 2005 ซึ่งใช้เวลาออกแบบ ตกแต่ง และเนรมิตร ความยิ่งใหญ่ของจินตนาการที่นำมาประยุกต์กับธรรมชาติ อย่างยาวนานถึง 14 ปี เพลิดเพลินกับจุดชมวิวบน “ระเบียงนั่งเล่น” (Serpentine bench) ที่ประดับตกแต่งลวดลายด้วยเครื่องกระเบื้องโมเสกนับล้านชิ้น เป็นสวนลอยฟ้าที่มี “เสาโดริก” รองรับอย่างสวยงาม ชมปาฏิมากรรม “มังกรโมเสก” Mosaic dragon ไต่คลานบนบันไดน้ำพุ อันเป็นขวัญใจของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย             นำท่านถ่ายรูปกับมหาวิหารซากราด้า ฟามิเลียร์ (Sagrada Familia) สัญลักษณ์แห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สูงใหญ่ถึง 170 เมตร ออกแบบก่อสร้างอย่างสวยงามแปลกตา ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1882 เป็นผลงานชั้นยอดที่แสดงถึงอัจฉริยภาพของ อันโตนี เกาดี้ สถาปนิกผู้เลื่องชื่อ มหาวิหารแห่งนี้ ตั้งอยู่บนถนน Carrer de Mallorca งานชิ้นนี้มีความแปลกตาจากงาน ชิ้นอื่นของเกาดี้ ตรงสีสันอันเรียบนิ่งแบบโทนสีธรรมชาติให้ความรู้สึกที่สงบผ่อนคลายและเยือกเย็น เพราะความที่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และยังคงรายละเอียดไว้อย่างดี ดูจากลวดลายสลักเสลาที่ด้านนอกตัวโบสถ์และภายในแสดงให้เห็นถึงแรงศรัทธาในศาสนาอย่างท่วมท้น สมเป็นงานชิ้นสุดท้ายที่เขาอุทิศตนให้กับศาสนจักร ปัจจุบันมหาวิหารแห่งนี้ยังคงดำเนินการก่อสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 2026 อิสระให้ท่านได้บันทึกภาพความยิ่งใหญ่ของมหาวิหารแห่งนี้ ได้เวลานำท่านสู่ถนนช้อปปิ้งสายใหญ่ของบาร์เซโลนา ถนนลารัมบลา (Larambla) ย่านที่มีชื่อเสียงที่สุดของบาร์เซโลนาแหล่งท่องเที่ยวอันเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกวัย ถนนสายเล็กๆ ที่มีความยาวเพียง 1.2 กิโลเมตรแต่มีสีสันเสน่ห์น่าประทับใจทั้งกลางวันและกลางคืน    อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าและเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้ง H&M, ZARA, BENETON, TOPSHOP หรือจะช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำซึ่งมีร้าน ตั้งอยู่ตลอดแนวถนน Passeig de gracia ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าอาทิ LOUIS VUITTON, CHANEL, GUCCI, LOEWE และอื่นๆ

17.00 น.       นำท่านกลับสู่ท่าเทียบเรือบาร์เซโลนา

18.00 น.       เรือเดินทางออกจากท่าเรือบาร์เซโลนา เพื่อมุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือมาร์กเซย์

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

08.00 น.        เรือจอดเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือมาร์กเซย์ (โพรวองซ์) ประเทศฝรั่งเศส

นำท่านเดินทางสู่ ซาลง เดอ โพรวองซ์ (Salon de provence) (ระยะทาง 51 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) เมืองเก่าแก่อีกเมืองหนึ่งของโพรงวองซ์ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมืองมาร์กเซย์ และเมืองเอ็กซ์อองโพรวองซ์ นำท่านเดินชมเมืองเก่าซึ่งยังคงกลิ่นอายของอารายธรรมยุคศตวรรษที่ 17 ได้เป็นอย่างดี เริ่มจากจัตุรัส Crousillat (Place Crousillat) ต่อไปยังศาลาว่าการประจำเมือง (City Hall) และผ่านชมบ้านของนอสตราดามุส (ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์) หรือ มีแชล เดอ นอสทร์ดาม (Michel de Nostredam) นักโหราศาสตร์ชื่อดังของโลก ผู้ซึ่งใช้ชีวิตในบั้นปลาย ณ เมืองนี้กว่า 19 ปีก่อนสิ้นชีวิตลง จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับ Chateau de l’Emperi ป้อมปราการกึ่งปราสาทยุคศตวรรษที่ 9 ซึ่งอดีตเป็นที่พำนักของขุนนางประจำเมืองหรือผู้ครองเมือง ไม่ว่าจะเป็น อาร์คบิชอปแห่ง Arles รวมถึงจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองมาร์กเซย์ (ระยะทาง 51 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.)

