• กรุ๊ปทัวร์ แพคเกจทัวร์ บริการจัดทัวร์ต่างประเทศทั่วโลก
  • Mobile: 091 217 3790 (AIS) - 094 493 1316 (DTAC)
  • Email: info@AlwaysVacationTour.com

หมวดหมู่ Travel Blog: เที่ยวทั่วโลก

คลายข้อสงสัย ความแตกต่างระหว่าง Ocean Cruise และ River Cruise

 

Ocean Cruise

River Cruise

Detail

Ocean Cruise

River Cruise

ความจุ 500-5,402 คน
ขึ้นอยู่กับเรือ และเส้นทางการเดินทาง
0-170 คน
ขึ้นอยู่กับเรือ และเส้นทางการเดินทาง
การเมาเรือ ไม่มี เนื่องจากเป็นเรือขนาดใหญ่ สูงตั้งแต่ 8-15 ชั้น ไม่มี เนื่องจากล่องในแม่น้ำ
ซึ่งเป็นน้ำนิ่ง ไม่มีคลื่น
การดูแล มีพนักงานคอยดูแล 300-2,115 คนขึ้นอยู่กับเรือ

อัตราการดูแล พนักงาน 3 คน / ลูกค้า 1 คน

อาหาร มีบริการอาหารวันละ 3 มื้อแบ่งเป็นรอบๆ ในห้องอาหาร ส่วนมากเป็นอาหารนานาชาติ ซึ่งจะมีระบุไว้ว่าจะทานที่ห้องไหน จะมีห้องอาหารบริการ 1-3 ห้อง ต่อมื้ออาหาร / ต่อประเภทของเรือ (ไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมอยู่ในค่าเรือแล้ว) แต่หากทานอาหารที่ห้องอาหารนอกเหนือจากที่ระบุ จะมีค่าใช้จ่าย

มีบริการอาหารฟรี ทั้งลำ ไม่มีค่าบริการ ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดื่มระหว่างวัน อาหารแต่ละมื้อจะมีทั้ง
บุฟเฟ่ต์อาหารเช้า กลางวันและค่ำ มีทั้งบุฟเฟ่ต์ และ A la carteรวมถึง BBQ และในมื้ออาหารมีเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ที่สามารถดื่มได้ไม่อั้น และระหว่างมื้ออาหารจะมีบริการอาหารว่างไว้คอยรับรอง
FACILITIES มีร้านขายของที่ระลึก คาสิโน คลับ บาร์ ฟิตเนส สปา เซาน่า ร้านทำผม สระว่ายน้ำในร่ม และกลางแจ้ง และในบางลำ มีสถานที่เลี้ยงเด็กคอยให้บริการ มีโรงหนัง หรือ โรงละคร ห้องเกมส์ ห้องสัมมนา และสันทนาการอื่นๆ

มีห้องอาหาร บาร์ เลาท์ ฟิตเนส ร้านทำผมและในบางลำ มีสระว่ายน้ำ ห้องเกมส์ เซาน่าห้องแสดงภาพ ห้องสมุด และโรงหนัง ในเรือบางลำ

ขนาดห้องพัก เริ่มตั้งแต่ 14 ตร.ม.  – 110ตร.ม.

เริ่มตั้งแต่ 16 ตร.ม.  – 28ตร.ม.

อุปกรณ์ในห้องพัก เตียงคู่ เตียงเดี่ยว เตียงสองชั้น (ขึ้นอยู่กับเรือ)  โทรศัพท์ ทีวี ตู้เย็น นาฬิกาปลุก ไวไฟ น้ำดื่ม
ห้องน้ำ : มีไดร์เป่าผม  มีอุปกรณ์อาบน้ำ
เตียงคู่ เตียงเดี่ยว โทรศัพท์ ทีวี ตู้เย็น นาฬิกาปลุก ไวไฟ น้ำดื่ม
ห้องนอนมีหน้าต่างทุกห้อง
ห้องน้ำ : ใช้เครื่องสุขภัณฑ์ L’Occitaneทุกชิ้น มีไดร์เป่าผม อุปกรณ์อาบน้ำ
ระยะเวลาในการล่องเรือ 3-15 วัน ขึ้นอยู่กับเส้นทาง 7-20 วัน ขึ้นอยู่กับเส้นทาง
บรรยากาศการล่องเรือ ล่องในมหาสมุทร บรรยากาศโดยมากจะเป็นท้องทะเล และท้องฟ้า ล่องในแม่น้ำ บรรยากาศจะเป็นบ้านเรือน วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนพื้นเมือง ที่อยู่ริมฝั่งน้ำ
การท่องเที่ยว มีเส้นทางการเดินทาง จะมีบางวันไม่ลงจอดเทียบท่า และในวันที่ลงจอดผู้โดยสารสามารถเที่ยวด้วยตัวเอง หรือ ซื้อออฟชั่นเพิ่มบนเรือได้  หรือหากประสงค์จะอยู่บนเรือไม่ลงก็ได้เช่นกัน เส้นทางการเดินทางจะลงจอดเทียบท่าทุกวัน และบนเรือจะจัดเส้นทางให้ผู้โดยสารเลือกได้ตามสะดวกตามอายุเช่น โปรแกรมเดินน้อยสำหรับผู้สูงอายุ และเด็ก โปรแกรมเดินทางปานกลาง และโปรแกรมเดินมาก และยังมีช่วงเวลาอิสระให้เดินเล่นในสถานที่ต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ โดยทั้งหมดนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (รวมอยู่ในค่าเรือแล้ว) ยกเว้นบางเส้นทางที่ผู้โดยสารประสงค์จะเที่ยวนอกเหนือโปรแกรม ทางเรือก็มีบริการจัดเตรียมให้
จุดเด่น มีการแสดงโชว์ และ การแสดง Broadway หรือ การขับร้องทุก

ค่ำคืน และเรือขนาดใหญ่ ที่ล่องหลายวันเรือจะมีการจัดกาล่าดินเนอร์ ให้กัปตันได้พบปะกับผู้โดยสารบนเรือ
–          บนเรือแต่ละลำ จะมีห้องอาหาร บาร์ เล้าท์ ให้บริการอย่างน้อย 2 ห้องขึ้นไป เรือบางลำมีโรงหนังที่ขนาดใหญ่ เปิดให้บริการฟรี

–          เหมาะสำหรับท่านที่ประสงค์ท่องเที่ยวเพื่อความสนุก และสะดวกสบาย พร้อมกันการใช้สันทนาการต่างๆ บนเรือเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศการท่องเที่ยวทางบก แต่ยังมีกลิ่นไอของการลงเที่ยวในแต่ละเมืองอยู่

เรือนำจะจุดเด่นของแต่ละประเทศ หรือเมืองนั้นๆ ขึ้นมาแสดงบนเรือ อาทิเช่นการโชว์การทำอาหารพื้นเมือง โดยเชฟมืออาชีพให้ได้ลิ้มลอง หรือ การแสดงโชว์ และการละเล่นพื้นเมืองให้ได้ชม

-เหมาะสำหรับท่านที่ประสงค์ท่องเที่ยวในระดับ ไฮคาร์ส และการบริการสุดหรู พร้อมกับความเป็นส่วนตัว

5 กิจกรรมสุดเจ๋งที่อัพเกรดการเดินทางต่างแดนให้เอ็กซ์ครูซีฟขึ้นมาทันตาเห็น!!

หากเบื่อทัวร์ เบื่อรูปแบบการท่องโลกแบบเดิมๆ เรามี 5 ไอเดียสุดปังกับกิจกรรมสุดเริ่ดที่นำพาคุณเปิดโลกใหม่ สัมผัสประสบการณ์แห่งความสุขและความทรงจำสุดเอ็กซ์ครูซีฟที่บางครั้งเงินก็ซื้อไม่ได้!!

 

นอนพักโรงแรมเดียวกันหรือห้องพักห้องเดียวกันกับคนดัง

ขอสักคืนสองคืนในทริปที่เราจะได้ก้าวเท้าเข้าไปนอนแผ่ในห้องพักของโรงแรมที่เหล่าคนดังเคยเข้าพักมาแล้ว คิดดูสิจะเริ่ดแค่ไหนถ้าเราได้นอนแผ่หลาอยู่บนเตียงเดียวกับที่ เทเลอร์ สวิฟต์ เคยนอนที่ควีนทาวน์ เกาะใต้ นิวซีแลนด์ เมื่อครั้งเดินทางไปถ่ายทำมิวสิควิดีโอ หรือเข้าพักห้องเดียวกับทีมงานนักแสดงฮอลลีวู้ดชื่อดัง “The Lord of the Ring”  ที่เข้าพักในระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์ที่นิวซีแลนด์ โอ้ววววว! ฟังดูเริ่ดสุดๆ ไปเลย!

 

 ขอมีโมเม้นต์ที่เราแอ๊บทำตัวเป็นคนเซเลปบรีตี้สักครั้งในชีวิต

ให้รางวัลและสร้างสีสันให้กับชีวิต ด้วยการทำตัวเปรี้ยวเป็นเซเลบริตี้ตัวท็อปนั่งรถลีมูซีนหรูหราไฮโซ จัดปาร์ตี้ส่วนตัวเบาๆ จิบไวน์ นั่งรถชมวิวเมืองสุดโรแมนติกของเมือง หรือทำตัวเป็นหนุ่มฮ้าวสาวเฮ้ว ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ฮาเล่ย์แบบสาว เลดี้ กาก้าในเอ็มวีเพลง “Judas” ท่องไปในเมืองใหญ่หรือจะสวมบท Christian Grey สุดเท่ (Fifty Shades of Grey) พาคนพิเศษนั่งเฮลิคอปเตอร์เที่ยวชมวิวเมืองและธรรมชาติสุดอลังการก็เป็นอีกตัวอย่างกิจกรรมที่สามารถครีเอทให้ทริปท่องเที่ยวของคุณดูเจ๋งขึ้นเป็นกอง…จริงม้า!

 

ตีตั๋วชมการแสดงโชว์ชื่อดังระดับโลก

การตีตั๋วเข้าชมโชว์เริ่ดๆ สุดอลังการระดับโลกสักครั้งในชีวิต ก็เป็นอะไรที่เก๋กู๊ดมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นโชว์มายากลที่เต็มไปด้วยเทคนิคอุปกรณ์น่าทึ่งของ เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ (David Copperfield) นักมายากลชื่อดังก้องโลก หรือฟังพลังเสียงร้องสุดทรงพลังของศิลปินนักร้องชื่อดังระดับโลกมารายห์ แครี่ย์ (Mariah Carey) โชว์สุดเริ่ดระดับตำนานที่ว่ามานี้สามารถทำให้คนจำนวนมากต้องอ้าปากค้างด้วยความทึ่งมาแล้ว เชื่อได้เลยว่าจะกลายมาเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์อันน่าจดจำและทำให้โลกทั้งใบของคุณเปลี่ยนไปจากเดิมได้เลย…เชื่อสิ!

