• กรุ๊ปทัวร์ แพคเกจทัวร์ บริการจัดทัวร์ต่างประเทศทั่วโลก
  • Mobile: 091 217 3790 (AIS) - 094 493 1316 (DTAC)
  • Email: info@AlwaysVacationTour.com

หมวดหมู่ Travel Blog: เที่ยวญีปุ่น

Tokyo Teppanyaki

Mansei Chiyoda; Exclusive Teppanyaki in Tokyo

ร้าน Mansei Chiyoda ร้านที่บอกคำจำกัดความของตัวเองว่าเป็น Teppanyaki steak & Seafood นี้ ตั้งอยู่ในตึกใหญ่ที่มีสัญลักษณ์รูปวัวยิ้ม บนถนน Akihabara ซึ่งเป็นถนนของนักช้อปเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยตั้งอยู่บนชั้น 10 ที่เห็นวิวยามค่ำคืนของ Akibahara และบริเวณใกล้เคียงได้อย่างยอดเยี่ยม

clip_image001 clip_image002 clip_image003

ผู้ที่ชอบทานเนื้อจะไม่ผิดหวังกับเนื้อคุณภาพเยี่ยมที่ Mansei Chiyoda มีมาเสนอ โดยสามารถเลือกคุณภาพของเนื้อเองได้ โดยทางร้านคิดราคาเป็นต่อชิ้น หรือถ้าจะให้สะดวก ก็เลือกเป็น Course Menu ซึ่งมี 2 อย่าง คือเนื้อ และซีฟู้ด โดยราคาอยู่ที่ประมาณ 13,000 – 16,000 เยน ต่อชุด โดยมีชา กาแฟ และขนมหวานเสิร์ฟตอนท้ายอีกด้วย

clip_image004

ร้านนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มเฉพาะของเราเอง โดยลูกค้าสามารถนั่งล้อมหน้าเตา Teppanyaki ที่มีพ่อครัว มาทำอาหารให้ทานกันสด ๆ ต่อหน้า โดยแต่ละโต๊ะ นั่งได้ประมาณ 6 คน และที่นี่มีทั้งหมดประมาณ 6 โต๊ะ ให้บริการ

clip_image005

สำหรับ Course แรก ๆ จะเริ่มต้นด้วย Appetizer โดยจานแรกเริ่มที่ Jelly ไส้กุ้งกับปลาหมึก ที่ออกจะคาว ๆ สักหน่อย แต่ได้รับการปรุงมาอย่างสร้างสรรค์ สวยงาม และน่าประทับใจ ร่วมด้วยแฮมสด รสชาติเยี่ยม ที่มาพร้อมผักสลัด สด กรอบ และซุปครีมผัก ที่ปั่นมาอย่างละเอียด เนื้อเนียน รสกลมกล่อม หอม อร่อย

clip_image006

สำหรับ Course ซีฟู้ด ประกอบด้วย กุ้งตัวโต หอยสแกลอป ปลาหมึกและขาปูยักษ์ ซึ่งสแกลอป ตัวใหญ่เนื้อหนา นุ่ม ถูกปรุงอย่างพิถีพิถัน โดยการอบเนย ผสมน้ำมิโซะซุป และน้ำมันงา ทำให้เป็นอาหารจานหน้าตาดี และนุ่มลิ้นแสนอร่อย

clip_image007

ส่วนกุ้งลอปเตอร์นั้น แปลกและอร่อยมาก ๆ โดยตอนแรกที่ดู นึกว่าเป็นกุ้งอบเนยธรรมดา แต่เมื่อทานไปแล้ว ปรากฏว่าอร่อยเกินคาด เพราะกุ้งที่คัดสรรมานี้ อบอย่างดีด้วยซอสมายองเนส ซึ่งมีความหวาน มัน เสริมด้วยรสเปรี้ยวของมะนาวนิด ๆ เรียกว่า ส่วนผสมเข้ากันอย่างดี แถมยังมีซอสที่ทำจากมันกุ้ง ที่มีกรรมวิธีปรุงที่สร้างสรรค์และพิถีพิถันราดอยู่เคียงข้าง เพื่อชูรสอีกด้วย

clip_image008clip_image009

สำหรับปลาหมึกที่มาจากชายฝั่งของทะเลญี่ปุ่นนี้ เมื่อผ่านการย่างบนเตา บอกได้คำเดียวว่า สุกกำลังพอดี หนานุ่ม เนื้อหวาน ราวกับนั่งทานอยู่ริมทะเล เช่นเดียวกับขาปูยักษ์ ที่ลิ้มรสได้ถึงเนื้อแน่น หวาน สด ใหม่ ที่ผัดมากับแครอท และแตงกวาสไลด์ ที่ราดด้วยซอสเนยกับมะนาว ที่เข้าถึงเนื้อ เต็มรสความอร่อยจริง ๆ

