• กรุ๊ปทัวร์ แพคเกจทัวร์ บริการจัดทัวร์ต่างประเทศทั่วโลก
  • Mobile: 091 217 3790 (AIS) - 094 493 1316 (DTAC)
  • Email: info@AlwaysVacationTour.com
ภูฏาน

SPECIAL BHUTAN 5D 4N

รหัสทัวร์
02_PMC_B3_BHU
ประเทศ
ภูฏาน
ระยะเวลา
5 วัน
วันที่
13 เม.ย. - 17 เม.ย. 2017
สายการบิน
ภูฎาน
เริ่มต้นที่

55,999 บ.

กำหนดการเดินทาง

13 -17 เม.ย. 2560

ไฮไลท์ทัวร์

02

  • เรานิมนต์พระรินโปเชให้ศีลและพรแด่ท่านพร้อมทั้งรับของที่ระลึกจากมือท่านรินโปเช (รินโปเช คือพระที่ได้รับการพิสูจน์ว่ากลับชาติมาเกิดและได้รับความเคารพนับถือเป็นอย่างมากจากชาวภูฏาน)
  • รถขนกระเป๋าบริการและเช็คอินให้ก่อนโดยที่ท่านไม่ต้องรอ
  • ระบำพื้นเมืองและระบำหน้ากาก
  • อาหารเสริมจากเมืองไทยอย่างน้อยมื้อละ 1 อย่าง
  • อาหารแต่ละมื้อจะมีเนื้อสัตว์อย่างน้อย 2อย่างยกเว้นที่วัดชิมิและบนเขาตั๊กซัง
  • ทุกมื้อเช้าเราจัดเตรียมข้าวต้มและเครื่องเคียงสำหรับท่าน
  • น้ำดื่มวันละ 3 ขวด
  • บริการชา กาแฟหลังอาหารเที่ยงหรือเย็นวันละ 1 ครั้ง
  • รวมค่าม้าขึ้นวัดตั๊กซัง

โปรแกรมการเดินทาง

 04.30 น.         พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 6 เคาน์เตอร์ K สายการบินภูฏาน แอร์ไลน์

  07.00 น.       ออกเดินทางสู่ภูฏาน โดยสายการบินภูฏาน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ B3703

  09.00 น.       (เวลาท้องถิ่นภูฏาน ช้ากว่าเวลาประเทศไทย 1 ช.ม.)  ถึง สนามบินพาโร (Paro International Airport)  เมืองหน้าด่านในหุบเขาแสนสวย ที่มีภูมิประเทศเหมาะที่สุดในการก่อสร้างสนามบินของภูฏาน  เพลินชมอาคารที่พักผู้โดยสาร ซึ่งออกแบบก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม อันมีเอกลักษณ์ทางศิลปที่น่าทึ่ง ด้วยการใช้วัสดุเป็นเครื่องไม้ เข้าสลักเชื่อมต่อกันโดยไม่ต้องใช้ตะปู  ประดับลวดลายด้วยสีสันของภาพจิตรกรรม  และการแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง  ส่วนที่เป็นหลังคาจะใช้การซ้อนแผ่นไม้ แล้วทับไว้ด้วยก้อนหินใหญ่เพื่อป้องกันความเสียหายจากแรงลมและหิมะตก ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร หลังจากผ่านพิธีการเข้าประเทศ ให้ท่านแลกเงินงุลดรัม (Ngultrum) ที่สนามบินพาโร จากนั้นนำเดินทางด้วยรถมินิบัสเข้าสู่ดินแดนสุขาวดีบนเทือกเขาหิมาลัย จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมืองพาโร (Paro National Museum) ซึ่งกษัตริย์ จิกมี่ ดอร์จิ วังชุก รัชกาลที่ 3  ผู้เป็น“บิดาแห่งภูฏานยุคใหม่” ได้รวบรวมศิลปวัตถุเก็บไว้ใน “ป้อมกลมหอรบโบราณ” หรือ “ตาซอง” (Ta Dzong) (ที่สร้างขึ้นตั้งแต่พ.ศ.2192 ร่วมสมัยพระเจ้าปราสาททองแห่งกรุงศรีอยุธยา) พระองค์ได้จัดทำป้อมกลมให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ใน พ.ศ.2511 ต่อมาได้เกิดแผ่นดินไหวที่ทำให้ป้อมโบราณเสียหาย จึงได้สร้างอาคารพิพิธภัณฑ์หลังใหม่ขึ้นมาแทนที่  ชมหน้ากากที่ใช้สวมแสดงในงานเทศกาลสำคัญจากทั่วประเทศ ชมงานพุทธศิลป์ของการทำผ้าพระบท (ตังกา) ภาพแผนภูมิศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธนิกายวัชรยาน(มันดาลา) เครื่องแต่งกาย สิ่งของเครื่องใช้ อาวุธ  เครื่องดนตรี  คัมภีร์ทางศาสนา ความรู้ทางชีววิทยาบนเทือกเขาหิมาลัย  จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าชม พาโร ซอง(Paro Dzong) ที่สร้างขึ้นริมฝั่งแม่น้ำพาชู  เป็นสัญลักษณ์สำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณของชาวภูฏาน

เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม Olathang โรงแรมที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับ ราชอาคันตุกะ ในสมัยที่ภูฏานเปิดประเทศสู่ชาวโลก

จากนั้นนำท่านเดินทางด้วยรถมินิบัส สู่ เมืองหลวงทิมพู (Thimphu) (ระยะทาง65 ก.ม. ฃใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.45 ช.ม.) ผ่านชมทางหลวงแผ่นดินสายหลักของประเทศ

เข้าสู่เขตช่องเขาตามแนวแม่น้ำพาชู แวะถ่ายรูป สำนักสงฆ์ตัมโช (Tamchoe Monastery) ที่มีสะพานแขวนทอดข้ามแม่น้ำซึ่งสร้างโดยพระโยคีลามะ ในศตวรรษที่15 ชื่อThangtong Gyalpo ที่ เดินทางมาจากทิเบตเพื่อต้องการมาหาแร่เหล็ก และท่านได้คิดค้นการทำโซ่เหล็กเป็นครั้งแรก (มีจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์พาโร)  นำเดินทางต่อไปผ่านชมเจดีย์สามองค์ริมฝั่งแม่น้ำ  ซึ่งเป็นเจดีย์แบบทิเบต ภูฏาน และเนปาลที่จุดบรรจบของแม่น้ำพาชูกับแม่น้ำทิมพูชู ที่บริเวณด่านชูซอม (Chuzom)เดินทางต่อท่ามกลางทิวทัศน์แสนสวยแปลกตาสู่ นครหลวงทิมพู ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,350 เมตร  (ดอยอินทนนท์ 2,565 เมตร เมืองมรดกโลกลี่เจียง 2,200 เมตร จงเตี้ยน(แชงกรีลล่า) 3,300 เมตร) นำชมจุดชมวิวบนเขาเหนือเมืองทิมพู  ชม “ลุงตะ” หรือ “ธงมนต์”ที่พลิ้วไสวตามลมเหนือลำน้ำทิมพู และ“ทิมพู ซอง(Thimphu Dzong)” ที่เป็นทั้งพระราชวัง ทำเนียบรัฐบาล และตำหนักพระสังฆราชแห่งนิกายนิงมาปาของ หลังจากนั้นนำเข้าชมภายใน “ทิมพู ซอง” Thimpu Dzong  หรือมีชื่อเป็นทางการว่า  “ตาชิโช ซอง”(Tashicho Dzong)  ซึ่งเป็นป้อมปราการที่ตั้งของสำนักพระราชวัง   และทำเนียบรัฐบาล มีห้องทำงานมาก กว่า 100 ห้อง   ในส่วนของมหาอารามนั้นจะมีตำหนักที่ประทับฤดูร้อนของสมเด็จพระสังฆราช ในส่วนของซองแห่งนี้จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ได้เฉพาะในส่วนของบริเวณวัด ซึ่งที่ในโบสถ์มีพระประธานเป็นพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี พระโพธิสัตว์ ท่านคุรุปัทมสัมภวะ และท่านซับดรุง งาวัง นัมเกลซึ่งเป็นผู้รวบรวมชนเผ่าจนเกิดเป็นประเทศภูฏาน ชมการตกแต่งภาพจิตรกรรมผาผนัง  และผ้าพระบทที่เล่าเรื่องราวในพุทธศาสนา โดยเฉพาะเรื่องราวของการแสดงบารมีในปางต่างๆของ  “พระปัทมสัมภวะ”  หรือ  “พระปทุมสมภพ” (แปลว่า