 

ล่องเรือหรูระดับ 5 ดาวใช้ชีวิตราวเศรษฐี

เราสามารถยกระดับการออกเดินทางท่องโลกของเราให้เว่อร์วังอลังการราวจ่ายเงินหลักล้าน แต่ความจริงจ่ายอยู่ในงบหลักหมื่นที่เอื้อมถึงได้ ด้วยการแพ็กกระเป๋าลงเรือหรูระดับ 5 ดาวล่องไปในแม่น้ำยุโรป เราสามารถเปิดแท็บเล็ตนั่งทำงานมองวิวเลอค่าสองฝากฝั่งแม่น้ำ ในห้องพักหรูหราที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และอาหารรสเลิศที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี เมื่อเรือจอดเทียบตามเมืองท่าสำคัญในประเทศต่างๆ เราก็สามารถเที่ยวทัวร์ภาคพื้นดินเดินเที่ยวชมเมือง ช้อปปิ้ง แวะชิมของอร่อยแบบเข้าถึงคัลเจอร์ได้คูลๆ เช่นกัน หรือเลือกที่จะล่องเรือลำหรูที่เหล่าคนดังเคยล่องมาแล้ว อาทิ ล่องเรือครูซลำเดียวกับที่เซรีน่า วิลเลี่ยมส์ ถือถ้วยล่องเรือฉลองแชมป์มาแล้ว ก็ดูไฮโซสุดๆ ไปเลยนะเออ!

 

ขับรถเที่ยวชิลล์ในต่างแดนราวกับเป็นคนท้องถิ่น

การขับรถเที่ยวเองในต่างประเทศ เที่ยวอิสระตามสไตล์ใครสไตล์มัน อยากแวะที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ ค่ำไหนนอนนั่น เป็นการท่องเที่ยวที่ท้าทายและเปิดประสบการณ์แปลกใหม่มากกว่าที่คุณคิด ยกตัวอย่างการขับรถเที่ยวในนิวซีแลนด์ที่ขับรถชิดซ้ายเหมือนบ้านเรา ถนนสภาพดีได้มาตราฐาน สะดวก ปลอดภัย ป้ายๆ ได้รับการจัดระเบียบอย่างชัดเจน ผลลัพธ์ที่ได้คือ ได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด สนุกกับกิจกรรมระหว่างทาง และได้เห็นวิวธรรมชาติสวยตระการตาแบบชนิดที่จำติดตาติดใจไม่มีวันลืมเชียวล่ะ

*** ออกเดินทางท่องโลกกว้าง เก็บเกี่ยวสุดยอดประสบการณ์สุดเอ็กซ์ครูซีฟที่กลายมาเป็นความทรงจำประทับใจไม่รู้ลืม วางใจAlways Vacation จัดทริปส่วนตัวทั่วโลกสุดเอ็กซ์ครูซีฟได้ดั่งใจคุณ

 

☎ สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่ Always Vacation
02 – 192 5281, 094-4931316
✉ :  info@alwaysVacationtour.com

แพ็คกระเป๋าลงเรือล่องแม่น้ำสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งทวีปยุโรป

เส้นทางสัญจรทางน้ำของแม่น้ำสายสำคัญอย่างแม่น้ำดานูบ (Danube) และแม่น้ำไรน์ (Rhine) ไหลผ่านหลากหลายประเทศในทวีปยุโรปที่มีภูมิประเทศสวยงาม ได้กลายเป็นประตูเปิดสู่มุมมองแปลกใหม่ในการท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟด้วยการนั่งเรือที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ลัดเลาะไปตามสายน้ำ สัมผัสธรรมชาติสวยงามเกินคำบรรยายของสองฝั่งแม่น้ำ ซึมซับวิถีชีวิตต่างแดนอย่างเข้าถึงอารมณ์ โดยเรือล่องผ่านเมืองเมืองเล็กเมืองน้อย อันมีเอกลักษณ์โดดเด่นแตกต่างกันไป ทั้งเมืองแห่งศิลปินที่กรุ่นกลิ่นอายของศิลปะชั้นยอด เมืองที่อยู่ในอ้อมกอดแห่งขุนเขา แมกไม้ เมืองที่ให้ทัศนียภาพอันงดงามเกินเอื้อนเอ่ย ซึ่งทุกวินาทีนั้น ร่างกายจะได้ชาร์จแบตโดยอัตโนมัติอย่างไม่รู้ตัว คุ่มค่าแก่การมาพักผ่อน และแวะทักทายเมืองเหล่านั้นสักครั้งในชีวิต

01_vista_exterior_hungary_budapest_danube_parliament_blur 01_rhine_germany_99653936_ss
01_amsterdam_196031342 01_cologne_51117892_ss 01_prague_bridges_110916586
วิวสวยหลักล้านรอเราอยู่…
เรือ Suite Ship หรูหราของ Avalon Waterways ได้นำเราเทียบท่าในเมืองที่มีความน่าสนใจตามหัวเมืองน้อยใหญ่ โดยมีรถโค้ชระดับ 5 ดาว และมัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่ผ่านการรับรอง รอให้บริการเราอยู่ บางเมืองเราจะต้องนั่งรถต่ออีกสักหน่อย เพื่อถึงจุดไฮไลท์ให้เราได้ชม หรือบางเมืองเมื่อเรือเทียบท่าแล้ว มัคคุเทศก์ท้องถิ่นก็สามารถพาเราเดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอย ชมความงดงาม พร้อมเล่าเรื่องราวอย่างน่าสนุกสนานได้ทันที เสียงกดชัตเตอร์รัวๆ ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะเราเดินผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น สถาปัตยกรรมก่อสร้างแบบดั้งเดิม ปราสาทและโบสถ์เก่าแก่อายุหลายร้อยปี ตึกเก่าที่บ่งบอกถึงจินตนาการของผู้คนในยุคสมัยโบราณว่าพวกเขาได้สร้างสิ่งที่ทำให้โลกต้องจดจำ และเมื่อเวลาสำรวจเมืองได้หมดลง เราก็จะได้เรือล่องไปยังเมืองน่ารักถัดไป ระหว่างการเดินทางโดยเรือ จิตใจของเราเบาสบายและเป็นสุขกับทัศนียภาพที่เป็นภูเขาสูง ต้นไม้เขียวชอุ่ม สลับกับหมู่บ้านชนบทของผู้คนท้องถิ่น เป็นระยะ ๆ ซึ่งภาพเหล่านี้ เราแทบจะไม่เคยได้เห็นเมื่อเราเที่ยวทัวร์ปกติเลย ที่นี่เรามีเรือเป็นพาหนะ นำพาเราไปยังที่ต่าง ๆ ทัศนียภาพสองลำน้ำ ก็สวยงามเกินบรรยายออกมาเป็นถ้อยคำเมื่อได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง

01_img_637701_img_602701_img_637801_img_628701_img_639101_img_655001_img_671201_img_664901_mg_8291
บรรยากาศสุดชิลในวันพักผ่อนแสนสบาย บนเรือหรูที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
อย่ากลัวว่าการนั่งเรือล่องแม่น้ำจะมีฟีลลิ่งน่าเบื่อ ถ่ายรูปจนหนำใจแล้วจะนั่งเหงาไม่มีอะไรทำ ไม่เลย! บนเรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และกิจกรรมเสริมสนุกๆ บนเรือมากมาย อาทิ Cheese Tasting, สอนทำขนม, ดนตรีสดระหว่างวันและยามค่ำคืน, การแสดงโดยพนักงานบนเรือ ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องอาหารการกินเพราะมีอาหารรสเลิศที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา ทุกมื้อคัดสรรมาอย่างดีในรูปแบบ Fine Dining, บาร์บีคิว, Welcome Dinner และ Farewell Dinner ที่มีความหลากหลาย และให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประเภท เบียร์ ไวน์ แชมเปญไม่อั้นระหว่างมื้ออาหาร มีบริการ Free wifi, ห้องพักผ่อน Club lounge เปิดตลอด 24 ชม, ห้องออกกำลังกาย จากุซซี่ และห้องเสริมสวย มีผู้อำนวยการทัวร์และพนักงานบนเรือคอยอำนวยความสะดวกสบายให้ตลอดทริป เรียกได้ว่าอบอุ่น สะดวกสบาย คุ้มค่ากับการแพ็คกระเป๋าออกมาจากบ้าน ซึ่งทุกอย่างเป็นราคารวมอยู่แพ็กเกจทัวร์ราคาหลักหมื่นที่จ่ายไปตั้งแต่ต้น