clip_image010clip_image011

สำหรับเซทเนื้อ นับว่าใช้เนื้อเกรดเอ สด ใหม่ ใหญ่ หนา และอร่อยมาก เพราะ เนื้อจากร้านนี้ได้มาจากฟาร์มของเขาเอง ที่อยู่แถว Aomori ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือสุดของเกาะฮอนชู โดยเนื้อที่นี่จะส่งมาสดใหม่ทุก ๆ บ่ายสามโมง ของทุกวัน เพื่อให้พ่อครัวได้ประกอบอาหารที่สด และคุณภาพดีแก่ลูกค้า สำหรับผักที่เป็นเครื่องเคียงของเซทเนื้ออย่าง หน่อไม้ฝรั่ง มะเขือเทศ และมันฝรั่ง ก็มีความสด กรอบ ดีต่อสุขภาพทีเดียว

clip_image012clip_image013

สำหรับเซทเนื้อนั้น มีการปรุงที่น่าสนุกและตื่นเต้น โดยการปรุงให้เนื้อสุกนั้น เรียกว่า เป็นการปรุงแบบ Flambe โดยจุดไฟ และราดบรั่นดี ให้มีไฟลุกท่วมโต๊ะ เรียกความสนใจของลูกค้าได้อย่างมากเลยทีเดียว นอกจากนั้นเมื่อถึงเวลาชิมแล้ว การเอาเนื้อเข้าปาก แทบไม่ต้องเคี้ยว เพราะเนื้อแทบจะละลายในปาก นุ่ม และให้รสชาติของน้ำเนื้อที่ชุ่มออกมาด้วย น้ำจิ้มเพื่อชูรสมี 3 รสชาติให้ความอร่อยที่แตกต่างกัน ทั้ง น้ำส้มและหัวไชเท้า อย่างที่สอง วาซาบิ มัสตาร์ท และพริกไทย และสุดท้ายคือน้ำจิ้มซีอิ๊ว

clip_image014clip_image016

Tokyo Midtown-Ritz Carlton

Ritz Carlton; name that reflects your legacy

Ritz Carlton โรงแรมหรูแห่งใหม่ใจกลางโตเกียว ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อ มีนาคม 2007 นับว่าเป็นโรงแรมที่สร้างความประทับใจ ความเพียบพร้อม และสะดวกสบาย ให้ได้อย่างไม่มีที่ติ

โรงแรมนี้มีทำเลอยู่ในย่านรปปงงิ ซึ่งถือว่าเป็นย่านของเศรษฐีมีสตางค์ ล้อมรอบไปด้วยความหรูหรา และทุกอย่างระดับเฟิร์สคลาส และตั้งอยู่บนตึกสูง 53 ชั้น ซึ่งถือว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดของโตเกียวในขณะนี้ โดยมีความสูงอยู่ที่ 248 เมตร เท่ากับจำนวนห้องที่มีไว้ให้บริการ โดย Ritz Carlton ได้จองพื้นที่ที่ดีที่สุดของตัวอาคารไว้ คือ 9 ชั้นสูงสุดของ Tokyo Midtown ตั้งแต่ชั้น 45 ถึงชั้น 53 โดยแม้แต่แค่ขั้นตอนแรกอย่างการเช็คอิน เราก็จะได้รู้สึกผ่อนคลายกับ วิว 360 องศาที่ดีที่สุด อลังการที่สุดของมหานครโตเกียว กับ Lobby ที่ตั้งอยู่บนชั้น 45

clip_image002clip_image004clip_image006

clip_image008 clip_image010

เมื่อเช็คอินเสร็จเรียบร้อยแล้ว หากต้องการกดลิฟท์ขี้นห้อง จะต้องใช้ลิฟท์คนละตัวกับที่ขี้นมา แต่สังเกตง่ายเพราะเป็นทางอีกช่องหนึ่งที่ติด ๆ กันนั่นเอง

clip_image012

ประตูทางเข้าโรงแรมมี 2 ด้าน ด้านแรก สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากสถานีรถไฟ Roppongi จะสังเกตได้ง่าย กับทางเข้าที่มีสัญลักษณ์เป็นหัวสิงห์ คล้าย ๆ กับ Merlion ที่สิงคโปร์ ฝั่งตรงข้ามมีร้านกาแฟ Starbuck ให้เป็นจุดสังเกต

clip_image014

และอีกทางสำหรับผู้ที่เดินทางมาด้วยรถส่วนตัว คนขับรถจะจอดให้ตรง Ground Floor ที่มี Concierge และเป็นชั้นที่ทะลุ เป็นยังสรรพสินค้าทั้ง 4 ชั้น ของ Tokyto Midtown ได้อย่างสะดวกสบายนั่นเอง และเช่นเดียวกัน หากต้องการเช็คอิน ก็ต้องกดลิฟท์ขึ้นไปที่ชั้น 45

clip_image002[4]clip_image004[4]