ผู้กำเนิดจากดอกบัว) เป็นภาคหนึ่งของพระพุทธเจ้าตามแนวคิดของนิกายมหายาน

พิเศษ               จากนั้นเชิญท่านร่วมทำบุญในแบบภูฏานพร้อมทั้งรับศีลรับพรจากพระสงฆ์ระดับริน โปเช ซึ่งเชื่อว่ามีการกลับชาติมาเกิดหลายครั้งเพื่อปฏิบัติพุทธบารมี

                   นำชมนาฏศิลป์ภูฏานในชุดระบำหน้ากากที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และ ชมการเต้นรำพื้นเมืองของชนเผ่าที่อาศัยอยู่ทั่วประเทศ

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารสุโขทัย

ที่พัก             Hotel Phuntsho Pelri  หรือ เทียบเท่า

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                    หลังอาหารเช้า นำแวะชมวิวบนเนินเขา Kuenselphodrang เหนือตัวเมืองในจุดที่มีฮวงจุ้ยดีที่สุดในประเทศภูฏาน พร้อมนมัสการพระพุทธรูปหล่อสัมริดประทับนั่งกลางแจ้ง  Big  Buddha สูง51.50 เมตรองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเกิดขึ้นมาจากการรวมพลังของชาวพุทธจากทั่วโลก โดยได้ต้นแบบมาจากพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในสถูปพุทธคยา ประเทศอินเดีย จากนั้นออกเดินทางเข้าสู่เขตเทือกเขาสูงที่อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าสนกึ่งป่าดงดิบ จนถึงช่องเขา “โดชูลาพาส” ( Dochula Pass) หรือช่องเขาศิลาที่มีระดับความสูง  3,145 เมตร นำชมสถูป  “ดรุค วังเกล”  (Druk  Wangyel Chorten) หรือสถูปแห่งความเป็นสิริมงคลและ สันติสุขของแผ่นดิน 108 องค์ ที่สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระราชินี

อะชิ ดอร์จิ  วังโม วังซุก (ร.4) เพื่อ ถวายพระโพธิสัตว์และพระอรหันต์108 องค์และเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความสงบสุขที่เกิดขึ้นหลังจากการปราบกบฏอัสสัมที่เข้ามาใช้พื้นที่ประเทศภูฏานในการต่อสู้กับรัฐบาลอินเดีย    ขอเชิญทุกท่านแวะชิมชา กาแฟและขนมว่างท่ามกลางบรรยากาศแสนสวยสุดแสนโรแมนติค ณ จุดชมวิวบนเขา  ซึ่งในวันที่อากาศสดใสจะมองเห็นยอดเขาโต๊ะที่มียอดแบนราบเหมือนโต๊ะและยอดเขาอื่นๆบนเทือกเขาหิมาลัย ที่สูงกว่า 7,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล จากนั้นนำเดินทางข้ามภูเขาที่สูงเหนือม่านเมฆ   สัมผัสกลิ่นหอมของดอกไม้ป่า ชมวิวบนเทือกเขาและเพลินชมหมู่บ้านกลางหุบเขาที่มีการทำนาแบบขั้นบันได  เข้าสู่เมืองหลวงเก่า ปูนาคา (Punakha) ที่มีภูมิประเทศสูงจากระดับน้ำทะเล 1,300 เมตร  และมีอากาศที่อบอุ่นกว่าเมืองทิมพู  ด้วยเหตุนี้กษัตริย์ภูฏานและ สมเด็จพระสังฆราชจะทรงเสด็จแปรพระราชฐานมาปูนาคาในฤดูหนาว (เดือน พ.ย.- เม.ย.)  ปูนาคาจึงเปรียบเสมือน  “เมืองหลวงฤดูหนาว”  (Winter Capital) ในขณะที่ทิมพูเป็น “ เมืองหลวงฤดูร้อน ”(Summer Capital)และเป็นเมืองหลวงทางราชการ