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย             นำท่านเข้าชมโบสถ์นอเทรอดาม เดอลาการ์ด (Basilique Notre-Dame de la Garde) ที่ตั้งอยู่บนยอดเขา โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นอย่างงดงามด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ โดยมีรูปพระแม่มารีเป็นองค์ประธาน เล่ากันว่าในสมัยก่อนคนแถบนี้มักมาขอพรกับพระนางเพื่อให้การเดินเรือปลอดภัยและเมื่อเดินเรือปลอดภัยกลับมาแล้วก็มักจะนำเอาเครื่องแขวนมาเป็นของแก้บน แต่เมื่อเวลาผ่านไปทางเทศบาลเมืองได้ปรับปรุงให้สถานที่แห่งนี้เป็นอนุสรณ์สถานอันศักดิ์สิทธิ์และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมืองมาร์กเซย์ จากนั้นนำท่านชมบริเวณท่าเรือ Le Vieux Port เป็นท่าเรือเก่าแก่ของเมืองมาร์กเซย์ บริเวณท่าเรือแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันในนามประตูสู่เมดิเตอร์เรเนียน สมัยโบราณก็ยังเคยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญในการค้าขายระหว่างประเทศแถบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและประเทศอาณานิคมของฝรั่งเศส

16.00 น.       นำท่านเดินทางสู่ท่าเทียบเรือมาร์กเซย์

17.00 น.       เรือออกเดินทางจากท่าเทียบเรือมาร์กเซย์ มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือเจนัว

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

วันนี้จะมีการจัดงานเลี้ยง Gala Dinner ให้ท่านได้แต่งตัวสวยงามร่วมงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้

หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ

หมายเหตุ     ก่อนเรือกลับเทียบท่าในค่ำวันนี้ท่านจะได้รับป้ายผูกกระเป๋าสีต่างๆ ซึ่งเป็นตัวกำหนดลำดับการนำกระเป๋าลง

จากเรือ ท่านจะต้องจัดกระเป๋าใบใหญ่วางไว้หน้าห้อง โดยแยกข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นไว้ในกระเป๋าเดินทางใบเล็ก เพราะเจ้าหน้าที่ของเรือจะมาเก็บกระเป๋าใบใหญ่ของท่านไปตั้งแต่กลางดึก และบัญชีค่าใช้จ่ายต่างๆ จะถูกส่งมาให้ท่านตรวจเช็คก่อนทำการชำระในวันรุ่งขึ้น สำหรับท่านที่ต้องการชำระผ่านบัตรเครดิต ทางบริษัทเรือจะชาร์จค่าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ท่านได้ให้หมายเลขไว้ในวันที่ท่านเช็คอินโดยอัตโนมัติ

 

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

08.00 น.       เรือจอดเทียบท่าที่ท่าเรือเจนัว (อิตาลี)

นำท่านเดินทางสู่ หนึ่งในช้อปปิ้งเอาท์เลทขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป SERRAVALLE Shopping Outlet ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เมืองมิลาน สถานที่รวมสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมจากหลากหลายเมือง และจากดีไซเนอร์ชั้นนำระดับแถวหน้าของอิตาลี มีร้านค้าแฟชั่นและสินค้าต่างๆกว่า 180 ร้าน ทั้ง Versace, Dolce & Gabbana, Prada, Roberto Cavalli, Bulgari, Trussardi, Calvin Klein, Guess, Etro, Nike, Mariella Burani, Swarovski และอื่นๆอีกมากมาย โดยสินค้าแฟชั่นจะลดราคาตั้งแต่ 30% – 70% ตลอดปี อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย             นำท่านถ่ายรูปกับมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน หรือที่เรียกว่าดูโอโม่ (Duomo) เป็นมหาวิหารที่ใหญ่เป็นอับดับสอง รองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ในกรุงวาติกัน (เป็นมหาวิหารแบบโกธิคและใหญ่เป็นอันดับสามของยุโรป) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1386 แล้วเสร็จในปี ค.ศ.1813 ด้านนอกเป็นยอดแหลม 135 ยอด จึงมีชื่อเรียกว่า “มหาวิหารเม่น” มีรูปสลักหินอ่อนจากยุคต่างๆ ประดับอยู่กว่าสามพันรูป บนยอดของมหาวิหารมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตร ของพระแม่มาดอนน่า

16.30 น.       นำท่านเดินทางสู่สนามบินมิลาน (MXP) เพื่อเชคอินและทำ Tax Refund

19.55 น.       ออกเดินทางจากสนามบินมิลาน สู่ สนามบินอิสตันบูลโดยเที่ยวบินที่ TK1876 (ใช้เวลาบินประมาณ 2.50 ชั่วโมง) สายการบินมีบริการอาหาร เครื่องดื่ม และพักผ่อน บนเครื่องบิน