01__img_663901_img_635101_img_308901_img_306001_img_600401_img_635801_img_611401_img_611301_img_610901_img_609801_img_6407
ทำไมต้องเป็นทริปเรือล่องแม่น้ำยุโรป
เหตุผลสำคัญที่เลือกทริปนี้เพราะนอกจากจะได้เปิดประสบการณ์สู่รูปแบบการเดินทางที่แปลกใหม่ ควรค่าแก่การได้สัมผัสด้วยตนเองแล้ว สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ บนเรือ ห้องพักที่หรูหรา อาหารการกิน และผลิตภัณฑ์ประทินผิวในห้องน้ำที่จัดให้อย่างชั้นเลิศระดับ L’Occitane en Provence เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า การมาเที่ยวเรือล่องแม่น้ำยุโรปนี้ ไม่มีอะไรน้อยหน้ากว่าการพักโรงแรมระดับ 5 ดาว รวมถึงการบริการของพนักงานที่ไม่ขาดตกบกพร่อง เพราะได้จัดเตรียมไว้ในอัตราลูกค้า 3 ท่าน ต่อบริกร 1 คน รวมถึงสิ่งที่ทำให้เราประทับใจที่สุด คือราคาที่ไม่จุกจิก ทุกวันเมื่อเรือเทียบท่า จะมีซิตี้ทัวร์ต่าง ๆ มีรถโค้ชระดับ 5 ดาวและมัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่ชำนาญการคอยให้บริการตลอดการเดินทาง โดยสิ่งเหล่านี้ได้รวมอยู่ในราคาที่่จ่ายไปแล้วด้วย นอกเสียจากว่า บางวันเป็นการเที่ยวชมเมือง หรืออิสระช้อปปิ้งตามอัธยาศัยซึ่งทางเรือจะได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าในกำหนดการแล้วนั้น แต่เรารู้สึกว่าอยากจะตามมัคคุเทศก์ท้องถิ่นมากกว่าจะสำรวจเมืองด้วยตัวเอง ก็สามารถเลือกซื้อทัวร์เพิ่มเติมได้ สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งที่เรือจอดเทียบท่านั้นเรียกได้ว่าเป็นสวรรค์สำหรับนักเดินทางอย่างแท้จริง เพราะรายการทัวร์ได้รวมได้แล้วซึ่งความหลากอรรถรส ไม่ว่าสำหรับคนที่หลงใหลในศิลปะอย่างจริงจัง ที่จะได้เข้าถึงเรื่องราวของศิลปินระดับโลก เยี่ยมชมที่พัก หรืองานภาพวาดต่างๆ ของเขา หรือนักเดินทางสายที่ชอบสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ปราสาท ราชวัง หรือมหาวิหารก่อสร้างลักษณะแบบกอธิกงดงามตรึงตาตรึงใจ โบสถ์ ตึกอาคารเก่าที่มีลวดลายปูนปั้นอันงดงามราวมีชีวิต ก็รวมอยู่ในทัวร์นี้ หรือบางกลุ่มอาจจะชอบเก็บเกี่ยวความรู้ทางประวัติศาสตร์และเรียนรู้วัฒนธรรมจากการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ก็มีรวมอยู่ด้วย ทั้งยังมีเวลาให้ขาช้อปได้ช้อปปิ้งซื้อของฝากตามตลาดท้องถิ่นและแวะชิมของอร่อยขึ้นชื่อของเมือง เที่ยวเหนื่อยแล้วก็หยุดพักจิบกาแฟหอมกรุ่นในร้านคาเฟ่น่ารักๆ แล้วลุยต่อด้วยการเซลฟี่สุดชิลกับวิวสุดสวยเลอค่าตามจุดต่างๆ อย่างไม่เร่งรีบ สำหรับสายปั่น การปั่นจักรยานออกกำลังกายเที่ยวชมเมืองก็เป็นอีกหนึ่งอรรสรถที่ทำให้เราได้มีโอกาสรู้จักและแวะทักทายผู้คนในเมืองนั้น ๆ อย่างเข้าถึง หรือจะจอดจักรยาน เดินชมดอกไม้สีสันสวยงามริมรั้วบ้านที่กำลังเบ่งบานรับแขกที่มาเยือนก็ไม่ว่ากัน โดยสามารถหยิบยืมจักรยานได้จากทางเรือ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย รับรองว่าในแต่ละวัน เวลาจะหมดไปแบบไม่รู้เบื่อเลยทีเดียว

ใครที่สนใจทริปเรือล่องแม่น้ำยุโรประดับ 5 ดาวชมวิวหลักล้านแต่จ่ายแค่หลักหมื่น คลิกเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ alwaysvacationtour.com/โปรโมชั่นสุดพิเศษ/  หรือ https://www.facebook.com/AlwaysVacation/  โทร : 085-149-3941, 094-493-1316, 02-192-5281 อีเมลล์ : info@AlwaysVacationTour.com หรือทัก Line : @AlwaysVacation

Cambodia Trip by Jidapa

Cambodia Trip by Jidapa@AlwaysVacation

1 Febuary 2013

การเดินทางยังกัมพูชาครั้งนี้ ออกเดินทางจากกรุงเทพ ผ่านรถทัวร์ของคาสิโน สามารถหาเบอร์ได้ในอินเตอร์เน็ต เราเดินทางโดยรถทัวร์ของบ่อนบริษัท ส ประเสริฐทัวร์ ขี้นรถหน้าสวนลุม 4.30 นาฬิกา ติดต่อคุณยุ้ย เพื่อสารองที่นั่งได้ที่เบอร์ 0811515051 หรือ 0830715933 ค่ารถมาโรงเกลือ 200 บาทต่อเที่ยว รถจะจอดรออยู่บริเวณหน้าสวนลุม ออกเดินทางตีห้า ถึง ประมาณ 8 โมงครึ่ง ในรถถามว่าจะเข้าบ่อนหรือจอดที่โรงเกลือ คำตอบของเราจะมีผลเกี่ยวเนื่องกับราคาค่ารถ ถ้าเข้าบ่อน ไปกลับ 100 ในวันเดียว ถ้าขาเดียวอย่างเรา ก็เที่ยวละ 200 ราคาต่อคน

เมื่อถึงเวลา และคนครบ รถก็จะออกเดินทางไปยังสระบุรี พวกเราลงที่ตลาดโรงเกลือ ออกไปรอเจ้าหน้าที่ของทาง กัมพูชามารับเพื่อเดินทางต่อ

บริเวณตลาดโรงเกลือ จะมีธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งใช้เป็นจุดนัดพบแรกในทริปนี้ของเรา

การไปกัมพูชาครั้งนี้ พวกเราไม่ค่อยมีเวลาเตรียมตัวกันมากนักเนื่องจากงานที่เข้ามาในช่วงนั้น น่าเสียดายที่ธนาคารเปิดทำการในเวลา 10.00 เป็นต้นไป ด้านหลังของธนาคารไทยพาณิชย์ จะมีห้องน้ำ และ ลานจอดรถ สามารถจอดรถทิ้งไว้ได้โดยมีค่าฝากรถวันละ 150 บาท ต่อคัน ต่อ วัน ซึ่งลานจอดรถนี่เอง เป็นที่ที่เราจะใช้ขึ้นรถบัสกลับ แลนด์ที่เราใช้บริการครั้งนี้คือ Season Holiday รอซักพักเจ้าหน้าที่จากทางกัมพูชาก็เข้ามาทักทาง ถามว่าเป็นคณะจาก ออลเวย์ เวเคชั่นหรือเปล่า ช่วยเราหิ้วของซักนิดหน่อย และเดินนำเราไปยังด่านตรวจคนเข้าเมือง

จุดตรวจคนเข้าเมือง

เจ้าหน้าที่ถามเราเรื่อง VIP ว่าจะเข้าทาง VIP หรือเปล่า เสียเงินคนละ 200 รวมทั้งขาออกและขาเข้า มีการเจรจากันนิดหน่อย เนื่องจากเราคิดว่ารวมทุกอย่างใน Package แล้ว

จากนั้นเมื่อผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่จะพาเรามายังรถตู้ เพื่อพบกับไกด์ และคนขับรถ

ไกด์และคนขับรถ
รถที่พวกเราได้นั่งมาจะเป็นรถตู้ แถวหน้า 3 ที่นั่ง แถวกลาง 4 ที่นั่ง
และแถวหลัง 3 ที่นั่ง (ถึงแม้จริงๆ ที่นั่งจะเล็กพอประมาณ 2 ที่นั่ง ต่อ 1 คน)
การเดินทางจากด่านปอยเปตไปยังเสียมเรียมใช้เวลาประมาณ 2.30 ชั่วโมง

การขับรถที่กัมพูชาในแต่ละเมือง
มีการจำกัดความเร็ว
ในเมืองปอยเปต 60 km/h
ในชนบท 90 km/hm
พนมเปญ 40 km/h
…………………………….
กัมพูชามีประชากร 14 ล้านคน
75% ทำการเกษตร
5% แม่ค้า
20% รับราชการ
…………………………….
เรื่องของศาสนา
พุทธ 95%
คริส+อิสลาม 5%

ด่านปอยเปต

ช่วงที่เดินทางไป มีไว้ทุกข์สมเด็จพระนโรดมสีหนุ (อดีตกษัตริย์ของกัมพูชา) มีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ตลอดเวลา ไกด์ของเราบอกว่า ที่นี่จะลดธงลงครึ่งเสา เพื่อเป็นการไว้ทุกข์ สามารถสังเกตเห็นได้ตามสองข้างทาง

ระหว่างทางจากปอยเปตมาเสียมเรียบ จะมีจุดแวะพัก เช้าห้องน้ำ และหาอะไรกินเล่นๆ สามารถซื้อของติดไม้ติดมือไปด้วย เช่น เศียรพระ หินขัดตัว

เศียรพระ หินขัดตัว

หินขัดตัวชิ้นละ 20 บาท

ร้านกาแฟรามา

มีร้านกาแฟเล็กๆชื่อร้านกาแฟรามา

กล้วยปิ้ง

กล้วยปิ้งรีดบาง แผ่นละ 10 บาท

ขนมปังสอดไส้

ขนมปังสอดไส้ เหมือนลาว เวียดนาม (ใส่พริก หมูยอ แครอท ไชเท้าดอง ผักชี ต้นหอม แตงกวา) ชิ้นละ 30 บาท นอกจากนี้ยังมี มะพร้าว มะม่วง สับปะรด แต่ไม่ได้ซื้อกันมา

กาแฟเขมร

กาแฟร้อนแก้วละ 30 บาท กาแฟที่กัมพูชาจะมีกลิ่นหอมแปลกๆ *คหสต*

ออกจากจุดแวะพัก พวกเราก็มุ่งหน้าตรงไปยังเสียมเรียบ เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน ระหว่างทางก็ขอให้ไกด์เปิดวิทยุ เพราะอยากฟังอะไรที่เป็นกัมพูชาแบบท้องถิ่น คลื่นวิทยุก็เปิดการถ่ายทอดพิธีสวรรคต ของพระเจ้าสีหนุ วิวทิวทัศน์สองข้างทาง จะเต็มไปด้วยทุ่งนาคล้ายๆ ภาคเหนือและภาคอีสานของประเทศไทย แต่จะมีต้นตาลโตนดขึ้นอยู่เรื่อยๆ หลังจากสอบถามไกด์ของเราแล้ว ทราบได้ว่า ต้นตาลโตนด เป็น ต้นไม้ประจาชาติของประเทศกัมพูชานั่นเอง

รถประจำทางที่กัมพูชา จะมีลักษณะแตกต่างจากประเทศไทย
มีทั้งรถกระบะ รถตู้ รถ Camry นั่งเหมารวมกันมา
……………………………….
เจ้าของโรงแรมของคนไทยในเสียมเรียบ
Sofitel Sopitra – Tiffy
Le Meridian – คุณเจริญ เบียร์ช้าง

