• กรุ๊ปทัวร์ แพคเกจทัวร์ บริการจัดทัวร์ต่างประเทศทั่วโลก
  • Mobile: 091 217 3790 (AIS) - 094 493 1316 (DTAC)
  • Email: info@AlwaysVacationTour.com

หมวดหมู่ Travel Blog: เที่ยวนิวซีแลนด์

จุดประกายสิ่งใหม่ เพื่อนักท่องเที่ยวหัวใจ Young at Heart กับงานประชุม TRENZ 2016 ตอนที่ 2 (Self Drive Famil Trip Program)

POST TRENZ FAMIL TRIP

Report by Suwadee Sukpraseart

ระยะเวลาเดินทาง 14-19 พฤษภาคม 2559

Christchurch – Lake Tekapo – Dunedin – Te Anau – Milford Sound – Queenstown

14 พ.ค. 59

เวลา 07.00 น. ตรงเผง ข้าพเจ้าลากกระเป๋าเดินทางสี่ล้อ ขนาด 29 นิ้ว น้ำหนักกว่า 23 กก.พร้อมด้วยกระเป๋าผ้าขนาดใหญ่หนักกว่า 7 กก.ออกมารอคณะที่ล๊อบบี้ของโรงแรม Sudima Hotel Rotorua โรงแรมดี บริการเยี่ยม ที่ข้าพเจ้าอยากนอนพักยาว ๆ อีกซักคืนที่นี่ หลังจากใช้เป็นที่ซุกหัวนอนมาตลอด 4 คืน… สิบห้านาทีถัดมาเราทุกคนก็พร้อมออกเดินทางไปยังสนามบินเมืองโรโตรัว ดูจากภาพแล้วก็จะรู้เองว่า สนามบินขนาดเล็กนี่เล็กดีจริง ๆ นะ ด้านในมีบริการเสิร์ฟชา กาแฟ ช็อกโกแลตร้อนให้กับผู้โดยสารด้วย ถือเป็นเรื่องราวอีกจุดเล็ก ๆ ที่ข้าพเจ้าประทับใจอย่างมาก ข้าพเจ้าไม่ได้ขอเค้าลองทานเลยซักแก้ว เพราะอิ่มมาจากโรงแรมแล้ว แต่ขอถ่ายรูปพนักงานน่ารักเอาไว้ได้ 1 รูปเท่านั้นเอง

06-Jun-16 12-07-09 PM

เวลา 08.55 น. คณะเราทั้ง 11 คน ออกเดินทางด้วยสายการบินแอร์นิวซีแลนด์ เที่ยวบินที่ NZ5863 จากเมืองโรโตรัวมุ่งหน้าไปยังเมืองไคร้สท์เชิร์ต เครื่องบินลำเล็กกระจิ๋วหลิว ทำเอาข้าพเจ้าในสั่นไม่น้อย บนเครื่องบินก็มีบริการทุกอย่าง แต่เนื่องจากเป็นเครื่องบินระหว่างเมืองระยะสั้น ใช้เวลาเดินทางน้อยมาก จึงไม่มีอาหารร้อนเสิร์ฟบนเครื่อง มีเพียงคุ้กกี้ น้ำดื่ม กับลูกอมไว้ทานแก้เลี่ยนเท่านั้น ระหว่างเดินทาง เครื่องบินตกหลุมอากาศเป็นระยะ ตื่นเต้นไม่น้อย

95426

ประมาณ 1 ชม. 20 นาที เนื่องจากสภาพอากาศไม่ค่อยดีมากนัก เราทุกคนก็เดินทางมาถึงสนามบินไคร้สท์เชิร์ต อย่างปลอดภัย ระหว่างรอกระเป๋าเดินทางโหลดลงมา เราก็พบกับทีมฟุตบอล ทีมหนึ่งของนิวซีแลนด์ ข้าพเจ้าจำชื่อไม่ได้แล้ว ถ้าใครพอทราบช่วยแจ้งข้าพเจ้าหลังไมค์ จะขอบคุณอย่างมากทีเดียว

95429

กระเป๋าใช้เวลานานพอสมควร อาจเป็นเพราะที่นี่เป็นสนามบินนานาชาติที่มีใหญ่กว่าสนามบินโรโตรัวมากพอสมควร จึงมีการบริหารจัดการที่เข้มงวดกว่ามาก ทุกอย่างเลยดูล่าช้าไปหมด หรือข้าพเจ้ารีบกันแน่นะ…

06-Jun-16 1-52-58 PM

หลังจากได้กระเป๋ามาแล้ว ก็จำต้องบอกลาพ่อนักกีฬาฟุตบอลหุ่นล่ำบึ้ก วิ่งเร็วจู๊ดไปที่เคาน์เตอร์รับรถบริษัท HERTZ ทันที ข้าพเจ้าอยากรู้อยากเห็นไปหมดว่าขั้นตอนการรับรถมีอย่างไรบ้าง ประกันการเดินทางมีกี่แบบ แต่ด้วยความรีบเร่งของทั้งคณะ ทำให้ John ปลีกตัวมาจัดการรับรถอย่างเงียบ ๆ เพียงลำพังเรียบร้อยแล้ว

95430

เราได้รับกุญแจรถตู้ และรถมินิแวน 8 ที่นั่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ลากกระเป๋าออกไปที่รถเตรียมเดินทางกันได้เลยจ้า จากขั้นตอนการแสดง VOUCHER จองรถ โชว์ใบขับขี่ เซ็นต์เอกสารต่าง ๆ ใช้เวลาไม่นานมากนัก แต่อย่างไรก็ตามเพื่อน ๆ ที่ต้องรับรถก็ต้องตะหนักเอาไว้เสมอว่า เอกสารหรือข้อตกลงใด ๆ ที่เราไม่มุ่งหมายจะใช้บริการ เช่นประกันรถชั้นต่าง ๆ เป็นต้น เราก็อย่าเซ็นต์สุ่มสี่สุ่มห้านะจ๊ะ เพราะการรับรถจะต้องรูดบัตรเครดิตเป็นการการันตีรถเอาไว้ด้วย ถ้าเซ็นต์ซื้ออย่างอื่นเพิ่ม เงินก็จะถูกชาร์ตเอาไป ต้องมานั่งตามที่มาที่ไปกันทีหลัง เหนื่อยเลยนะ…

รถที่ได้มา ก็เป็นยี่ห้อ Toyota และรถมินิแวน 8 ที่นั่งได้เป็นยี่ห้อง Kia Carnival รถคันนี้นั่งกัน 5 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางก็กำลังดีเลยทีเดียว ถ้านั่ง 6 ท่านพร้อมกะเป๋าเดินทางใบใหญ่ ๆ อาจจะดูคับแคบ อึดอัดไปซักหน่อย