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม  Zhingkham  รับประทานอาหารพร้อมกับชื่นชมความสวยงามของ ปูนาคาซอง ซึ่งเป็นร้านเดียวที่ได้เห็นวิวนี้

หลังอาหาร นำท่านเข้าชม “ปูนาคา ซอง”(Punakha Dzong)  ซึ่งเป็นซองขนาดใหญ่ และสำคัญที่สุด   เป็นสถานที่เก็บ พระอัฐิ ของท่านธรรมราชาซับดรุง งาวัง นัมเกล  ผู้รวมชาติภูฏาน และ ยังเป็นสถานที่ ซึ่งพระเจ้าอุกเยน วังชุก กษัตริย์พระองค์แรก ได้กระทำพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งภูฏาน  เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม  พ.ศ. 2450 ( ต่อมาจึงกำหนดให้ทุกวันที่ 17  ธ.ค. เป็นวันชาติภูฏาน )  ภายในซองแห่งนี้มีพระตำหนักและท้องพระโรงซึ่งใช้เป็นสถานประกอบพระราชพิธีต่างๆ  ยังมีศาลาว่าการเมือง ลานสนามหลวง  มหาธาตุเจดีย์ หอพระ โบสถ์   วิหาร  กุฏิพระลามะ  ที่สร้างขึ้นในซองนี้ถึง 21 แห่ง  มีภิกษุสามเณรจำพรรษากว่า  6,000 รูปแม้จะเคยเกิดไฟไหม้ถึง 6 ครั้ง   เกิดน้ำท่วม และแผ่นดินไหว แต่ปูนาคา ซอง ก็ยังคงความงามสง่า  “ปูนาคา   ซอง”   มีตำนานเป็นพุทธทำนายโดย  “คุรุริมโปเช” หรือท่าน “คุรุปัทมสัมภวะ”ว่า ณ ที่แห่งนี้ จะมีบุรุษนาม  “นัมเกล”   มาสร้างป้อมปราการเป็นสังฆมณฑล(ซอง) ขึ้นที่บริเวณด้านหน้าภูเขารูปงวงช้างที่มีแม่น้ำสองสายมาบรรจบกัน  ซึ่งคำทำนายนั้นได้กลายเป็นความจริง   เมื่อท่านซับดรุง  งาวัง  นัมเกล  พระลามะผู้ที่ได้นำพระบรมสารีริกธาตุจากทิเบตเข้ามาประดิษฐานในภูฏาน และได้สร้าง “เซอรี่ดอร์จีซอง”และ“ซิมโทกา ซอง”ในบริเวณช่องเขาเมืองทิมพู  เพื่อใช้เป็นสำนักเพื่อการประกาศศาสนา  ในปีพ.ศ.2163และพ.ศ.2172ตามลำดับ หลังจากนั้นจึงมาสร้าง“ปูนาคา ซอง”ขึ้นในปีพ.ศ.2182  ณ จุดบรรจบลำน้ำโม (โม=ผู้หญิง)  กับลำน้ำ โป (โป=ชาย)ที่รวมกันเป็นแม่น้ำ ปูนาซัง   ซึ่งในบริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งสำนักของนักบวชโยคีมาก่อน  ท่านได้รับแรงศรัทธาอย่างมากมาย จึงได้รับยกย่องให้เป็น “ซับดรุง” หมายถึง “ ผู้พิชิตที่ศัตรูจะต้องสยบแทบเท้า”จากนั้นก็ได้สร้าง “ตาชิโช  ซอง” ที่ทิมพูอีกหนึ่งแห่งในปีพ.ศ.2184  แล้วก็ได้ประกาศการเป็นพระสังฆธรรมราชาเพื่อการเผยแผ่ศาสนานิกายนิงมาปาหรือดรุ๊กปาและได้รวมชาติของชนเผ่าต่างๆจนเกิดเป็นราชอาณาจักรภูฏานในเวลาต่อมา จากนั้นนำท่านสู่ วัดชิมิ (Chimi Lhakhang)  หรือ วัดแห่งการเกิด ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 โดยท่าน Drukpa Kuenley นักบวชลามะผู้ที่เต็มไปด้วยเวทย์มนต์พลังลึกลับและอิทธิปาฏิหาริย์ท่านได้สะกดวิญญาณนางปีศาจร้ายที่แฝงตัวมาในรูปของสุนัขสีแดงเอาไว้ใต้เจดีย์ด้วยเครื่องมือที่เป็นรูปอวัยวะเพศชาย ทำให้วัดแห่งนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า No Dog Temple และยังได้เนรมิตรแพะผสมวัวให้กลายเป็นตัวทาคินอีกด้วย  ชาวภูฏานจึงนิยมมาขอพรเพื่อเพิ่มพลังให้ชีวิตและการขอบุตรกันที่วัด