เมื่อเดินทางมาถึงเสียมเรียบ รถก็พาเรามารับประทานอาหารกลางวันกันที่ร้าน Phanom Bros มื้อแรกที่เรารับประทาน ประกอบด้วย

อาหารมื้อแรก

ต้มยำปลาทะเลสาบ ลาบหมู ไก่ผัดขิง ปลาทอด มีน้าปลาด้วย แต่รสชาติ แตกต่างจากประเทศไทย หลังจากที่รับประทานอาหารแล้ว พวกเราตัดสินใจเริ่มเที่ยวกันที่การสักการะศาลเจ้าเจก-เจ้าจอม ที่ตั้งอยู่ในเมืองเสียมเรียบ เมื่อไปถึงจะมีผู้คนต่างๆจากทั้งต่างชาติและเจ้าถิ่นมาสักการะบูชา และมีการตั้งพระฉายาลักษณ์ของพระเจ้าสีหนุ เพื่อเป็นการไว้อาลัยอีกด้วย เรื่องรองเท้า นักท่องเที่ยวต้องระวัง เพราะอาจมีการเรียกเก็บเป็นครั้งคราวจากคนเฝ้ารองเท้า

ศาลเจ้าเจก-เจ้าจอม

จุดหมายปลายทางของเรา สถานที่ต่อไปคือ โตนเลสาบ ทะเลสาบน้าจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย นั่งรถประมาณ 20 นาทีจากศาลเจ้าเจกเจ้าจอม เมื่อซื้อบัตรเข้า ก็ต่อต่อแถวและเดินลงตามคิวเพื่อขึ้นเรือ

โตนเลสาบ

เรือไซส์เล็กสุด

การจัดการเรือจะแบ่งตามขนาดของแต่ละกลุ่ม กลุ่มของพวกรวมไกด์แล้วมี 4 คน ก็จะได้เรือไซส์เล็กสุด เรือจะแบ่งเป็นกลุ่มใครกลุ่มมันเลย กลุ่มใหญ่หน่อยก็เรือลำใหญ่ขึ้น เรือเริ่มออกจากท่าเรือ ล่องไปตามแม่น้ำสายเล็กๆ ฤดูที่เราไป น้ำยังแห้งอยู่ถ้าเป็นฤดูที่น้ำมา น้ำจะสูงขึ้นถึงประมาณ 3 เมตร ระยะเวลาที่ล่องไปยังตัวทะเลสาบประมาณ 15-20 นาที อาจมีอาการง่วงนอนเกิดขึ้นได้

ระหว่างล่องเรือ

แต่เมื่อถึงโตนเลสาบ ท่านจะมองเห็นแต่น้ำจนสุดสายตา รวมถึงหมู่บ้านบนน้ำ ที่จะมีชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่บนเรือ โบสถ์ หรือกระทั่งโรงเรียนบนน้ำ เรือพาพวกเรามาถึงจุดท่องเที่ยวที่เป็นจุดเลี้ยงจระเข้ขนาดเล็ก แต่ที่น่ากลัวกว่าจระเข้ ที่อยู่ในเขตของมันคือ …. งูเหลือม

เด็กน้อยอายุ 3 ขวบ แม่กับเด็กทารกกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับงูเหลือมโชว์นักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ ลอยอยู่บนกะละมังรอบๆจุดท่องเที่ยว สำหรับคนที่กลัวงูเช่นเราก็ได้แต่หนี หลับตาเดินไปยังจุดชมวิว

ถ่ายภาพด้านบนเรือ

ถ่ายภาพด้านบนเรือ วิวสวยมากๆค่ะ หลังจากที่ถ่ายภาพจนพอใจแล้ว พวกเราก็เดินทางกลับหลับกันมาแป๊ปๆ ก็ถึงฝั่ง เดินทางกันต่อไปยังวัดทะไม แปลเป็นไทยว่าวัดใหม่ ใช้เป็นที่เก็บอัฐิชาวกัมพูชาที่เสียชีวิตจากการสังหารหมู่ในอดีต ในยุคที่เขมรแดง เรืองอานาจ ไกด์เล่าประวัติความเป็นมาว่าใครเป็นใคร มีการทรมารอย่างไรบ้าง ที่วัดจะมีบอร์ดรูปภาพประกอบ ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไรคร่าวๆ เพื่อให้เป็นความรู้แก่นักท่องเที่ยว

วัดทะไม

ประมาณ 4 โมงกว่าๆ คนขับรถก็พาเรามายังจุดทำบัตรเข้าชมโบราณสถานในเมืองเสียมเรียบ รอคิวนิดหน่อยก็ได้บัตรมา

โบราณสถานในเมืองเสียมเรียบ

ในบัตรจะมีรายละเอียดวันเข้าชม และจะมีรูปภาพของเราด้วย เย็นวันนั้นเอง พวกเราตัดสินใจไปขึ้นบอลลูนฮีเลียม จุดขึ้นอยู่ไม่ไกลจากนครวัดมากนัก บอลลูนมีรอบขึ้นลงทุก 15 นาที ราคา 15 USD ต่อคน บรรยากาศข้างบนดีมาก บอลลูนค่อยๆ ลอยตัวสูงขึ้นให้เห็นวิวโดยรอบไม่ว่าจะเป็น โตนเลสาบ นครวัด นครธม พนมบาแค็ง รวมถึงตัวเมืองเสียมเรียบ

บอลลูนฮีเลียม

เสร็จสิ้นภารกิจบนบอนลูน ก็ถืงเวลาอันสมควร เดินทางไปรับประทานอาหารเย็นที่ Sophea Angkor เป็นบุฟเฟ่ต์นานาชาติ มีข้าวผัด กับข้าว สุกี้ สลัด เป็นต้น โดยปกติจะมีโชว์ระบาอัปสรา แต่เนื่องจากอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ของพระยาศรีหนุ ทางรัฐบาลจึงไม่อนุญาตให้มีการแสดงใดๆ จัดขึ้น รวมทั้งผับเต้นๆ ก็ต้องปิดทำการชั่วคราว อาหารที่นี่ไม่ค่อยอร่อย มี wifi free แต่ช้า เพราะแชร์กันเยอะ

Sophea Angkor

จากนั้นก็เดินทางกลับโรงแรม โรงแรมที่เราพักชื่อโรงแรม Smiling Hotel (อ่านว่า สมาย-ลิง) ระดับ 4 ดาว มี wifi free เช่นกัน โรงแรมจะมีตึกเก่า และตึกใหม่ เราได้พักที่ตึกใหม่ ห้องเลยใหม่และน่าอยู่สมคุณภาพ

Smiling Hotel

พักผ่อนอยู่ซักพัก เก็บข้าวของ พวกเราก็ออกเดินทางไปยัง Night Market

Night Market

การเดินทางไปยัง Night Market สามารถเรียก-ตุ๊ก-จากโรงแรมได้เลย โดยไปแจ้งกับทาง Receptionist ว่าต้องการเดินทางไปที่ไหน จากนั้นก็มีการเสนอราคากัน และสามารถนัดเวลากับตุ๊กว่าจะให้มารับที่เดิม กี่โมง ไปกลับเที่ยวละ 3 USD รวมทั้งหมด 6 เหรียญ Pub Street จะติดอยู่กับ Night Market พวกเราเริ่มต้นโดยการเดินดูของต่างๆที่ขายในตลาด และเดินดูร้านอาหาร บาร์ต่างๆ ในละแวกนั้น สินค้าในตลาดกลางคืนจะมีพวก เสื้อ ปลอกหมอน ภาพวาด เสื้อผ้า กระเป๋าเก๋ๆ จากถุงฟาง การ์ด ของที่ระลึกต่างๆ สลับกับร้านนวดและร้านอาหารตลอดทาง มีร้านรถเข็นขายแพนเค้ก ใกล้ๆ กันจะมีมินิมาร์ทที่รวบรวมสินค้าจากนานาปนระเทศ มาให้ซื้อขายได้ ราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกมาก ผ่านไปสามชั่วโมง กับการสารวจ

พวกเราก็เดินทางกลับที่พักสมายลิง พี่ตุ๊กมารอได้ตรงเวลาที่สุด ถึงที่พัก อาบน้ำ นอน เตรียมพร้อมสำหรับวันต่อไป

2 Febuary 2013

วันนี้ตื่นเช้าโดย Reception โทรมาปลุก รับประทานอาหารที่บุฟเฟ่ต์ ที่โรงแรม รีวิวเรื่องอาหารจะขอเล่าวันสุดท้าย รวมๆ กับโรงแรมต่างๆ นะคะ แปดโมงล้อหมุนจากโรงแรม วันนี้เราจะเยี่ยมชมเขตโบราณสถานในเมืองเสียมเรียบ แต่ก่อนที่จะไปเที่ยวกัน พวกเราก็แวะซื้อ Data Sim และแชร์ผ่านแอนดรอยด์ เพื่อการโทรและเล่นเน็ตระหว่างทริป ราคาซิม+เติมเงิน รวม 10 เหรียญ มุ่งหน้าไปยังปราสาทบันทายสรี

ปราสาทบันทายสรี

เป็นปราสาทหินสีชมพู ที่ถึงแม้เวลาจะผ่านมาเป็นพันกว่าปี ภาพสลักก็ยังคงประณีตละเอียด และงดงามมาก ถือว่าเป็นปราสาทที่งานสลักประณีตที่สุดเลยก็ว่าได้ ตัวปราสาทไม่ใหญ่มากนัก ประตู เสาต่างๆ จะมีเรื่องราวในตำนานเรื่องๆ ต่างๆ สลักไว้ พอออกมาจะวีวงดนตรีคนพิการบรรเลงให้ความสุทรีย์ (มีอยู่ทุกประตูปราสาท) หลังจากนั้นก็มาต่อกันที่ปราสาทตาพรหม ที่ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทาหนังฮอลลีวูด เรือง Tomb raider นั่นเอง เป็นวัดที่สร้างขึ้นเป็นปูชนียสถานสาหรับชาวพุทธในสมัยนั้น ปราสาทนี้จะมีต้นสะปง ยักษ์ใหญ่เลื้อยอยู่ทั่วปราสาท กลายเป็นจุดเด่นอีกจุดนึงของปราสาทนี้ และยังมีรูปสลักไดโนเสาร์อีกด้วย

ปราสาทตาพรหม

ในขณะนี้มีการบูรณะซ่อมแซมปราสาทอยู่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงไป ระหว่างทางเข้าออกปราสาทนี้ จะมีเด็กน้อยชาวกัมพูชาพยายามขายของที่ระลึกต่างๆให้เรา ไม่ว่าจะเป็นหนังสือประวัติศาสตร์ หรือแม่เหล็กติดตู้เย็นลายปราสาทต่างๆ