06-Jun-16 2-41-44 PM

หลังจากจัดข้าวของ จัดที่นั่งกันลงตัวเรียบร้อยแล้ว เราเริ่มออกเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองไคร้สท์เชิร์ต และจุดมุ่งหมายแรกของเราคือ เข้าเยี่ยมชมโรงแรม Break Free on Cashel  โรงแรม 3 ดาวแห่งใหม่ใจกลางเมืองไคร้สท์เชิร์ต ด้วยการออกแบบสไตล์โมเดิร์น และสถาปัตยกรรมที่สามารถรองรับแผ่นดินไหวได้อย่างดีในอนาคต ทำให้โรงแรมแห่งนี้ กำลังเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นในทุกวัน

06-Jun-16 2-55-24 PM

เมื่อเยี่ยมชมห้องต่าง ๆ ของทางโรงแรมเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินเท้าเยี่ยมชมตัวเมืองกันเล็กน้อย ในบริเวณนั้น เราสามารถเดินเที่ยวเล่น ช้อปปิ้งที่ Re: Start Mall หรือ Quake City ในเมืองไคร้สท์เชิร์ต เราสามารถจอดรถและขึ้น Tram ชมเมืองได้อย่างทั่วถึง เพราะขณะนี้ตัวเมืองได้รับการบูรณะขึ้นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปี 2010 และ 2011 มากเกือบบริบูรณ์แล้ว และนักท่องเที่ยวก็กลับมาคึกคักดังเดิม สมกับเป็นเมืองที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในเกาะใต้

ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเท่านั้น ยังเดินได้ไม่ทั่วถึงเท่าไหร่นัก ก็ต้องออกเดินทางต่อ ตามกำหนดการที่ค่อนข้างแน่น เราออกจากเมืองใหญ่เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองทะเลสาปเทคาโป หรือรู้จักกันในชื่อ Lake Tekapo ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากเมืองไคร้สท์เชิร์ตราว ๆ 3 ชั่วโมงเลยทีเดียว ขับรถชมวิวสวยงามของเกาะใต้ไป คนนั่งรถนาน ๆ ก็หลับบ้างตื่นบ้าง John จึงได้คิดเกมสนุก ๆ มาให้เราเล่นเพื่อคลายความง่วงกัน ข้าพเจ้าเห็นว่าน่าสนุกดี และ John คงไม่สงวนสิทธิ์หากข้าพเจ้าจะเผยแพร่เกมนี้ ที่มีชื่อว่า ‘Tractor Cricket’

กติกาของ Tractor Cricket มีอยู่ว่า ระหว่างทางที่รถวิ่งไป ๆ หากพบรถ Tractor จอดอยู่เฉย ๆ แล้วใครขานตามสีของ Tractor ว่า ‘Green Tractor’ (ในกรณีที่ Tractor มีสีเขียว) ก็จะได้รับ 1 แต้ม ถ้าพูดช้ากว่าอีกคนก็อดแต้ม หากพบ Tractor กำลังทำงานอยู่ ก็ขานเร็ว ๆ ว่า ‘Green Tractor working’ รับไปเลย 5 แต้ม หากพบร้านขาย Tractor มีจอดขายอยู่หลายคัน ก็ขานว่า ‘Tractor Dealer’ รับไปเลย 10 แต้ม เราเล่นเกมนี้กันทุกวันเลย แต่ข้าพเจ้าไม่เคยชนะ!

ขับรถมานาน ดูรถ Tractor จนตาลายแล้ว หลับบ้างตื่นเต้นกับวิวสองข้างทางบ้าง ในที่สุดก็มาถึงเมืองเลคเทคาโป จนได้ โอย! สูดดมอากาศเย็นเยือกแล้วชื่นใจ อากาศหนาว วิวทะเลสาปเลยอาจไม่สดใสเท่าที่ควรนัก แต่สถานที่ที่สวยงามในตัวมันเองแบบนี้ ไม่ว่าอากาศจะเป็นอย่างไร มันจะยังคงสวยงามอย่างที่มันเป็นเสมอ

เมืองเทคาโป เป็นเมืองเล็ก ๆ ริมทะเลสาบที่สวยงาม ผู้ที่มาเยือนต้องไม่พลาดชมโบสถ์เล็ก ๆ น่ารัก ซึ่งในปัจจุบันยังใช้ในการประกอบพิธีการต่าง ๆ อยู่ตลอด ใกล้กันนั้นมีอนุสาวรีย์สุนัขต้อนแกะ สร้างด้วยทองสัมฤทธิ์ สร้างไว้เพื่อเป็นการยกย่องคุณความดีของสุนัขแสนรู้ แต่ครั้งนี้มันหนาวมากสำหรับข้าพเจ้า ขอไม่เดินไปที่อนุสาวรีย์สุนัขต้อนแกะแล้วกัน

09-Jun-16 3-06-53 PM

หลังจากที่เรายืนมองความสวยงามของทะเลสาบเทคาโปกันซักพักหนึ่ง อากาศมันหนาวมาก อุณหภูมิน่าจะราว ๆ 8-10 องศาเซลเซียสได้และฟ้าก็เริ่มมืดลง ตามธรรมดาของการย่างเข้าสู่หน้าหนาวในนิวซีแลนด์ พระอาทิตย์จะตกดินราว ๆ 17.30 – 18.00 น. และในตอนเช้าก็สว่างช้ากว่าปกติเล็กน้อย เรามองหน้ากันจากนั้นรีบขึ้นรถ เพื่อไปเช้คอินเข้าที่พัก Peppers Bluewater และ ณ ที่นี้เอง ข้าพเจ้าทำหมวกไหมพรมใบรักหายไป อย่างไร้ร่องรอยใด ๆ…

ห้องพักที่ Peppers Bluewater สวยงามเหมาะกับการมาพักผ่อนเป็นครอบครัว มองเห็นวิวทะเลสาป และอยู่ไม่ห่างจากร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกต่าง ๆ หากมาเที่ยวเมืองนี้ ข้าพเจ้าแนะนำว่าไม่ควรพลาดร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อ Kohan Restaurant อยู่ไม่ไกลจากที่พัก และอาหารญี่ปุ่นก็รสชาตอร่อยดี

09-Jun-16 3-46-41 PM

ตามโปรแกรมของเราในคืนนี้ เราจะต้องทำกิจกรรม Earth and Sky Mt. John Observatory เป็นกิจกรรมดูดาว เหมาะสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพสวย ๆ และหลงใหลความงดงามของหมู่ดาว เพราะที่เมืองเลคเทคาโป ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่ท้องฟ้ามืดมิดมากที่สุด คุณสามารถมองเห็นดวงดาว และทางช้างเผือกพาดยาวบนท้องฟ้าสวยงามอย่างมาก และสำหรับคอถ่ายภาพก็มักจะไม่พลาด อดหลับอดนอนเพื่อเก็บภาพกันอย่างแน่นอน เพราะกว่าจะได้ภาพสวย ๆ ก็ต้องรอจนดึกมากแล้ว สำหรับสองภาพสวยด้านล่างนี้ ต้องขอบพระคุณ คุณกฤติน องคนานนท์ เจ้าของภาพถ่ายสวยงามนี้เป็นอย่างมาก ที่กรุณาส่งภาพนี้มาให้ เพื่อหมายใจให้เราอวดความงามแบบ 100% Pure ไม่มีที่ติเช่นนี้กับท่านอื่น ๆ ต่อไป