ห้องพักขนาดเริ่มต้นของที่นี่เริ่มต้นที่ความกว้าง 52 ตร.ม. ซึ่งนับว่าใหญ่โตมากสำหรับโรงแรมของประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจอย่างกรุงโตเกียว ซึ่งโรงแรมโดยทั่วไปมักมีขนาดคับแคบ และห้องน้ำที่เล็กมาก แต่ที่โรงแรมหัวสิงห์แห่งนี้ได้สร้างความแตกต่างอันโดดเด่น โดยห้องพักระดับเริ่มต้น ก็เป็น Deluxe แล้ว และมีระดับห้องพักที่แตกต่างกันออกไปถึง 15 ระดับ แขกที่พักทุกห้องสามารถชมทัศนียภาพได้กว้างไกล ถึงภูเขาไฟฟูจิ ในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง ในส่วนของบางห้องพัก ก็จะได้มุมด้านโตเกียวทาวเวอร์ และวิวทั้งหมดที่จะได้จากห้องพักนั้น เรียกได้ว่า แจ่มแจ๋ว กว่าขึ้นโตเกียวทาวเวอร์ด้วยซ้ำ

clip_image002[6]clip_image004[6]

clip_image006[4] clip_image008[4]

สัดส่วนในการจัดห้องพักเรียกว่า เหมาะสมและลงตัวที่สุด เพราะได้แยกสัดส่วน ของตู้เสื้อผ้าและที่วางกระเป๋าเดินทาง ห้องน้ำที่กว้างใหญ่โอ่อ่า ที่แยกเป็น ห้องน้ำ ห้องสุขา อ่างอาบน้ำ และพื้นที่ใช้สอย ที่ทุกห้องมี Sony Bravia ขนาด 20 นิ้วให้ได้รับข่าวสาร หรือฟังเพลงสบาย ๆ ระหว่างผ่อนคลายอิริยาบถด้วย ข้าวของเครื่องใช้ที่ให้บริการ ก็ได้เตรียมไว้พร้อมสรรพ ภายใต้ home Brand ของ Ritz Carlton ที่สวยงามระดับ Souvenir เลยทีเดียว

clip_image002[8]clip_image004[8]

ทัศนียภาพทั้งกลางวันและกลางคืน ยากเกินกว่าโรงแรมใด ๆ ในโตเกียว จะเทียบได้ โดยเฉพาะยามพลบค่ำ เหมือนนอนอยู่กลางทะเลแห่งแสงไฟและสีสันของกรุงโตเกียว

clip_image006[6]clip_image008[6]

ความหรูหราในระดับ Club Floor ตั้งอยู่บนชั้น 52 และ 53 โดยมีห้องสวีท จำนวนถึง 36 ห้องรวมอยู่ด้วย ผลิตภัณฑ์ความหอม หรู ภายในห้องน้ำโดยแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Bvlgari มีไว้ให้บริการ และ Club Lounge ให้บริการสำหรับผู้ที่พักใน 2 ชั้นนี้เท่านั้น

ห้องอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ที่ชื่อ Forty Five ที่เป็นห้องอาหารแนวฝรั่งเศส แบบโมเดิร์น นอกจากจะทำให้เราอื่มตากับการตกแต่งแนวเรียบ หรู ดูดีแล้ว ยังทำให้เราอิ่มท้องกับอาหารคุณภาพเยี่ยมที่มีมาเสนอด้วย ถ้าเป็นไปได้อยากแนะนำให้ลองสลัดของร้านอาหาร เพราะว่า Pine nut, Walnut กรอบ สด ใหม่ ไม่หืน น้ำสลัดรสชาติกลมกล่อม และผักปลอดสารพิษ สด กรอบ น่าลอง ผู้ที่ชื่นชอบเบเกอรี่ ก็ไม่มีทางผิดหวังเช่นเดียวกัน เพราะขึ้นชื่อว่าห้องอาหารฝรั่งเศส เรื่องความอร่อย นุ่ม ของขนมปังและรสชาติที่เป็นต้นตำรับ รับรองไม่เป็นทีสองรองใครแน่นอน

clip_image002[10]

ภาพบรรยากาศของ Tokyo Midtown กับ Complex ทั้ง 4 ชั้น

 

clip_image002[14]clip_image004[12]clip_image006[10]clip_image008[10]clip_image010[4]clip_image012[4]clip_image014[4]