แม่เหล็กติดตู้เย็น

แนะนำว่าอย่าพึ่งซื้อตอนขาเข้า แม้ว่าจะถูกเสนอราคาที่ยั่วยวนใจขนาดไหน หนูน้อยจะเริ่มราคาจาก 3 อันร้อยบาทพี่ พอเราเดินหนี ก็จะเพิ่มเป็น 4 อันร้อยพี่ ซื้อนะพี่ แต่ราคาที่ถูกที่สุดที่เราเจอคือ ทางออกประตูด้านทิศตะวันตก 10 อันร้อยพี่! บอกเป็นข้อมูลสำหรับท่านจะเดินทางไปในอนาคต หนังสือประวัติศาสตร์ก็เช่นกัน จะเดินขายกัน เยอะแยะ ราคาที่เราได้มาเล่มละ 10 เหรียญ (ถ้าจำไม่ผิด) พยายามต่อเข้าไว้จ้า

เที่ยงถึงเวลารับประทานอาหาร พวกเรามารับประทานอาหารกันที่ร้าน Tonle Chaktumuk เป็นบุฟเฟ่นานาชาติเหมือนกันมี wifi เหมือนกัน แต่อาหารรสชาติดีกว่าร้านแรก

Tonle Chaktumuk

หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน เติมพลังงานกันแล้ว โบราณสถานต่อไปไปคือ Angkor Wat World Herritage หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ประวัติและรายละเอียดสามารถหาดูได้ง่ายๆในอินเตอร์เน็ต แต่ยืนยันว่ายิ่งใหญ่จริงๆ รายละเอียดต่างๆที่ถูกสลักบอกเรื่องราวต่างๆ นางอัปสราที่ไม่มีรูปซ้ำกันเลย และการก่อสร้างที่อลังการณ์ ทำให้ประทับใจมาก การชมยอดของปราสาท จะมีข้อห้าม ไม่อนุญาติให้นุ่งกางเกงหรือกระโปรงสั้นกว่าเข่า เสื้อกล้าม เนื่องจาก เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

Angkor Wat World Herritage

หลังจากสารวจโดยรอบนครวัดเสร็จแล้ว ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ก็เดินทางต่อไปยังปราสาทบายน ปราสาทที่ว่ากันว่ายอดปราสาทเป็นรอยยิ้มของพระชัยวรมันที่ 7 (ไกด์บอก) โดยส่วนตัวชอบปราสาทนี้ เพราะเป็นปราสาทที่มีความสมมารตมาก มีมุมถ่ายรูปที่ไกด์จะเป็นผู้แนะนาเรา เช่นจมูกชนกัน ถ่ายตรงนี้จะเห็นหน้าเยอะที่สุด ยิ้มนี้สวยที่สุด เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ปราสาทบายน

พวกเราเดินเล่นในปราสาทแอบดูฝูงลิงน้อยเสร็จ เวลาก็เลยไปเกือบห้าโมงเย็น ทำให้ไปดูปราสาทพนมบาแค็ง ไม่ทัน ปราสาทกำหนดเวลาขึ้นลงเขา ต้องขึ้นให้ถึงก่อน 5 โมงเย็น เลยเปลี่ยนจุดหมายไปวนรอบๆนครธม กลับออกจากนครธม ผ่านนครวัด จะเห็นชาวกัมพูชา ซื้อข้าวมาปูเสื่อกินกัน นอนพักผ่อนกันริมน้า ผ่านไปจากนั้นก็ไปรับประทานอาหารเย็นกันที่ร้าน ChiangMai Thai Food

ChiangMai Thai Food

เป็นร้านอาหารที่มีคนไทยเป็นเจ้าของ อาหารอร่อย และเป็นร้านที่คนดังจากไทยมารับประทาน สามารถดูได้จากรูปถ่ายที่ติดอยู่ข้างผนังที่เจ้าของร้านนามาโชว์ มื้อนี้กินลาบหมู ยำมะม่วงปลากรอบ ไข่เจียว ต้มยำปลากรอบ ปลากรอบทอดกระเทียม

รับประทานอาหารเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็เดินทางกลับโรงแรม แอบเห็นร้านอาหารไทยอีกร้านชื่อ SAWASDEE FOOD GARDEN เปิด 10 โมงเช้า – สี่ทุ่ม มาถึงโรงแรมพัดผ่อนซักพัก ก็เตรียมตัวออกไปเก็บตกที่ Pub Street

การเดินทางไปผับสตรีทเราก็ใช้วิธีเดิม คือเรียกพี่ตุ๊กของโรงแรมและนัดหมายเวลาไปกลับกัน พอไปถึง หลังจากการเดินมาราธอนในวันนี้ ก็เลยไปนวดกัน เย้เฮ นวดเท้าอย่างเดียว 15 นาที 1USD พวกเรานวด 30 นาที 2USD แต่นวดจริงๆ ประมาณ 20 นาที จะนวดจากเท้าไปจบที่หัวเราะ ให้ความผ่อนคลายได้ดี

นวดเท้า

จากนั้นก็เดินเล่นซักพัก และกลับไปพักผ่อนที่โรงแรม เตรียมตัวเก็บข้าวเก็บของ เตรียมเช็คเอาท์ในวันรุ่งขึ้น

3 Febuary 2013

ตื่นเช้าโดย Reception โทรมาปลุก ล้างหน้าแต่งตัวเก็บของ รับประทานอาหารเช้า อาหารเช้าที่ Smiling ประกอบด้วย ข้าวเปล่า ข้าวผัด ข้าวต้ม+เต้าหู้ยี้+ขิงดิง+ไชเท้า เป็นเครื่องข้าวต้ม ไส้กรอก ผัดผัก แพนเค้ก ผัดหมี่ ไข่ดาว สุกี้ สลัดบาร์ ขนมปังบาแก็ต ครัวซอง ขนมปังกลม ขนมปังปิ้ง ซีเรียล เนยจืด แยม โดนัท ผลไม้เช่น แก้วมังกร แตงโม สับปะรด ถั่วเขียว เครื่องดื่มจะมี น้ำเปล่า กาแฟ น้ำส้ม น้ำสับประรด นมสด จบท้ายด้วยภาพด้านนอกของสมายลิง

ภาพด้านนอกของสมายลิง

วันนี้พวกเราไปเที่ยวโรงแรมต่างๆที่อยู่ในเมืองเสียมเรียบ ให้แลนด์พาไป โรงแรมเรกที่เราไปแวะที่แรกคือโรงแรม New Siemriep Town Hotel 3ดาว คนที่นี่เรียกแค่ เสียมเรียบทาวน์ เปิดมา 10 ปี ห้องนอนใช้ได้ แต่พรมเก่า ห้องขนาด 25*28 อาหารเช้ามีไม่กี่อย่าง – ข้าว ผัดเปรี่ยวหวาน ข้าวผัด ผัดซีอิ้ว ข้าวต้ม ขนมปังปอน สุกี้ กาแฟ

New Siemriep Town

………………………………..
ต่อมา โรงแรม Starry Hote Angkor 4 ดาว โรงแรมสวย ห้องใหญ่กว่าสมายลิง แต่ต้องเข้าซอย ที่ตั้งจะไม่สะดวกเท่ากับสมายลิง อาหารเช้าคล้ายๆกัน สระว่ายน้าบรรยากาศดี มีห้องจัดงานเลี้ยง จุแขกได้ 30 – 50 คน และมี Fitness รูปที่โชว์เป็นรูปห้องสารองจะมีขนาดเล็กกว่าห้องจริงนิดหน่อย ห้อง Suite ที่ Starry กว้างมากและมีระเบียงสองด้าน

Starry Hote Angkor 4 ดาว

………………………………..
เพิ่มเติม ระหว่างที่คุยกันบนรถ ทำให้ทราบว่า ถ้าลูกค้า 3 – 9 คน จะใช้ Benz Van อย่างที่เรานั่ง

Benz Van

2 คน นั่ง Camry หากเป็นลูกค้า VIP บางครั้ง 8-9 คน จะนั่งรถบัส 25 ที่นั่ง
ร้านอาหารที่มีโชว์ระบาอัปสรา
-Tonlesap
-Tonle Maekhong
-Sophea Angkor (ที่เราไปกินกันมาวันแรก)
………………………………..
จากนั้นโรมต่อไปที่ไปดูต่อคือ Angkor Holiday 4ดาว อยู่กลางเมือง ทำเลดี อยู่ใกล้ Lucky Mall ส่วนมากลูกค้าที่มาพักจะเป็นชาวยุโรป อาหารเช้าเหมือนที่อื่นๆ แต่มี Yogurt มาเพิ่มด้วย แลนด์ของเราได้ alotment มาได้น้อย แต่ถ้าอยากพักก็ขอได้ ลูกค้าของเราไม่น่าจะมีปัญหา เพราะเป็นลูกค้า FIT ห้อง Suit จะกว้าง และแบ่งเป็นสองผั่ง ห้องน้าจะเป็นตู้ตามรูปท้ายสุด

Angkor Holiday 4ดาว
Angkor Holiday 4ดาว - 1

………………………………..
โรงแรมต่อไปที่ไปดูเป็นโรงแรม 5 ดาว SOKHA HOTEL เนื่องจากเจ้าของโรงแรมนี้เป็นนักการเมือง แขกที่มาพักส่วนมากก็เป็นนักการเมืองและคนดังจากประเทศต่างๆ เช่น นายกหญิงคนปัจจุบันของไทย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แองเจลลิน่า โจลี่ก็เคยค้างที่นี่ 2 คืน สำหรับผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารเย็นในโรงแรมหรูแห่งนี้ มีบริการบุฟเฟ่ต์ ท่านละ 20 เหรียญ ที่นี่ยังมีสปา เตียงเดี่ยว เตียวทวิน ให้เราได้นวดผ่อนคลาย อบสตรีม ซาวน่า จากกุสซี่ Free for all guest ! มี Irish Pub ที่โรงแรม เปิดบริการทุกวัน บุคคลภายนอกสามารถเขาไปสนุกสนานได้เช่นกัน อาหารเช้าเยอะมาก เยอะกว่า 4 ดาว มีผลไม้มากกว่า และมีเบค่อน ห้องก็แบ่งเป็น หลายประเภท ห้อง Deluxe จะเป็นระเบียงไม้ ห้อง Suite จะใหญ่กว่า และเป็นระเบียงหิน เราเคยได้เอกสารมา หรือสามารถดูที่เว็บไซต์ได้เลย แต่สิ่งทีน่าสนใจที่สุดในโรงแรมนี้คือ รถยาวสุดหรู ที่มีคันเดียวในเมืองเสียมเรียบ สามารถเช่าได้ เพื่อทัวร์รอบเมือง 70$ นั่งได้สูงสุด 8 ท่าน ครึ่งวัน ตั้งแต่ 7.00 – 12.00 น.