09-Jun-16 4-00-49 PM

วันเดินทางอันแสนยาวนาน จบลงในคืนนี้ ในห้องพักแบบ One Bedroom หลังจากข้าพเจ้าต้มมาม่า 1 กระป๋องทานเพราะคิดถึงรสชาตอาหารไทย อธิษฐานขอบคุณพระเจ้าเรียบร้อย ข้าพเจ้าก็หลับไปแบบไม่อ้อยอิ่งแต่อย่างใด ช่างเป็นที่พักที่อบอุ่นสบาย ในคืนอากาศหนาว ต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส ข้าพเจ้ายังคงมีความสุขดี

15 พ.ค. 59

ตื่นขึ้นมาตอนเช้า อย่างไม่มีสิ่งน่ากังขา ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ได้คิดไว้ อากาศหนาวมาก และพระอาทิตย์ยังไม่ยอมขึ้นมา แม้เป็นเวลาเจ็ดโมงเช้าใกล้จะแปดโมงเช้าแล้วก็ตาม เราทุกคนเก็บกระเป๋ามาคืนกุญแจ พร้อมรับประทานอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์กันที่ห้องอาหารเช้าของโรงแรม ข้าพเจ้าไม่นึกอยากรับประทานอะไรเลย นอกจากผลไม้กับนมสดซักแก้ว เพราะยังเช้าอยู่มาก แต่ด้วยประสบการณ์การเดินทางอันยาวไกล ข้าพเจ้ามักหิวระหว่างทาง จึงแอบห่อขนมปังทาแยมเก็บไว้สองแผ่น เผื่อทานระหว่างทางได้

โปรแกรมของเช้านี้ เราจะไปเยี่ยมเม้าท์คุ้กวิลเลจ นั่งเฮลิคอปเตอร์ชมยอดเขาเม้าท์คุ้ก และแวะถ่ายภาพที่จุดชมวิวเลคปูคากิ แต่เนื่องจากอากาศไม่ใคร่ดีนัก ขึ้นเฮลิคอปเตอร์จึงถูกยกเลิกไปอย่างน่าเสียดาย

จุดชมวิวทะเลสาบปูคากิ ทำให้ข้าพเจ้านั่งมองทะเลสาบที่สวยที่สุดในนิวซีแลนด์ สวยจนได้ชื่อว่า Million Dollar View อยู่ได้เป็นนานสองนาน ลักษณะวิวที่มองเห็น คือน้ำในทะเลสาปสีสดใส และมียอดเขาเมาท์คุก เหนือยอดเขามีหิมะและธารน้ำแข็งปกคลุมตลอดปี เป็นฉากหลัง

09-Jun-16 4-27-23 PM

หลังเสร็จภารกิจเยี่ยมชมโรงแรม The Hermitage โรงแรมระดับ 5 ดาว 1 เดียวในเม้าท์คุ้กแล้ว เราเดินทางกลับลงมา และมุ่งหน้าไปยังเมืองโอมารามา ในทันที เพราะระยะทางอันยาวไกล ‘Tractor Cricket’ จึงกลับมาทวีความตื่นเต้นอีกครั้ง คราวนี้ข้าพเจ้ามีโอกาสนำขึ้นมาบ้าง แต่เดี๋ยว ทางยังอีกยาวไกล ข้าพเจ้าจะประมาทไม่ได้เลย…

เส้นทางที่เราจะขับรถกันวันนี้ ถ้ามองจากแผนที่แล้วก็จะเห็นเป็นเส้นตัดจากตอนกลางของเกาะใต้ พาดยาวมาทางฝั่งตะวันออกของเกาะใต้กันเลยทีเดียว ใช้เวลาขับรถประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น

09-Jun-16 4-48-32 PM

เมื่อเดินทางมาถึง เราไม่พลาดที่จะเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ เอาใจคนหัวใจพั้งค์ และอินดี้ ๆ หน่อย ที่นี่จะมีธีมที่ปรับเปลี่ยนอยู่เสมอทำให้ไม่น่าเบื่อ มีการนำเอาเครื่องจักรมาดัดแปลงเป็นรูปร่างต่าง ๆ เวอร์ วัง อลังการ ท่านที่ต้องขับรถผ่านเส้นทางนี้ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงกับ ‘STEAM PUNK’

09-Jun-16 4-55-52 PM

หลังจากเราทุกคน ได้ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความสวยงาม และน่าทึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวตลอดสองข้างทาง ในบางส่วนของเกาะใต้มาได้ประมาณครึ่งวันแล้ว ข้าพเจ้าไม่แปลกใจเลยที่จะมีอาการหิว ปนกับเสียงท้องร้องที่ดังมาก ข้าพสั่นหัวแรง ๆ แล้วบอกตัวเองว่า “ใกล้ถึงเวลาได้ทานอาหารแล้ว เดินอีกนิดเดียวเท่านั้น” จาก ‘STEAM PUNK’ ไปยังร้าน Hopf Brew House (ฮอพฟ์บริวเฮ้าส์) สามารถเดินชมร้านรวงต่าง ๆ ไปเพลิน ๆ ได้เลย พิซซ่าของร้านนี้อร่อย เบียร์ก็อร่อยไม่แพ้กัน ข้าพเจ้าเสียดายมาก ๆ ที่ไม่ได้เก็บภาพเอาไว้ ข้าพเจ้าหิวมาก กว่าจะนึกได้ว่าต้องเก็บภาพไว้เสียหน่อย พิซซ่าก็หมดถาด และเบียร์ก็พร่องไปมากแล้ว

15-Jun-16 10-51-46 AM

หลังจากมื้ออาหาร เรามุ่งหน้าไปยัง Oamaru Blue Penguins ที่นี่เค้าจะดูแล อนุรักษ์และอนุบาลเหล่าเพนกวินสายพันธุ์ที่เล็กที่สุดในโลก “Little Blue Penguin” เอาไว้ และเปิดเป็นสถานที่ให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิถีชีวิตของพวกมันยามเย็น ที่กลับจากหาอาหารในทะเล เดินผ่านชายหาดและกลับเข้ารังของมันในทุก ๆ เย็นไม่มีเว้นเลย ที่นี่นอกจากจะได้เห็นเพนกวินน้อยแล้ว แมวน้ำ ก็แอบนอนเอกขเนกแย่งซีนสายตาของนักท่องเที่ยวได้ไม่หยอก ตัวมันดูปุกปุยน่ากอด นอนอาบแดดขี้เกียจทั้งวัน ตามชายหาด และที่เห็นเยอะ ๆ อีกอย่างหนึ่งก็คือฝูงนกนั่นเอง เป็นนกอะไรกันนะ? ข้าพเจ้าลืมถามเจ้าบ้านเสียสนิท…

15-Jun-16 11-07-20 AM

ที่ Oamaru Blue Penguins นี้ เป็นจุดบริการข้อมูลข่าวสารนักท่องเที่ยว และมีของที่ระลึกน่ารัก ๆ ขายอยู่ไม่น้อย ข้าพเจ้าอยากซื้อตุ๊กตาเพนกวินเก็บไว้ซักตัว แต่ไม่มีโอกาสเลย เพราะมัวแต่ดูในส่วนจัดแสดงรังเพนกวิน ไข่ของพวกมัน จนเวลาหมด ต้องรีบกลับไปที่รถเพื่อเดินทางต่อ