“ชิมิลาคัง” ซึ่งในโบสถ์จะมีรูปบูชาของท่าน และจะมีพระลามะทำพิธีให้พรด้วยการใช้เครื่องหมายเพศชายและคันธนูเคาะเบาๆที่ศีรษะ  จากนั้นจะรินน้ำมนต์ ซึ่งตามธรรมเนียมเราต้องใช้ฝ่ามือทั้งสองรับน้ำมนต์มาแตะที่ริมฝีปากก่อนที่จะนำไปลูบที่ศรีษะ

***(ท่านที่มีความประสงค์จะเดินไปนมัสการและขอพรที่วัด ชิมิ จะมีไกด์พาไปถึงที่วัด ใช้เวลาเดินถึงวัดประมาณ 30นาที)

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม

ที่พัก             Khuru resort  หรือเทียบเท่า

เช้า                รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางข้ามเทือกเขาสูงที่มีทิวทัศน์สวยงาม  กลับสู่เมืองหลวงทิมพู แวะพักผ่อนอิริยาบท ดื่ม ชา กาแฟ ชมวิวเทือกเขาหิมาลัย สูดอากาศบริสุทธิ์ ฟังเสียงธงมนต์สะบัดตามแรงลม และสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เทวดาบนยอดเขาตามความเชื่อของชาวภูฏาน  ที่โดชูลาพาส (Dochula Pass)  จากนั้นเดินทางผ่านช่องเขาเข้าสู่ ทิมพู  แวะชมซิมโทกาซอง(Simtokha Dzong)ซึ่งเป็นซองที่เก่าแก่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศ สร้างขึ้นในสมัยรวมชาติ  ใช้เป็นโรงเรียนสอนภาษา“ซองคา”ซึ่งเป็นภาษาประจำชาติ  และใช้เป็นโรงเรียนสอนศาสนาสำหรับสามเณรลามะ ขอเชิญชมความเก่าแก่ของวัด  สักการะพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ภายในโบสถ์

เที่ยง             รับประทานอาหารอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารสุโขทัย

ทางบริษัทได้จัดเตรียมชุด “คีรา” และ “โค” ชุดประจำชาติของภูฏาน ให้ท่านได้สวมใส่เที่ยวในเมืองทิมพู  นำชม อนุสรณ์สถาน  Memorial Chorten  หรือมหาสถูปที่พระเจ้าจิกมี  ดอร์จี  วังชุก  กษัตริย์องค์ที่3  หรือพระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม่ (King of Modernization)ที่ปกครองภูฏาน ในช่วงปีค.ศ.1952 – 1972  ทรงมีพระประสงค์จะสร้างสถูปเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา แทนสัญลักษณ์ กาย วาจาและใจ ของพระพุทธศาสนา  แต่ท่านได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน สมเด็จพระราชินีจึงได้ดำเนินการสร้างต่อจนแล้วเสร็จ(หากรายการทัวร์ไม่ตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์  จะนำผ่านชม ไปรษณีย์ทิมพู  หากตรงกับวันเสาร์และวันอาทิตย์  จะนำท่านชม ตลาดนัดพื้นเมือง Weekend Market) ภูฏาน จากนั้นนำท่านเดินทางไปชม สวนสัตว์พื้นเมือง  ชมตัว “ทาคิน” สัตว์ประจำชาติของภูฏาน (National Animal of  Bhutan) เป็นสัตว์บนภูเขาสูง ที่มีลักษณะผสมระหว่าง แพะกับวัว  ที่มีถิ่นอาศัยอยู่โดยเฉพาะในภูฏานและบางส่วนของมณฑลเสฉวนของจีนเท่านั้น  จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองพาโร

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

ที่พัก                 Hotel Olatang หรือ เทียบเท่า

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้านำท่าน เดินเท้า(หรือขี่ม้า)ขึ้นสู่ยอดเขา  ซึ่งแบ่งการเดินออกเป็น2ช่วง  ใช้เวลาช่วงละประมาณ 2 ชั่วโมง ที่ระดับความสูงเฉลี่ย 2,000-3,000เมตร ในเส้นทางแสวงบุญของชาวพุทธมหายาน  ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก  ขอเชิญแวะพักเหนื่อยชมภาพมหัศจรรย์ของวัดตั๊กซังที่เกาะเกี่ยวอยู่บนหน้าผาสูง  ดื่มชากาแฟที่จุดชมวิวTaktshang Cafeในช่วงที่1 (เป็นจุดที่ตั้งภัตตาคารอาหารกลางวัน)   จากนั้นท่านที่ยังมีพลังศรัทธาแรงกล้าจะร่วมกันเดินข้ามเขาในช่วงที่สอง(เดินประมาณ2ช.ม.)เข้าสู่วัดตั๊กซัง(Taktshang Lhakhang) หรือวัดถ้ำเสือ ซึ่งเป็นวัดถ้ำ13วัดที่สร้างเกาะเกี่ยวกันอยู่บนหน้าผาที่ดูเหมือนวิมานสวรรค์ล่องลอยอยู่เหนือกลุ่มเมฆ  นับเป็นวัดที่น่ามหัศจรรย์1ใน10ของโลก  และมีความสำคัญที่สุดของชาวภูฏาน ซึ่งทุกคนจะต้องขึ้นไปให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต    ….ตามตำนาน ที่เชื่อกันว่า ถ้ำเสื้อหรือรังเสือ(Tiger Nest)แห่งนี้คือสถานที่ๆ กูรู ริมโปเช หรือท่านปัทมสัมภวะ ผู้เป็นปรมาจารย์แห่งคำสอนแบบ วัชรญานตันตระที่เดินทางโปรดสัตว์มาจากทิเบต ได้ขี่นางเสือ(หมายถึงศัก-ติ หรือพลังปัญญาจากเพศหญิงที่แปลงสภาพเป็นนางเสือ) ขึ้นไปสร้างสมบุญบารมีนั่งวิปัสสนากรรมฐานบำเพ็ญสมาธิภาวนาอยู่ในถ้ำนานถึง3เดือน ก่อนที่ท่านจะได้ประกาศคำสอนสู่สานุศิษย์เพื่อเผยแผ่พระศาสนา

สู่ดินแดนพุทธภูมิภูฏาน ในพุทธศตวรรษที่12 การเดินขึ้นไปถึงวัดตั้กซัง ต้องมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ อากาศบนที่สูงเบาบางซึ่งอาจจะทำให้เหนื่อยง่าย ท่านที่ต้องการสละสิทธิ์กรุณาแจ้งล่วงหน้า เพื่อจัดเตรียมการดูแล