SOKHA HOTEL
SOKHA HOTEL-1

………………………………..
โรงแรม 5 ดาวต่อไปที่ไปดูกันคือ Sofitel Angkor Phokeethra Golf & Spa Resort เป็นโรงแรมที่มีพื้นที่กว้างขวาง ถือว่ามีขนาดโดยรวมใหญ่ที่สุดในเสียมเรียบ และยังมี สระว่ายน้าเค็มที่ใหญ่ที่สุดในเสียมเรียบ Wifi free ขนาดห้องจริงๆไม่ค่อยใหญ่ แต่ชุดอาบน้าเป็นของแบรนด์ L’occitane คุณภาพล้น เรื่องอาหารเช้า 5 ดาวเราไม่พูดถึงแล้ว เพราะคงเหมือนกันหมดกับ SOKHA แต่ว่าที่นี่มีร้านอาหารฝรั่งเศสที่มีชาวฝรั่งเศสมาเอง สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างของที่นี่คือ โชว์ระบาอัปสรา ถ้าหากเราไม่ต้องการไปดูพร้อมร้านอาหารทัวร์ลงที่ต่างๆ สามารถมาทานอาหารพร้อมดูโชว์ที่นี่ได้ ตั้งแต่เวลา 7 – 8.30 pm การรับประทานอาหารจะเป็น BBQ ราคา 35USD ต่อคน ยังไม่รวม VAT 10% Service Charge 5%

Sofitel Angkor Phokeethra Golf & Spa Resort

………………………………..
ต่อไปออกไปนอกตัวเมืองหน่อย โรงแรม Angkor Miracle เป็นโรงแรม 5 ดาวเช่นกัน แต่เรทที่แลนด์เราได้ค่อนข้างดี เพราะขอกันบ่อย
ที่นี่มีสปาและ ฟิตเนส เหมือนกันแต่ไม่ฟรี Wifi Free โรงแรมใหม่มาก สร้างมา 3 ปีเท่านั้น ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย โรงแรมนี้ก็เช่นกัน เราสามารถจ้างคนมาแสดงโชว์นางอัปสรา และทางอาหาร ราคาจะถูกกว่าที่ Sofitel ประมาณครึ่งนึง

Angkor Miracle

………………………………..
โรงแรมสุดท้ายก่อนกลับ ที่นี่ชอบน้อยที่สุด เป็นโรงแรม 4 ดาว ชื่อ Princess เพราะธรรมดา และอยู่ไกล

Princess

………………………………..
การตระเวณดูที่พักของเราก็เสร็จสิ้น สถานที่สุดท้ายก่อนกลับสาหรับทริปนี้ของเรา คือร้านอาหารสุดท้าย Heng by Jok Restaurant อาหารรสชาติดี เนื่องจากพวกเรามาเร็ว เลยเหมาร้านอาหารกันไปประมาณครึ่งชั่วโมง เป็นบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติเช่นกัน ห้องน้าที่นี่สะอาด แต่มีแค่สามห้อง และไม่มีที่ฉีดก้น 55

Heng by Jok Restaurant

อิ่มอร่อย เข้าห้องน้ากันเสร็จเรียบร้อยก็เดินทางกลับสู่ประเทศไทย นั่งรถไปหลับไป คุยกับคนขับรถ คนดูแลแทน เขาบอกว่า ชาวกัมพูชาชอบมาทางานที่ประเทศไทย เพราะเงินดีกว่า เมื่อถืงด่าน เราก็ผ่านด่าน VIP ตม. มา รับพาสปอร์ตคืน และเตินต่อแถว ตม.ไทยเข้าประเทศไทยมา รถบ่อนจะจอดอยู่ที่จุดจอดรถ โชคดีที่จองคิวไว้ เพราะที่นั่งเต็มมากๆ รถบริเวณนั้นมีหลายบริษัท เช่น
เกษม พ่วงลา 081-807-1103
นพเก้าทัวร์ 089-816-6640
รัตนาทัวร์ 02-863-0765 และ 081-480-6485

ระหว่างทางจะมีการแวะปั้ม 1 ครั้ง เพื่อทาธุระส่วนตัวและหาอาหารมารับประทานภายใน 15 นาที เดินทางมาถึงกทม. ดึกพอสมควร เพราะว่ารถติดนั่งเอง รถจอดที่สวนลุมที่เดิม แยกย้านกันกลับสู่ที่พัก พักผ่อน และ เตรียมตัวทางานในวันจันทร์

สิ่งที่ได้รับจากทริปนี้
1. ข้อคิดเล็กอย่าลืมแลกเงินไปก่อนเที่ยว
2. ได้รู้ว่า ชาวเสียมเรียบกินปลาเยอะ
3. เมืองเสียบเรียบเป็นเมืองท่องเที่ยว ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
4. เวลาในการเที่ยวแต่และที่ 1 ชั่วโมงขึ้นทั้งนั้น
5. ชาวกัมพูชาจัดงานแต่งงานกันนาน 3 วัน 2 คืน

………………………. จบแล้วค่ะ (แบบงงๆ) ……………………….

ขอบคุณค่ะ

Famtrip Maldives 8-11 July 2013 by Un

Famtrip Maldives 8-11 July 2013 by Un

วันที่ 8 กรกฎาคม 56

07.25          นัดเจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาท์เตอร์ F12 ของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เจอคุณเอ็มกับคุณนุ่น เจ้าหน้าที่ของบางกอกแอร์เวย์ที่เดินทางไปด้วย รวมถึงพี่โชค (เจ้าหน้าที่ของ Club Med ที่เคยมาที่ออฟฟิศของเรานั่นเอง) ทางบางกอกแอร์เวย์ ก็แจกใบตม.ให้เขียน และจากนั้นคณะก็ทยอยเดินทางกันไปยังเล้าจน์ของ Bangkok Airways

1 ได้ตั๋ว PG แล้ว

เดินเข้าไปยังหน้าเคาน์เตอร์ เราก็นำ บอร์ดดิ้งพาส ไปให้พนักงานต้อนรับที่เคาน์เตอร์ พนักงานจะถามว่า

“ใช้ Wifi หรือเปล่าคะ” ใช้หรือไม่ใช่ก็สามารถแจ้งเค้าเลยนะคะ  ห้องรับรองของบางออกแอร์เวย์มีสองฝั่ง

2 Counter PG

ฝั่งขวาคือฝั่งของ Business หรือผู้ที่เป็น Serenade ของ AIS  ก็สามารถไปใช้ได้เช่นกัน 1 สิทธิ์สามารถเชิญแขกเข้าไปได้อีกคน

3 ฝั่งขวา Business Class

ส่วนฝั่งซ้าย จะเป็นของฝั่งผู้โดยสารชั้นประหยัด หรือหากฝั่ง Business ต้องการใช้ก็ได้ ไม่มีปัญหานะคะ ^^

4 ฝั่งซ้าย Economy

มาพูดถึงฝั่งรับรองลูกค้าทุกประเภทฝั่งซ้ายก่อนนะคะ

เดินเข้ามาจะมีที่นั่งมากมายสีส้มเขียว และมีเคาท์เตอร์อาหาร ที่ทุกท่านสามารถมาบริการตัวเองได้

5 ที่นั่งฝั่งซ้าย

ของดังขึ้นชื่อของบางกอกแอร์เวย์ก็คือ ข้าวต้มมัด ซึ่งอันสอบถามคนอื่นว่ารสชาติเป็นอย่างไร ทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยดี แต่เนื่องจากว่าทำตั้งไว้ อาจจะไม่ได้อุ่นนัก แต่โดยรวมผ่านค่ะ

6 ข้าวต้มมัด

จากนั้นทางบางกอกแอร์เวย์ก็ใจดี ให้คณะของเราเข้าชมฝั่งรับรองพิเศษ  ฝั่งนี้ห้องรับรองจะมีสีโทนเข้มขึ้นให้ดูสมาร์ทและหรูกว่า

7 ห้องฝั่งBusiness

ที่นั่งจะเป็นโซฟาและมีโต๊ะเล็กๆไว้สำหรับวางของ และอาหารสำหรับฝั่งนี้ก็จะมีเยอะกว่า เช่นติ่มซำ เค้ก เป็นต้นค่ะ

8 อาหาร Business

เมื่อถึงเวลาใกล้เครื่องออก ก็ออกจากห้องรับรองไปยังเกจ สำหรับไฟล์ทนี้ เราต้องนั่งรถตู้จากสนามบินไปยังลานบิน ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีกว่าจะถึงเครื่องบินของเรา จากนั้นก็หาที่นั่ง และออกเดินทางสู่สาธารณรัฐมัลดีฟส์

 

บินกับบางกอกแอร์มีแต่กินและกิน หลังจากที่ยังไม่ทันหายอิ่มจากเล้าจน์ ขึ้นเครื่องไปประมาณ 1 ชั่วโมงก็แจกถั่วกินเล่น อร่อยนะเธอว์

9 ของว่างบนเครื่อง

แอร์ก็เสิร์ฟเครื่องดื่มต่างๆ ไป และพอถึงเวลาปประมาณ 11.30 ของไทย หรือประมาณ 1 ชั่วโมงหลังจากแจกขนม ก็เสิร์ฟอาหารกลางวัน เมนูของบางกอกแอร์เวย์ จะมีให้เลือก 3 เมนูโดยทั่วไป เช่น ข้าวกับไก่ มันฝรั่งกับกุ้ง บะหมี่ปลา เป็นต้น มักเป็นเนื้อสัตว์สามประเภทเสิร์ฟกับแป้งต่างชนิด หุหุ แต่ข้าวของบางกอกแอร์เวย์ เค้าโปรโมทมาว่าปลูกเอง ออร์แกนิกสุดๆค่ะ

10 อาหารบนเครื่อง

เมนูที่อันสั่งเป็นข้าวกับมัสมันไก่ ข้าวอร่อย แต่มัสมันรถชาติอาจจะไม่จัดจ้านเพราะอย่างไรก็เสิร์ฟให้กับต่างชาติด้วย