จุดหมายปลายทางของพวกเราวันนี้ก็คือเมืองดันเนดินก็จริง แต่ระหว่างทางที่เราขับรถไปนั้น จะผ่านเส้นทาง Moeraki ในเส้นทางนี้มีสิ่งน่าสนใจอยู่สิ่งหนึ่งตรงชายหาด คือ หินก้อนกลมยักษ์ ที่ตั้งอยู่ตามธรรมชาติ ณ ชายหาดทะเล มันเกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติเสียด้วย สายลม และน้ำทะเล เป็นประติมากรเอกของธรรมชาติน่าทึ่งตรงหน้าข้าพเจ้าตอนนี้ และที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงคือ เราสามารถเดินลงไปชมได้แบบไม่เสียเงินเลย

15-Jun-16 11-16-40 AM

ใช้เวลาที่นี่พอประมาณ เราก็ออกเดินทางต่อไปจนถึงเมืองดันเนดิน และมาถึงในเวลาประมาณห้าโมงเย็นพอดี เมื่อมาถึงเราเข้าที่พักเพื่อเก็บสัมภาระกันทันที ที่โรงแรม Scenic Hotel Southern Cross และนัดหมายเวลาลงมาพบกันเวลา 18.30 น.เพื่อเดินเท้าเล็กน้อยไปยังโรงงานงานเบียร์ Speight

15-Jun-16 11-34-11 AM

เบียร์ยี่ห้อนี้มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมอย่างมากในนิวซีแลนด์ คล้าย ๆ กับเบียร์สิงห์หรือเบียร์ช้างในประเทศไทย เรามาที่นี่เพื่อเยี่ยมชมโรงงานและรับฟังขั้นตอนการผลิตเบียร์ของที่นี่ ในกิจกรรมที่มีชื่อว่า‘ Speight Brewery Tour ’ การเดินชมโรงงานเบียร์นี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. แต่ไฮไลท์ของทัวร์นี้ก็คือ “คุณสามารถชิมเบียร์ 6 ชนิดของที่นี่ได้ไม่อั้นเลย” ช่างเป็นทัวร์ที่เหมาะกับข้าพเจ้าจริง ๆ

15-Jun-16 11-44-06 AM

หลังจากชิมเบียร์จนหนำใจแล้ว เราทุกคนเริ่มหิวอาหารเย็นมากขึ้น พอจบทัวร์ปุ๊บก็เดินออกมาที่ร้านอาหารข้าง ๆ กัน เป็นร้านอาหารบรรยากาศดี ชื่อ The Speight’s Ale House หลังจากสั่งอาหารที่ตนเองต้องการกันครบทุกคนแล้ว รอไม่นาน อาหารจานอร่อยก็มาเสริร์ฟพร้อม เครื่องดื่มที่คุณเลือก และแน่นอนข้าพเจ้าดื่มแอลกอฮอล์ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ดื่มได้เพียงน้ำเปล่าเท่านั้น…หลังอาหารเย็นก็ไม่ต้องสืบเลย ข้าพเจ้าจมหายไปในเตียงอุ่น และหลับสบายจนถึงเช้า

15-Jun-16 11-51-49 AM

16 พ.ค.59

รุ่งเช้าวันนี้ อากาศที่ดันเนดินประมาณ 8 องศาเห็นจะได้ ข้าพเจ้าเลือกสวมเสื้อสีแดงสด เพราะโปรแกรมเที่ยวในวันนี้ มีแต่สถานที่สวยงามเหมาะกับการถ่ายภาพอย่างยิ่ง (แม้ข้าพเจ้าจะไม่มีกล้องติดมาก็ตามเถอะ)
โปรแกรมแรกของวัน คือการไปเยี่ยมชมความงดงามของสถานีรถไฟเมืองดันเนดิน ด้วยสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์แบบสก็อตทิชนี้เอง ที่ทำให้ภาพสถานีรถไฟแห่งนี้ตราตรึงลงไปในหัวใจของข้าพเจ้าเรียบร้อยแล้วตั้งแต่แรกเห็น ที่นี่เปิดให้บริการตามปกติทุก ๆ วัน แต่ส่วนมากแล้วผู้ใช้บริการจะมีเพียงคนท้องถิ่นเท่านั้น ยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวเท่าใดนัก

15-Jun-16 12-51-36 PM

หลังจากพบปะพูดคุยเรื่องเส้นทางการให้บริการรถไฟกับเจ้าหน้าที่แล้ว เราก็ได้ทราบว่านอกจากเส้นทางรถไฟยอดฮิต Tranz Alpine ที่เปิดให้บริการจากเมืองไคร้สท์เชิร์ต ไปยังสุดสายที่เมืองเกรย์เม้าท์แล้ว เรายังมีการให้บริการนั่งรถไฟชมวิว เส้นทางดันเนดิน – ควีนส์ทาวน์อยู่ด้วยเช่นกัน วิวทิวทัศน์ก็สวยงามตรึงใจไม่แพ้กัน

 

จากนั้น เราออกเดินทางต่อไปยัง Cadbury World โรงงานช็อกโกแลตแคดเบอร์รี่แห่งเดียวในนิวซีแลนด์ เพื่อทัวร์โรงงานช็อกโกแลต ซึ่งหากเรายืนอยู่ที่สถานีรถไฟดันเนดิน เมื่อกลับหลังหันไป ก็จะเห็นแทงก์ขนาดสูงใหญ่สีขาวและสีม่วงสดใสตั้งคู่กันตระหง่านอยู่ ระยะทางไม่ไกลจากสถานีรถไฟ สามารถเดินเท้าไปถึงได้ไม่นานนัก ข้าพเจ้าคิดเองว่า ที่นี่อาจเป็นที่ชื่นชอบอย่างมากของเด็ก ๆ เพราะบรรยากาศภายในโรงงานส่วนที่เราสามารถเข้าถึงได้นั้น ดูน่ารัก และกลิ่นหอมหวลของช็อกโกแลตก็ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณโรงงานเลยทีเดียว ทัวร์ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น เราทุกคนก็ต้องขอตัวเดินทางต่อไป

15-Jun-16 3-15-45 PM

สถานที่ถัดไปคือ Olveston House ที่นี่เป็นอดีตบ้านเศรษฐีที่มีห้องหับรวมกันมากถึง 35 ห้อง ทัวร์เริ่มต้นด้วยการผ่านเข้าไปยังห้องสมุด ซึ่งเรียกได้ว่าเต็มไปด้วยของฝากน่ารักๆ มากมายให้เราได้ซื้อเอาไว้เป้นที่ระลึกกันได้ที่ห้องนี้ จากนั้นเจ้าหน้าที่พาทัวร์ก็มาถึง นำเราเข้าเยี่ยมชม พร้อมบรรยายห้องต่างๆ มากถึง 12 ห้องด้วยกัน บอกเล่าเรื่องราวความยากลำบากในการบูรณะฟื้นฟูบ้านหลังนี้ให้กลับสวยงามดังเดิมของ Edwardian Era ผู้ซึ่งหลงรักบ้านใหญ่หลังนี้ และพยายามบูรณะ ฟื้นฟู จนบ้านอยู่ในสภาพที่ดีอย่างในปัจจุบัน … ภายในคฤหาสถ์ไม่อนุญาตให้มีการถ่ายภาพ จึงเก็บภาพมาได้เพียงเท่านี้