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ Takshang café

หลังจากกลับลงจากวัดตั๊กซังนำท่านเดินทางสู่ “วัดคิชู(Kichu Temple)”  อายุ1,300 ปี วัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของภูฏาน  ที่ตามประวัติว่าสร้าง ตั้งแต่สมัยที่ภูฏานยังเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของทิเบต  ซึ่งกษัตริย์ซองเซนกัมโป  ที่ชาวทิเบตยกย่องว่าเป็นผู้อัญเชิญศาสนาพุทธสายวัชรยานตันตระมาประดิษฐานในทิเบต และโปรดให้สร้างวัดขึ้น 108 แห่ง เพื่อตอกหมุดสะกดอวัยวะ 108 จุดของยักษ์ตนหนึ่งซึ่งนอนแผ่ขวางกั้นการประกาศพระธรรมจักรบนเทีอกเขาหิมาลัย  โดยที่พระองค์ทรงมุ่งหมายที่จะให้สัจธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเผยแผ่ไปทั่วดินแดนแห่งนี้  จุดที่สร้างวัดคิชูที่เมืองพาโรเป็นเท้าซ้ายของยักษ์  (อีกวัดหนึ่งในภูฏานอยู่ที่เมืองบุมทัง วัดจัมเบ สร้างตรงเข่าซ้ายของยักษ์) นำเข้าชมวิหารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกษัตริย์ ซองเซน กัมโป ซึ่งตรงบริเวณพื้นไม้เบื้องหน้าพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี มีร่องรอยบุ๋มลึกอย่างชัดเจน  เนื่องจากมีผู้แสวงบุญจำนวนมากมายืนก้มลงกราบพระแบบ  “อัษฎางคประดิษฐ์” (ร่างกายแตะพื้น 8 จุด) ซ้ำ ๆ กันเป็นเวลานานนับพันปี    ขอเชิญชมต้นสนไซเปรสไม้ประจำชาติต้นเก่าแก่ที่หน้าวัด เพลิดเพลินชมวิวกว้างไกลของเทือกเขาหิมาลัย มองเห็นยอดเขาจูโมฮารี  สูงที่สุดในภูฏาน 7,340เมตร  ( จูโมฮารีจะเห็นได้เมื่ออากาศสดใสในฤดูหนาว  )

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม

ที่พัก                 Hotel Olathang  หรือ เทียบเท่า

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                   จากนั้นนำเดินทางสู่สนามบินเมืองพาโร

11.45 น.        ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ ด้วยสายการบินภูฏาน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ B3702

15.45 น.        ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ มิรู้ลืม

 

**************************************************************************

หมายเหตุ:

* รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นหลัก

** วังดีโพดรางซอง ปิดซ่อมแซมเนื่องจากเกิดไฟไหม้จึงละเส้นทางเยี่ยมชมนี้

ค่าทัวร์ต่อท่าน

รายละเอียด ราคา (บาท)
อัตราค่าบริการ ต่อท่าน
วันออกเดินทาง พักห้องคู่ พักเดี่ยว(เพิ่ม)
13 – 17 เมษายน 2560 55,999 บาท

7,900 บาท

หมายเหตุ
-ออกเดินทางเดินทาง 15 ท่านขึ้นไป
-ราคานี้ไม่รวม ทิป ไกด์(ภูฏาน) , คนขับ , รถกระเป๋า, และเจ้าหน้าที่ชาวภูฏานที่คอยให้บริการตลอดการเดินทาง ท่านละ 30 USD ต่อทริป ต่อท่าน
– ทิปหัวหน้าทัวร์ที่เดินทางและให้บริการ 300 บาท ต่อทริป ต่อท่าน

ราคานี้รวม

–   โรงแรมที่พัก 4   คืน  พร้อมอาหารเช้า  ตามโปรแกรมท่องเที่ยวด้านบน

–   อาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม

–   หัวหน้าทัวร์

–   ไกด์ท้องถิ่น (พูดภาษาอังกฤษ)

–   รถรับ-ส่งสนามบิน  และตลอดการเดินทางตามโปรแกรมด้านบน

–   รายการท่องเที่ยวตามโปรแกรมด้านบน

–   ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

–   น้ำดื่มวันละ 3 ขวดต่อ 1 ท่าน

–   ค่าวีซ่าภูฏานและค่าภาษีท่องเที่ยวรัฐบาลภูฏาน

–   ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัดและภาษีสนามบินภูฏาน (สายการบินภูฏาน แอร์ไลน์ หรือ ดรุ๊กแอร์)

–   ประกันภัยการเดินทาง

ราคานี้ไม่รวม

–   ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากที่ระบุในโปรแกรมด้านบน

–   ทิปไกด์และคนขับรถ

การยื่นวีซ่า

สแกนหน้าสำเนาพาสพอร์ตผู้เดินทาง ( ควรส่งยื่นวีซ่าอย่างน้อย 10 วัน ก่อนการเดินทาง )

จองเลย โปรแกรมทัวร์ กลับไปหน้าที่แล้ว