11 มัสมัน

แต่ทริปนี้เป็นหนึ่งในทริปที่ไม่ได้หลับบนยานพาหนะค่ะ เนื่องจากผู้ใหญ่ที่นั่งด้วยสองท่านแลกเปลี่ยนความรู้และสบการณ์กัน
ซึ่งก็คือคุณเจมส์จาก Thai travel Center และคุณโอ๋จาก ลีไลแอนซ์ ฟังเพลินกินเพลินก็ถึงมัลดีฟส์ซะแล้ว

ก่อนลงก็ตื่นตาตื่นใจกับภาพหมู่เกาะ ประทับใจมากค่ะ เป็นธรรมชาติที่สร้างสรรค์มาได้อย่างสวยงามจริงๆ
เพราะทุกเกาะเกิดจากปะการังทั้งหมดเรียงตัวกันเป็นวงกลมๆ กว่าพันเกาะ อลังการณ์มาก ซึ่งทำให้มองเห็นสีของน้ำที่ตื่นลึกได้อย่างชัดเจน ถ้าน้ำตื่นจะสีฟ้าสว่าง และหากเป็นน้ำลึกจะเป็นสีน้ำเงินเข้ม เมื่อมาถึงก็อย่าลืมที่จะย้อนเวลากลับไป 2 ชั่วโมง ซึ่งก็เป็นเวลา 11.30 โดยประมาณ ณ สาธารณรัฐมัลดีฟส์

12 หมู่เกาะจากมุมมองเครื่องบิน

สนามบินมัลดีฟส์เป็นสนามบินที่เล็กมากๆ ตั้งอยู่บนเกาะซึ่งหากจากเมืองหลวงมาเล่ นั่งเรือข้ามฝากประมาณ 15 นาที

13 สนามบินมัลดีฟ

เมื่อเข้ามาในสนามบินก็ต้องต่อแถวผ่านตม. เหมือนทุกที่ สนามบินที่มัลดีฟส์จะไม่มีพนักงานมายกกระเป๋าให้ ทุกอย่างจะต้องบริการตัวเอง

14 สนามบินมัลดีฟ

รับกระเป๋าจากสายพานแล้วก็ผ่านเครื่องสแกนอีกครั้งนึง เมื่อออกจากทางออกของสนามบิน จะมีเคาน์เตอร์ของโรงแรมต่างๆมากมายตั้งอยู่

67 เคาท์เตอร์เช็คอิน

เราต้องไปติดต่อแต่ละเคาน์เตอร์ ตามโรงแรมที่เราจองไว้ ได้  ในวันนี้คณะของบางกอกแอร์เวย์จะไปเยี่ยมชมโรงแรมและเข้าพักที่ Centara Ras Fushi หลังจากที่ติดต่อเคาน์เตอร์โรงแรมแล้ว จะได้รับแท็กติดกระเป๋า และคีย์การ์ดเข้าห้องพัก บริเวณนี้ หากท่านใดสนใจซื้อซิมส์โทรศัพท์ได้  โดยราคาตามแพ็คเกจต่างๆเริ่มต้นประมาณ 100 เหรียญสหรัฐ  เมื่อจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จ เจ้าหน้าที่จะพาเราไปยังท่าเรือ เรือจากโรงแรมจะมีเวลาตามแต่ละโรงแรมกำหนด และไม่สามารถขึ้นมั่ว

15 เคาท์เตอร์โรงแรมต่างๆ

การเดินทางไปยังโรงแรม Centara Ras Fushi ใช้เวลาประมาณ 20 นาที โดย Speedboat  เมื่อเดินทางมาถึงก็จะมีคนมาต้อนรับค่ะ อบอุ่นจัง ยังไม่ทันหิวก็ต้องทานมื้อเที่ยง(รอบสอง)อีกแล้ว โดยทั่วไปการรับประทานอาหารที่มัลดีฟส์จะนับครบวัน วันละสามมื้อ หากเราทานมื้อแรกเป็นกลางวัน มื้อสุดท้ายที่เราจะสามารถรับประทานที่โรงแรมได้คือมื้อเช้าก่อนกลับ  ที่ห้องอาหาร Ocean View เป็นบุฟเฟ่ต์ทานได้ไม่จำกัด 3 มื้อเลย ที่ Centara Ras Fushi ก็เป็นที่พักแบบ All Inclusive เช่นกัน

16 ท่าเรือ

อาหารมีแบ่งเป็นโต๊ะ อาหารไทย อิตาลี ขนมปัง สลัด ของหวาน  และเนื่องจาก Centara เป็นเครือโรงแรมของคนไทย อาหารไทยก็เลยมีรสขาติที่ดีมากค่ะ ถูกใจคนไทยแน่นอน

17 อาหาร

 

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ ฝนก็ตก เพราะช่วงนี้เป็นฤดูฝนของมัลดีฟส์ (พฤษภาคม –พฤศจิกายน) ฝนตกประมาณ 15 นาทีก็หยุด กูรูบอกเราว่า โดยปกติหน้าฝนที่นี่จะเป็นอย่างนี้ ตกแป๊ปเดียว แต่อาจจะบ่อยครั้ง เช่นวันละ 2 – 4 ครั้ง  หลังจากฝนหยุด พวกเราก็ไปทำการ Inspection ดูห้องพักของโรงแรม รวมทั้ง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โรงแรมมี ให้บริการ

18 แผนที่เกาะ

ห้องพักที่โรงแรม Centara มีสี่ประเภท สามารถดูได้จาก Hotel FactSheet เลยนะคะ

สปา ห้องเล่นเกม ร้านอาหารไทย ร้านอาหารอิตาลี สระว่ายน้ำ บาร์

19 สปา44 สปา คลับเมด

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ คณะก็แยกย้ายกันกลับห้อง

ใช้เวลาในห้องพอสมควร

21 หน้าห้อง Beach Front

17.00 น. ทางโรงแรมก็ได้พาเราไปนั่งเรือชมพระอาทิตย์ตกดินกลางทะเล โดยมีแชมเปญและคานาเป้เสิร์ฟอยู่เรื่อยๆ ระหว่างที่อยู่กลางทะเล สามารถเห็นได้เลยว่า บางพื้นที่จะมีฝนตก

20 หาดทรายสีขาว

เมื่อกลับมา ก็ไปบาร์  และไปรับประทานอาหารเย็น ที่ร้านอาหารสวนบัว ซึ่งโดยปกติแล้ว ลูกค้า All Inclusive จะมี Credit  ให้ทานอาหารที่ร้านอาหารสวนบัวและร้านอาหารอิตาเลี่ยน คนละ 40 เหรียญ นอกเหนือจากนั้นน ต้องจ่ายเพิ่มเติม

22 บาร์

เสร็จสิ้นทุกอย่างสำหรับวันนี้ แยกย้ายกันเข้าห้องพักของตน อิสระตามอัธยาศัย ที่ Centara จะมี Wifi ค่อนข้างจะคลอบคลุมตลอดทั้งเกาะ สะดวกสบายต่อการอัพเดทข่าวสารต่างๆ

ลูกค้าสามารถเช่าอุปกรณ์ ดำน้ำตื้นได้ที่ศูนย์กีฬา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

 

วันที่ 9 กรกฎาคม 56

ตื่นเช้ารับประทานอาหาร อิสระตามอัธยาศัย  เวลานัดต้องเช็คเอาท์และทำทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อน 9.30 เพราะต้องเดินทางกลับไปยังสนามบิน เวลานี้นี่เองที่เป็นเวลาให้เราสำรวจโลกใต้น้ำ ดูปะการังและปลาทะเล …

23 เกาะ Ras Fushi

9.30 น. ถึงเวลานัดทุกคนมารวมตัวกัน  ถ่ายรูปพอประมาณที่ท่าน้ำ เจ้าหน้าที่จากทาง Centara ก็มาโบกมือลาพวกเราให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ จากนั้นก็เดินทางกลับมายังสนามบิน ขนย้ายสัมภาระออกจากเรือ และไปรอที่จุดขึ้นเรือของ Club Med ไม่นานเกินรอ พนักงานจาก Club Med ก็มารับ เดินทางโดยสปีดโบทใช้เวลาประมาณ 30 นาที

24 ในห้อง

คลับเมดตั้งอยู่บนเกาะที่ค่อนข้างใหญ่ และเนื่องจากเปิดมานานพอสมควร จึงมีความร่มรื่น เห็นต้นไม้ใหญ่ได้ตลอดทาง

10.30 เดินทางถึงท่าเรือของโรงแรมก็เดินเข้ามาสู่ส่วนพื้นที่ส่วนกลางหรือ Public Area  ก็มีคณะ G.O. ย่อมาจากGentil Organisateur หรือผู้ดูแลแขกในคลับเมดนั่นเอง

25 นั่งเรือ

มาถึงก็เดินทางเอาสำภาระไปเก็บที่ห้อง วันนี้ได้นอนที่ห้องDeluxe Beach Front ห้องที่ได้อยู่เกือบริมสุด เงียบสงบ ใช้เวลาเดินจากพื้นที่ส่วนกลางประมาณ 15 นาที โดยมี G.O. นำทาง เมื่อเก็บของแบบคร่าวๆเสร็จแล้ว ก็มารับประทานอาหารกลางวันที่ห้องอาหารรวม อาหารที่นี่มีมากมาย จะมีเครื่องดื่มประจำวัน อาหารประจำวัน อาหารจีน ญี่ปุ่น อิตาเลี่ยน อินเดีย ของหวาน ผลไม้ และเครื่องดื่ม
เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ก็ได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวชมเมืองมาเล่ เมืองหลวงที่เล็กที่สุดในเอเชีย ความยาวของเกาะคือ 2 ก.ม. กว้าง 1 ก.ม.