15-Jun-16 3-27-43 PM

จากนั้น เป็นเวลาที่เราจะได้ขับออกไปเที่ยวชมสิ่งสวยงามและวิวทิวทัศน์นอกเมืองกันบ้าง Larnach Castle ก็น่าจะเป็นจุดหมายปลายทางที่เก๋ไม่น้อย เพราะที่นี่เป็นปราสาทแห่งเดียวในประเทศนิวซีแลนด์กันเลยทีเดียว ข้าพเจ้าสงสัย จึงได้สอบถามกับไกด์ที่นำชมปราสาทนี้ว่าเหตุใด จึงเรียกปราสาท ว่า “ปราสาท” มันแตกต่างจากสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ อย่างไร เจ้าหน้าที่ก็ได้กรุณาให้ความกระจ่างว่า ปราสาท มักจะเป็นสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้ในการปกป้องและป้องกัน มักสร้างบนเนินดินหรือที่สูง เพื่อให้ยากกับการจู่โจม และจะมีป้อมสังเกตุการณ์ สูง ๆ อยู่เพื่อดูความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ปราสาทหลายแห่งในยุโรป มักจะมีขนาดใหญ่แข็งแรงและส่วนประกอบจะซับซ้อนมากขึ้น เช่น มีคูล้อมรอบปราสาท มีกำแพงประสาทหลายชั้น มีลานปราสาท และมีหอกลาง ฟังดูยิ่งใหญ่อลังการทีเดียว ข้าพเจ้าเห็นปราสาทในยุโรปดูกว้างใหญ่ โอ่อ่า อลังการณ์ แต่อย่างไรก็ตาม Larnach Castle เมื่อขึ้นชื่อว่าปราสาทแล้ว ที่นี่ก็ยังไม่ทิ้งลายความน่าเกรงขามลงไปเลยแม้แต่น้อย

15-Jun-16 5-21-35 PM

เรารับประทานอาหารกลางวันกันที่นี่เอง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการประสบการณ์การเที่ยวรูปแบบใหม่ ๆ ได้สัมผัสอารมย์รับประทานอาหารในปราสาทดูบ้าง ข้าพเจ้าแนะนำที่นี่เลย อาหารรสชาตดี ในบรรยากาศดีดี

15-Jun-16 5-35-02 PM

เสร็จจากอาหารกลางวัน เราทุกคนวิ่งเร็วจี๋ขึ้นรถมุ่งหน้าสู่เมืองเตอะนาวทันที เส้นทางยาวไกล อากาศก็ดี วิวก็สวย ใครกันนะจะหลับลง… ‘Tractor Cricket’ กลับมาผงาดอีกครั้งในวันนี้

เมืองเต อะนาว (Te Anau) เป็นเมืองเล็ก ๆ ริมทะเลสาบเต อะนาว ทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของประเทศนิวซีแลนด์ รองจากทะเลสาบเทาโปในเกาะเหนือ เมืองนี้นับเป็นเมืองหน้าด่านของเส้นทางที่เข้าถึงเขตอุทยานแห่งชาติมิลฟอร์ดซาวด์ ซึ่งในเช้าวันพรุ่งนี้ เราจะมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยือนกัน

เราขับรถจากเมืองดันเนดิน ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม. ซึ่งนับว่าเป็นเวลาอันยาวนานพอสมควร เราแวะดื่มกาแฟและเข้าห้องน้ำที่เมืองกอร์ (Gore) จนเมื่อเดินทางมาถึงพระอาทิตย์ก็ตกดินไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับข้าพเจ้านับว่าน่าเสียดายอย่างมาก ที่ไม่มีแสงสว่างมากพอจะมองเห็นสภาพความสวยงามของทะเลสาบเตอะนาว และทิวทัศน์โดยรอบของเมืองนี้ทันทีที่มาถึง

ในคืนนี้ คณะของเราจะพักกันที่โรงแรม Distinction Hotel Te Anau นับเป็นโรงแรม 4 ดาว ติดวิวทะเลสาปเตอะนาว สวยงาม และมีโลเคชั่นอยู่ในตัวเมือง สามารถเดินเที่ยวชม หรือปั่นจักรยานชมเมืองโดยรอบได้เลยแล้วแต่ความชอบและความสนใจส่วนตัวได้อย่างง่ายดาย

16-Jun-16 10-24-25 AM

หลังจากทุกคนได้ห้องพักเป็นของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลานัดหมายเพื่อทานอาหารเย็นที่โรงแรมร่วมกัน ซึ่งเมนูที่เสิร์ฟในวันนี้ก็คือ…ขนมปังอบ หั่นเป็นชิ้น ทานคู่กับดิปปิ้งหลากรสชาติ ตามด้วย เนื้อปลาแซลม่อน สไลด์เนื้อเอามาทำเป็นลูกกลม ๆ คล้ายลูกชิ้น ไส้ด้านในเป็นแซลม่อนบด ราดด้วยน้ำเกรวี่รสชาติกลมกล่อม ตามด้วยสเต็กเนื้อกวาง ย่างแบบมีเดี้ยม สุกกำลังดี กลิ่นไม่คาว ข้าพเจ้าทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดที่นำมาจากเมืองไทย ตบท้ายด้วยของหวานเป็นไอศกรีมวานิลาวางไว้บนซอฟครีมช็อกโกแลตกับวาฟเฟิลบางกรอบ ราดด้วยครีมคาราเมลและซอสช็อกโกแลต รสไม่หวานมากปนขมติดปลายลิ้นเล็ก ๆ ปกติข้าพเจ้าไม่แตะต้องของหวาน แต่มื้อเย็นสุดพิเศษวันนี้ ทำข้าพเจ้าอร่อยจนลืมอิ่มไปเลย

20-Aug-16 2-05-19 PM

มื้อค่ำสุดอลังการจบลง แต่วันนี้น่าจะเป็นวันที่เราทุกคนผ่อนคลายอย่างมากจริง ๆ และโรงแรม Distinction Hotel Te Anau ก็บริการเราทุกคนแบบเป็นกันเองสุด ๆ ที่บาร์มีเปียโนตั้งอยู่ เราทุกคนจิบไวน์ เล่นเปียโนและร้องเพลงกันอย่างสนุกสนานจนลืมเวลา ข้าพเจ้าเริ่มมึนหัวจาก Rose Vine แสนหอมหวาน จึงขอตัวกลับห้องพักสไตล์วิลล่าสุดหรูหราก่อนท่านอื่น ๆ เพราะแน่ใจว่าอ่างจากุชชี่ กำลังรอคอยข้าพเจ้าไปนอนแช่คลายความเมื่อยล้า ตลอดเวลาหลายวันอยู่อย่างแน่นอน แต่ก็ใช้เวลาไม่นานในอ่างจากุชชี่นั้น ข้าพเจ้าก็ต้องร่นถอย มาพ่ายให้กับความนุ่มสบายของเตียงนอน กับไออุ่นจากผิงที่จุดติดเอาไว้ให้ตลอดทั้งคืน