23.45 น.       เดินทางมาถึงสนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี แวะเปลี่ยนเครื่อง

01.25 น.       ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TK 68 สายการบินฯ มีบริการอาหาร 2 รอบ คือ อาหารค่ำ และ อาหารเช้า

14.50 น.            เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE)

ค่าทัวร์ต่อท่าน

รายละเอียด ราคา (บาท)
อัตราค่าบริการ 7 – 16 เม.ย. 2561

10 วัน ล่องเรือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

MSC MERAVIGLIA (เอ็มเอสซี เมอร์ราวิเกีย)

เรือสำราญใหญ่ที่สุดของยุโรป ปี 2017

มิลาน – ปาเวีย – เจนัว – โรม – ปาแลร์โม (ซิซิลี) – วัลเลตตา (มอลต้า) – เมดิน่า – บาร์เซโลนา – ซาลง เดอโพรวองซ์

อัตราค่าบริการ 7 – 16 เม.ย. 2561
ราคาผู้ใหญ่ (พักห้องคู่ INSIDE) ท่านละ 89,900
อัพเกรดเป็นห้องพักแบบมีหน้าต่าง (พักห้องคู่ Ocean View) ท่านละ มีเพียง 3 ห้องเท่านั้น 8,000
อัพเกรดเป็นห้องพักแบบมีระเบียงทะเล (พักห้องคู่ Sea-View Balcony) ท่านละ 11,000
พักเดี่ยวเพิ่ม ท่านละ (คิดที่ห้องพักแบบ INSIDE ซึ่งเป็นราคาเริ่ม) 30,000
ราคาผู้ใหญ่ (พักห้องเดียวกัน 3 ท่าน) ท่านละ 87,900
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี (พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน) 85,900
เด็กทารก อายุไม่เกิน 2 ปี (นับอายุจนถึงวันเดินทางกลับ) 16,900
ชั้นธุรกิจเพิ่มเงินจากราคาทัวร์ เริ่มต้นที่ท่านละ (ราคายืนยันได้ก็ต่อเมื่อที่นั่ง confirm เท่านั้น) 85,000-110,000
ไม่เอาตั๋วเครื่องบินหักค่าใช้จ่าย (ผู้ใหญ่) (ไม่รวมตั๋ว BKK-IST-FCO-IST-BKK) 25,000
กรณีมีวีซ่าแล้วหรือไม่ต้องยื่นวีซ่า หักค่าใช้จ่าย ไม่รวมวีซ่า

**ราคาอาจมีการปรับขึ้น – ลง ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นลง แต่จะปรับตามความเป็นจริงที่สายการบินประกาศปรับ และที่มีเอกสารยืนยันเท่านั้น (คิด ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2560) **

ราคานี้รวม

  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นนักท่องเที่ยวโดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส (กระเป๋าเดินทาง นน. ไม่เกิน 20 กก./ท่าน)
  • ค่าภาษีสนามบิน, ภาษีน้ำมัน, ค่าประกันภัยทางอากาศ
  • ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุวงเงิน 1,500,000 บาท และ ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
    ค่ารักษาพยาบาลหลังกลับจากต่างประเทศภายใน 21 วัน วงเงิน 40,000 บาท (ประกันภัยไม่ครอบคลุมผู้ที่อายุเกิน 85 ปี)
  • ค่าภาษี (Port Fee) ในทุกประเทศ
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ, ค่าพาหนะ หรือรถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่
  • เจ้าหน้าที่ (ไกด์ไทย) คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

ราคานี้ไม่รวม

  • ค่าวีซ่าเชงเก้น ประมาณ 2,800 – 3,000 บาท
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ท่านละ 2 ยูโร / ท่าน / วัน (คิดเป็น 10 วัน เท่ากับ 20 ยูโร)
  • ค่าบริการเรือ (Service Fee) ท่านละ EUR 70 ซึ่งเรือจะชาร์ตเข้าครุยส์การ์ด
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์-แฟกซ์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่ได้ระบุในรายการ
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

ข้อแนะนำและแจ้งเพื่อทราบ

  • กรณีเดินทางเป็นตั๋วกรุ๊ป หากออกตั๋วแล้ว ไม่สามารถขอคืนเงินได้ และไม่สามารถเปลี่ยนวันเดินทางได้
  • กระเป๋าเดินทางเพื่อโหลด ท่านละ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 20 กก. กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Hand carry) น้ำหนักไม่เกิน 7 กก.
จองเลย โปรแกรมทัวร์ กลับไปหน้าที่แล้ว