26 จิบแชมเบญ53 ของหวานวันนี้

 

14.00 น. เรือออกเดินทางจากคลับเมดไปยังเมืองมาเล่ เยี่ยมชมสถานที่สำคัญต่างๆของประเทศไม่ว่าจะเป็น กระทรวงกลาโหม ที่ว่าการรัฐบาล สุเหร่าประจำชาติ  สุเหร่าฮูคูรุ ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ  อนุเสารีย์เมื่อครั้งที่เป็นอิสระจากศรีลังกา  สวนสุลต่าน พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ตลาดพืชผัก และตลาดปลา เที่ยวชมเมืองประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ก็เป็นเวลาอิสระซื้อของที่ระลึก ร้านที่ระลึกจะอยู่บนถนนเส้นดียวกัน บริเวณกลางเมือง ร้านจะมีของขายเยอะแยะมากมาย ซื้อของจนถึงเวลาอันสมควร เดินทางไปสู่ท่าเรือเพื่อเดินทางกลับสู่โรงแรม

27 ชมพระอาทิตย์ตกดิน

17.00 น.  หลังจากกลับมาที่โรงแรม ก็เป็นช่วงเวลาในการ inspection ห้องต่างๆ รายละเอียดสามารถดูได้จาก Factsheet

55 เล้าจ์สำหรับแขกลากูนสวีท56 ห้องลากูนสวีท

57 อาบน้ำ58 สามารถลงไปเล่นน้ำได้
19.30 น.รับประทานอาหารเย็น  ที่คลับเมด ทุกวันเค้าจะมี concept ให้แต่งตัวต่างๆกันไป เป็นกิจกรรมที่แขกทั้งเกาะสามารถทำร่วมกันได้ เช่นวันนี้มีธีม แต่งตัวชุดดำแดง ทุกวันจะมีการเต้น Crazy Dance ร่วมกัน มีโชว์จาก G.O. เป็นการเต้นสไตล์อาหรับ และมีการแสดงตลกๆที่ให้แขกที่เข้ามาพักร่วมสนุกด้วย เรื่องเครื่องดื่มตามสบายเลยค่ะ Unlimited จากนั้นก็อิสระตามอัธยาศัย โดยบาร์เครื่องดื่มจะปิดให้บริการประมาณไม่เกินตีหนึ่ง (G.O. ขอนอนบ้างครับผม)

28 ร้านอาหารยามค่ำคืน59 อาหารข้างนอก

45 อาหารเย็น46 การแสดงของจีโอ61 แฟชั่นโชว์

 

60 จีโอพี่กานคนไทย น่ารัก62 MoJITO ก่อนนอน

วันที่ 10 กรกฎาคม 56

30 ข้าวต้มแบบไทยๆ

เช้า      ในวันนี้อิสระทั้งวันใน Club Med Kani  วันนี้อันตื่นตอน 7 โมง ฟ้าครึ้มลมแรงนิดหน่อย ออกไปรับประทานอาหารเช้าประมาณ 8 โมง เตรียมชุดว่ายน้ำให้พร้อม เนื่องจากวางแผนไว้ว่าจะไปดำน้ำพิชิตความกลัว(ปลา)  ดำน้ำจะมีวันละ 2 รอบ เช้า 9.30 และ 14.00 น. ก่อนจะไปดำน้ำ ก็ต้องทดสอบว่ายน้ำก่อนประมาณ 10 เมตร ค่ะ ระหว่างรอไปทดสอบว่ายน้ำ ก็สามารถเก็บเกี่ยวเวลาในการใช้อินเตอร์เน็ต บนพื้นที่ส่วนกลาง

29 เช้า Centara Ras Fushi31 ทีมบ๊ายบาย

9.30 น.  ทดสอบว่ายน้ำเรียบร้อยแล้ว เรือก็พาเราไปจุดดำน้ำตื้น(?)  ทางคลับเมดจะมีจุดดำน้ำอยู่ประมาณ 15 จุดค่ะ ตอนแรกอันจะได้ไปตรงที่เค้าเรียกว่า Aquarium ที่ซึ่งมีปลาเยอะแยะมากมาย ตายๆ สวรรค์ของคนชอบปลาจริงๆ แต่บุญของอันหนุนส่งให้คลื่นลมแรงพอประมาณทำให้เปลี่ยนจุดดำน้ำเป็นอีกที่หนึ่ง ระหว่างทางก็มีปลาโลมาอยู่ลิบๆ ซึ่งอันไม่เห็นค่ะ น่าเสียดายจังเลย ขึ้นเรือไปประมาณ 30 นาที เรือก็หยุด มองลงไป น้ำยังสีน้ำเงินอยู่เลย ทางคณะบอกให้ทุกคนใส่อุปกรณ์ให้พร้อมและกระโดดลงทะเล การดำน้ำเช้านี้ เป็นการดำรอบเกาะปะการังเล็กๆ วนเป็นวงกลม แล้วกลับไปยังเรือ จากการสอบถามทางคณะที่เคยไปดำน้ำมาก่อนเมื่อวานเย็น ทางคลับเมดจะให้ดำจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งแล้วเรือมารับ และจุดดำน้ำก็ไม่ไกลจากคลับเมดมากเท่าไหร่ค่ะ  ดำน้ำประมาณ 45 นาทีก็ถึงเวลาขึ้นเรือ  ระหว่างเดินทางกลับก็มีเหตุการณ์ระทึกใจ เมื่อ G.O. ตาดีมากๆ ตะโกน “Rescue Rescue”  ทั้งคณะก็มองไปที่ทะเล เห็นกองอะไรติดแหลอยู่กลางทะเล G.O. รีบกระโดดลงไป และลากกองนั้นเข้ามา แล้วทุกเห็นก็ได้เห็นว่ามีน้องเต่าติดอยู่ในนั้น เป็นบุญตาที่ได้เห็นเต่าทะเลอินเดียใกล้ๆ พี่ G.O. ใช้ฟันกัดแห แล้วปล่อยน้องเต่ากลับสู่ทะเล  และเดินทางกลับไปยัง โรงแรม

48 ไปทดสอบว่ายน้ำ49 ไปดำน้ำ

50 G.O. Hero51 น้องเต่ากลับบ้าน

ประมาณ 11 โมงครึ่งก็เดินทางถึงจุดหมาย ทุกคนเหน็ดเหนื่อยกับการดำน้ำที่คลื่นแรงมาก จึงมานั่งพักที่ชายหาดใกล้ๆสระว่ายน้ำ อ่อ ลืมบอกค่ะ ที่คลับเมดจะมีการ์ดให้แลกผ้าเช็ดตัวได้ตลอดทั้งวัน  เมื่อกลับมาถึงที่สระว่ายน้ำก็กำลังทำกิจกรรม แอร์โรบิกน้ำ G.O. Sport ที่พึ่งกลับจากการดำน้ำมา ก็ไปเข้าร่วมต่อ แข็งแรงกันมาก อึ้งและประทับใจค่ะ (รวมถึง ประทับใจน้องวัยรุ่นสุดหล่อในสระด้วย อิอิ) หลังจากนั้นไม่นานก็เสร็จสิ้นแอร์โรบิกน้ำ ก็เป็นการเล่นบาสเก็ตบอลน้ำ ประมาณครึ่งชั่วโมงอันก็ไปทานอาหารกลางวัน

52 กิจกรรมในสระน้ำ32 ถึงคลับเมด

12.30 น. รับประทานอาหารกลางวันเสร็จไปเก็บของเพื่อย้ายไปพักที่ Lagoon  Suite

37 ห้องอาหาร42 พริกอะไรกันเนี่ย

38 อาหารของหนู

 

14.00 น. เช็คอินเข้าพัก อิสระเล่นน้ำตามอัธยาศัย เย็นๆว่าจะไปพายเรือแคนู แต่คลื่นแรง เลยไม่มีการเล่นค่ะ

เล่นน้ำเสร็จก็อาบน้ำ เปลี่ยนชุด เตรียมรับประทานอาหารเย็น  ธีมวันนี้เป็นธีมใส่ชุดสีขาว ห้องอาหารย้ายมาจัดตั้งบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง สวยมาก G.O. ใส่ชุดนางฟ้าน่ารัก และแล้วก็มีเรื่องสุดแสนเซอร์ไพร์สเกิดขึ้น เมื่อบริเวณสวนอาหารเปลี่ยนเพลงเป็นเพลง Happy Birthday และมีเค้กสวยๆลอยมาแต่ไกลมา HBD ให้อันกับพี่ๆอีกสองคน ทราบหลังจากนั้นไม่นานว่าเกิดเดือนกรกฎาคมกันประมาณ 4 คน แต่เฮียแตงโมมีธุระด่วนกลับไปก่อน เลยเหลือ 3 คน แต่ก็ถือว่าเยอะนะเนี่ย หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ กิจกรรมของคลับเมดตอนค่ำเป็นการเดินแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าคลับเมด เฮฮาตามสไตล์  ก็เป็นอีกคืนหนึ่งที่สนุกสนาน จากนั้นอิสระตามสบายค่ะ

33 Public Area34 G.O.

เพิ่มเติมสำหรับห้อง Lagoon Suite สามารถสั่งอาหารเช้ามารับประทานที่ห้อง โดยไม่ต้องไปที่ส่วนกลาง โดยจะมีกระดาษเมนูให้เลือก และวางใส่กล่องหน้าห้องก่อนเวลา 5.00 นาฬิกา

35 หน้าห้องนอน36 ในห้อง

วันที่ 11 กรกฎาคม 56

47 ข้าวเช้า43 ของฝาก

เช้า      ตื่นเช้าเดินถ่ายรูปปลา เพราะน้ำนิ่งมากๆ จากนั้นพนักงานคลับเมดนำอาหารมาเสิร์ฟตามเวลาที่เราเลือกไว้ อาบน้ำแต่งตัว เก็บของ และแล้วก็ถึงเวลาของการจากลา ลากกระเป๋าจากบ้าน AF เอ๊ย ไม่ใช่นะคะ ถึงเวลาเช็คเอาท์ออกจากที่พักโดยทิ้งกระเป๋าไว้ที่หน้าห้อง จะมีเจ้าหน้าที่มานำกระเป๋าของเราไปที่ท่าเรือ ก่อนการจากลาจากเกาะสวรรค์ก็มีทีม G.O.ไทยและเทศมาส่งเราที่ท่าเรือ ประทับใจไม่หายเลยค่ะ (G.O. หล่อ อิอิ)

65 มัลดีฟ64 ไอ้หลามขาว63 น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา66 จีโอมาส่ง

 

เดินทางถึงสนามบินก็เช็คอิน โหลดกระเป๋า ผ่านตม. และพบว่าที่นี่มี Duty Free ให้เดินเล่นรอเวลาเครื่องออก เมื่อถึงเวลาอันสมควรก็ต้องบอกลาประเทศมัลดีฟส์ด้วย ไว้มีโอกาสจะมาใหม่นะจ๊ะ ขอบพระคุณผู้สนับสนุนหลัก Bangkok Airways และ Always Vacation มากๆค่ะ

68 Duty Free69 Fly Back BKK

จบแล้ว สวัสดีค่ะ

70 Bye Bye Maldive