17 พ.ค. 59

เราตื่นเช้ามาในบรรยากาศหนาวเย็นไปด้วยลมของฤดูใบไม้ร่วง ใกล้เข้าหน้าหนาวเต็มตัวเข้าไปทุกขณะแล้ว ข้าพเจ้าพยายามใส่เสื้อผ้าที่หนา ๆ เข้าไว้ ใช้แผ่นอุ่นซุกไว้ตามกระเป๋ากางเกง และกระเป๋าเสื้อแจ๊คเก็ต มันช่วยได้ระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ก็ดีกว่าไม่มีตัวช่วยเลย ในเวลาที่อยู่ในอากาศเพียงแค่ 3-5 องศาเซลเซียสเท่านั้น อาหารเช้า ของเช้าวันนี้เป็นอาหารแบบบุฟเฟ่ต์เหมือนในโรงแรมทั่วไป ไม่มีอะไรพิเศษมากนัก ข้าพเจ้าทานกาแฟและขนมปังเพียงเล็กน้อย ก็เตรียมขนกระเป๋าเดินทางขึ้นรถ เตรียมออกไปพบกับสุดยอดความอลังการที่พระเจ้าเท่านั้น จะเป็นผู้รังสรรค์ขึ้นมาได้งดงามเพียงนี้ ถูกต้องแล้วค่ะ ข้าพเจ้ากำลังเกริ่นนำถึง “มิลฟอร์ด ซาวน์” หนึ่งในไฮไลต์ของทริปนี้นั่นเอง

การเดินทางจากเมืองเตอะนาว มุ่งหน้าไปยังอุทยานแห่งชาติมิลฟอร์ด ซาวน์ นั้นไม่ยากนัก แต่เส้นทางขับรถที่ค่อนข้างยาวนานถึงกว่าสองชั่วโมงนั้น อาจทำให้คนที่เคยชินกับการขับรถเร็วในเมืองไทยหงุดหงิดได้ แต่กระนั้น ระหว่างทางก่อนที่จะถึงเรามีจุดชมวิวมากมายให้ท่านได้เลือกเก็บภาพ เช้าวันนี้ นับเป็นวันที่เราทุกคนอยู่ในการอวยพรอย่างมากจริง ๆ เพราะฟ้าใส ๆ แบบนี้ อากาศปลอดโปร่ง แบบที่ไม่มีฝนพรำเลยแบบนี้ จะมีเพียงแค่ 2 สัปดาห์ใน 1 ปีเท่านั้น อีกทั้งความสวยงามของวิวธรรมชาติสองข้างทาง รวมถึงจุดแวะเที่ยวชมต่าง ๆ ก็ติดตราตรึงในใจเราหลายจุดเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นอุโมงโฮเมอร์ ซึ่งเป็นอุโมงค์มีความยาวถึง 1.2 กิโลเมตร โครงการสร้างอุโมงค์นี้เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1935 และถูกสร้างเสร็จในปี ค.ส. 1954 ได้ถูกใช้เป็นเส้นทางเดินทางเชื่อมต่อระหว่างมิลฟอร์ดซาวด์กับเตอะนาวและควีนส์ทาวน์นับแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน หรือ เขาเอ็กลิงตัน (Eglinton Valley) เป็นที่ราบที่รู้จักกันดีในนาม “เส้นทางไร้ภูเขา” และเป็นเส้นทางที่มีทัศนียภาพที่แสนงดงาม และที่น่าสนใจและข้าพเจ้าได้มีโอกาศแวะลงมาถ่ายรูปได้คือ ทะเลสาบ (Mirror Lake) ทะเลสาบที่ใสราวกระจก เป็นทะเลสาบที่ท่านจะสามารถมองสะท้อนภาพภูเขา ซึ่งเป็นวิวอยู่เบื้องล่าง  ก่อนที่คณะจะเคลื่อนย้ายไปชมน้ำตกและโตรกหินที่มีความยิ่งใหญ่อย่าง เดอะ แชซึ่ม (The Chasm) ต้องเดินเท้าเข้าไปด้านในพอสมควร ข้าพเจ้าขอแนะนำอย่างจริงใจว่า ให้สวมรองเท้าสำหรับเดินได้สะดวกตลอดทริปเลยนะคะ

20-Aug-16 2-50-17 PM

ขับรถไปแวะเที่ยวไป ถ่ายภาพสวย ๆ มาได้พอสมควร ข้าพเจ้ากดดูรูปในมือถือของตัวเองได้ไม่นาน มองดูรอบ ๆ อีกทีก็ใกล้จะเดินทางมาถึงแล้ว ข้าพลืมบอกไปนิดนึงว่า ที่พักในมิลฟอร์ด ซาวน์นั้น พอมีอยู่บ้างแต่น้อยเต็มทน รวมถึงที่พักสำหรับคนที่สนใจขับรถบ้านด้วย รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก ร้านรวงต่าง ๆ ก็แทบไม่มี เหตุนี้เอง ข้าพเจ้าจึงขอแนะนำว่า ให้ท่านตัดสินใจพักที่เมืองเตอะนาว แล้วขับรถเข้ามาเที่ยวที่มิลฟอร์ด ซาวน์ แล้วกลับออกไป จะดีที่สุดค่ะ…

เรามาถึงจุดหมายปลายทางก็เวลาประมาณ 09.30 น. สำหรับผู้ที่เดินทางมาด้วยรถเช่าส่วนตัว ท่านต้องจอดรถที่ลานจอดรถซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 5-10 นาทีหากเดินด้วยเท้า ดังนั้น ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากนะคะ เผื่อเวลาจอดรถเอาไว้ด้วยค่ะ ด้านใน Station จะมีเคาน์เตอร์บริการล่องเรืออยู่ประมาณ 5-6 บริษัทใหญ่ ๆ ด้วยกัน ท่านสามารถเลือกใช้บริการตามที่ท่านชอบใจได้เลย แต่สำหรับวันนี้ เรามีนัดกับผู้ให้บริการเรืออยู่ 2 เจ้าด้วยกัน นั่นคือ Cruise Milford และ Real Journey ซึ่งความแตกต่างเห็นจะเป็นขนาดของลำเรือที่ใหญ่ผิดกัน Cruise Milford มีขนาดเล็กกว่า จุคนได้น้อยกว่า แต่ก็มีความเป็นส่วนตัว เรียบหรูมากกว่า และไม่มีบริการอาหารบนเรือ มีเพียงชา กาแฟ และเบเกอรี่แสนอร่อยคอยให้บริการอยู่เท่านั้น ในขณะที่ Real Journey เป็นเรือขนาดใหญ่ จุคนได้หลักกว่าร้อย จึงมีความพลุกพล่าน วุ่นวาย และสับสนอยู่มากมายกว่า รวมถึงมีบริการอาหารบนเรือระหว่างที่เรือล่องไปชมความความยิ่งใหญ่อลังการของมิลฟอร์ด ซาวน์ด้วย…

20-Aug-16 3-33-00 PM

การล่องเรือตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งเรือกลับเข้าสู่ฝั่งอีกครั้ง กินเวลาเพียงสั้น ๆ เพียง 1 ชั่วโมง 45 นาทีเท่านั้น หลังจากนั้น เราออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองไฮไลต์อีกเมืองหนึ่งของเกาะใต้ ซึ่งคงไม่ผิดเลยหากจะกล่าวว่า มาเที่ยวเกาะใต้ นิวซีแลนด์ แต่ไม่ได้มาเยือนเมืองควีนส์ทาวน์ ก็นับว่ามาไม่ถึงเกาะใต้ เพราะเมืองนี้เป็นเมืองเล็กน่ารักสไตล์อังกฤษที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาขนาดใหญ่ที่ชื่อ The Remarkables ซึ่งอุดมไปด้วยธรรมชาติอันสวยงามบนชายฝั่งของ ทะเลสาบวาคาติปู (Wakatipu) จึงทำให้วิวทิวทัศน์ของที่นี่งดงามราวกับภาพฝันเลยทีเดียว อีกทั้งกิจกรรมต่าง ๆ ก็มากมาย รองรับกับความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ทุกช่วงอายุและทุกสไตล์การเที่ยวอย่างแท้จริง

การเดินทางจากมิลฟอร์ด ซาวน์ มายังเมืองควีนส์ทาวน์ ต้องขับผ่านผ่านเมืองเตอะนาวกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ดูไปแล้ว เสมือนว่าเมืองเตอะนาว จะนับเป็นเมืองหน้าด่านของการเที่ยวในอุทยานแห่งชาติมิลฟอร์ด ซาวน์ ก็คงไม่ผิดนัก เราใช้เวลาขับรถประมาณ 4 ชั่วโมง บนเส้นทางที่สวยงาม วิวธรรมชาติหาที่ติไม่ได้เลย แต่กระนั้น ความเหนื่อยล้าจากการขับรถเที่ยวมาหลายวันแล้ว ก็ทำให้ข้าพเจ้าง่วงนอนจนได้ ข้าพเจ้าคิดว่าคนอื่นก็เป็น จึงไม่แปลกใจเลยที่เราจะสนอกสนใจที่จะเล่นเกม ‘Tractor Cricket’ กันเป็นพิเศษ ตลอดเวลายาวไกลเพื่อมุ่งหน้าสู่ควีนส์ทาวน์

ประมาณห้าโมงเย็นของวันนี้ เรามาถึงที่ควีนส์ทาวน์ ฟ้าเริ่มมืดลงตามฤดูกาลนี้ที่ฟ้ามืดเร็ว ไม่เหมือนช่วงฤดูร้อนที่กว่าพระอาทิตย์จะอ้อยอิ่งตกดินลงไปได้ก็ราว ๆ สองทุ่ม เราทุกคนมุ่งหน้าสู่โรงแรม Millennium Hotel Queenstown จัดการเช้คอิน และนำกระเป๋าเดินทางขึ้นไปเก็บไว้บนห้อง มีเวลาล้างหน้าล้างตาเล็กน้อย ก่อนออกเดินทางไปยัง Skyline Gondola Station เพื่อขึ้นกระเช้ากอนโดล่าสู่ยอดเข้าบ็อบ

หกโมงเย็น เรานัดเจอกันที่ล็อบบี้ของโรงแรม มุ่งหน้าสู่ความสวยงามบนยอดเขาบ็อบ หรือที่เรียกกันว่า Bob’s Peak เราซื้อตั๋วและต่อคิวขึ้นกระเช้า ซึ่งนั่งได้กระเช้าละ 4 คน เวลาที่ถึงคิวของเรา ต้องก้าวขาขึ้นไปนั่งเร็ว ๆ เพราะกระเช้าจะไม่หยุดสนิทให้ ดังนั้น หากช้ามากนัก อาจทำให้คิวข้างหลังขึ้นไม่ทันได้ ตัวกระเช้าหมุนขึ้นไปถึงส่วนบน เราทุกคนลงมาและต้องพบกับความผิดหวังอีกครั้ง ที่ฟ้ามืดแล้ว ทำให้ไม่สามารถเล่นลูจได้ แต่ข้าพเจ้าไม่เสียใจเท่าไหร่นัก เพราะได้เล่นมาแล้วที่โรโตรัว เกาะเหนือ เราขึ้นไปถ่ายภาพมุมสูงของควีนส์ทาวน์ ชื่นชมความงามอยู่ครู่หนึ่งก็กลับลงมาทานอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ ที่ Skyline Restaurant อาหารมามากมาย รสชาติอร่อยให้ท่านได้เลือกทานแบบไม่อั้น ใช้เวลาที่นี่เนิ่นนานพอควรก็กลับลงมาพักผ่อน ออมแรงไว้สำหรับการเที่ยวในวันถัดไป

18 พ.ค.59

เช้าวันนี้ข้าพเจ้าตื่นเต้น และกระตือรือร้นมากเป็นพิเศษ ข้าพเจ้าทานอาหารเช้ามากกว่าทุกวัน ไม่ใช่เพราะอาหารอร่อยเป็นพิเศษ แต่เป็นเพราะข้าพเจ้าเห็นรายการกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจแล้ว ข้าพเจ้าก็ไม่อยากปล่อยเวลาให้ผ่านไปเสียเปล่าเลยแม้แต่วินาทีเดียว อากาศเช้าวันนี้อยู่ที่ 6-10 องศาเซลเซียส เราเริ่มต้นกิจกรรมแรกของวันโดยการขับรถมุ่งหน้าสู่เมืองเหมืองแร่เก่าอย่างแอร์โร่วทาวน์ ใช้เวลาขับรถแป๊บเดียว 20 นาทีเท่านั้น ก็ได้พบกับเจ้าหน้าที่ของ Nomad Safari ที่จะนำเราทุกคนขึ้นรถ 4WD ท่าทางแข็งแรงไปยังเส้นทาง Tobins Track ที่จะต้องนำรถเฉพาะ และมีไกด์ขับนำท่านขึ้นไปเท่านั้น เนื่องจากเป็นทางเลาะเลียบหน้าผาชัน ไม่แนะนำสำหรับท่านที่กลัวความสูงหรือไม่ชอบความหวาดเสียวนะคะ จากนั้น เราหยุดพักที่แม่น้ำแอร์โร่ว (Arrow River) รับประทานชา กาแฟ พร้อมคุ้กกี้โฮมเมดแสนอร่อยที่ไกด์จัดเตรียมไว้ให้เรา ที่นี่ ไกด์จะสาธิตวิธีการร่อนทองให้เราชมและทดลองทำได้ การร่อนทองนิยมมาก ๆ ที่บริเวณนี้ตั้งแต่สมัยที่การขุดเหมืองทองรุ่งเรืองในอดีต ข้าพเจ้าได้แต่มองดูไม่กล้าเอาตัวลงไปแตะต้องน้ำ เพราะมันต้องเย็นมากแน่ ๆ

20-Aug-16 4-20-57 PM

เสร็จจากการทัวร์กึ่งแอดเวนเจอร์ เรามุ่งหน้าไปยัง Gibston Valley เพื่อเข้าร่วมทัวร์ Gibston Valley Wine Cave Tour ที่นี่มีไร่ไวน์ขนาดเล็กที่ผลิตไวน์ชั้นยอดของนิวซีแลนด์อยู่ ต้นองุ่นขาวองุ่นแดง ถูกตัดผลไปทำไวน์แล้วกำลังรอผลผลิตรุ่นใหม่ ๆ ไวน์ของที่นี่ถูกบ่มในถังไม้โอ๊ค และเก็บเป็นอย่างดีในถ้ำเพื่อรักษาอุณหภูมิ นี่เองเป็นเคล็ดลับที่ทำให้ไวน์มีรสชาติดีติดอันดับโลก เราชมการเก็บไวน์ ชิมไวน์ไปหลายขนาน ก็นับเป็นการเรียกน้ำย่อยชั้นดีได้กระมัง เพราะข้าพเจ้าหิวข้าวแล้ว แต่ก็ต้องอดใจเอาไว้ให้มาก เพราะเราต้องเดินทางไปยังโกลฟีลด์ เพื่อทานอาหารกลางวันที่ร้าน Wind Eart Winery and Oakstave Barrel Lunch อันมีชื่อเสียงเพราะได้เชฟฝีมือดี มารังสรรค์เมนูอาหารชั้นเลิศจากวัตถุดิบชั้นยอด ให้ทุกท่านได้ลิ้มรสกันอย่างเต็มอิ่ม รับประทานพร้อมไวน์ ซึ่งอาหารแต่ละเมนูก็ต้องรับประทานคู่กับไวน์ต่างชนิดกัน และภาพด้านล่าง คงบรรยายความรู้สึกนับพันไดมากกว่ากว่าข้าพเจ้าสาธยายผ่านตัวอักษรเป็นแน่

20-Aug-16 4-57-07 PM

หลังอาหารกลางวันจบลง ข้าพเจ้าเลือกซื้อไวน์ 2 ชนิดเป็นของฝาก เรามีเวลาย่อยอาหารเล็กน้อย ก่อนเริ่มกิจกรรมแอดเวนเจอร์อีกหนึ่งอย่าง นั่นคือการนั่งเรือเร็ว Goldfields Jet Boat แล่นไปบนแม่น้ำคาวารัว กิจกรรมนี้สนุกสนานและตื่นเต้นอย่างมาก หลังกิจกรรมท่านก็จะได้รับภาพความประทับใจติดไม้ติดมือกลับบ้านเป็นที่ระลึกด้วยเช่นกัน Goldfields Jet Boat จะมีความแตกต่างจาก Shotovet Jet เล็กน้อยตรงที่ความตื่นเต้นของ Goldfields Jet Boat จะน้อยกว่านิดหนึ่ง และแล่นไปบนแม่น้ำคนละสายกัน วิวทิวทัศน์สองข้างทางต่างกันก็เท่านั้นเอง

20-Aug-16 5-06-30 PM

หลังจากกิจกรรม เราเดินทางกลับเข้าสู่ตัวเมืองควีนส์ทาวน์อีกครั้ง ระหว่างทางเราแวะไปยัง A.J. Hakett Bungy Jump ซึ่งถือว่าเป็นจุดกระโดดบันจี้จัมพ์ที่แรกในโลก ข้าพเจ้าได้มีโอกาสทดลองกระโดดดูและได้ภาพสวย ๆ กลับมาเป็นที่ระลึกว่า ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าเคยทำสำเร็จมาแล้ว

20-Aug-16 5-50-49 PM

แต่ด้วยเวลาแห่งความสุขที่มักจะผ่านไปเร็วเสมอทำให้เราต้องทำกิจกรรมต่อไปกันแล้ว…ล่องเรือ TSS Earnslaw พร้อมรับประทานอาหารเย็นและดูโชว์ตัดขนแกะที่ Walter Peak ซึ่งก็แน่นอนว่า ล่องเรือไปบนแม่น้ำวาคาทิปูก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของเมืองนี้

เราขึ้นเรือกันเวลาหกโมงเย็น และใช้เวลาทั้งสิ้นสำหรับกิจกรรมนี้ประมาณสามชั่วโมงครึ่ง เรือกลไฟนี้มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเรือไททานิกเลยทีเดียว แม้อากาศหนาว หากเข้าไปใกล้ ๆ เครื่องเดินเรือที่มีไอน้ำอุ่น ๆ ลอยคลุ้งอยู่ก็ช่วยคลายหนาวได้เป็นอย่างดี เดินเรือไปได้ซักพักก็จะถึง Walter Peak ที่นี่มีคฤหาสน์ผู้ดีสมัยก่อนตั้งอยู่ และที่นี่เองเรารับประทานอาหารเย็นแบบบุฟเฟ่ต์กัน เสร็จจากรับประทานอาหาร เราเดินเท่านิดหน่อยไปยัง Homested เพื่อชมสาธิตการตัดขนแกะ โชว์สนุกต้อนแกะ และซื้อของฝากกลับบ้านกันแล้ว

กว่าจะกลับถึงฝั่งเวลาก็ผ่านไปจนถึงประมาณสี่ทุ่มแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกเหนื่อยและเพลีย จากอาการท้องเสียและเดินทางมานานหลายวัน จึงกลับเข้าที่พัก และหลับไปอย่างไม่ยากเย็นนัก…เป็นการจบท้ายทริปยาวนานอันแสนประทับใจ

20-Aug-16 5-32-10 PM

19 พ.ค.59

ข้าพเจ้าเช้คเอ้าท์ออกจากที่พักในเวลา 06.00 น. เพื่อนั่งเครื่องบินภายในประเทศไปยังเมืองโอ๊คแลนด์ เกาะเหนือของนิวซีแลนด์ แผนการเที่ยวของข้าพเจ้าวันนี้ คือเมื่อลงเครื่องในเวลา 12.00 น.แล้ว ข้าพเจ้าจะเอากระเป๋าไปเก็บยังที่พัก และออกเดินทางไปยังท่าเรือเพื่อข้ามฝั่งไปยังเกาะไวฮิกิ แต่แผนการทั้งสิ้นของข้าพเจ้าก็ต้องจบลง เพราะฝนตัวดี โปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย ข้าพเจ้าตัดสินใจเดินซื้ออาหารเย็นเล็กน้อย จากย่านควีนสตรีท มารับประทานในห้องพัก จัดกระเป๋าเดินทางเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยในวันรุ่งขึ้น และต้องยอมแพ้กับลมฟ้าอากาศแต่โดยดี

20 พ.ค.59

เก้าโมงเช้าวันนี้ข้าพเจ้านัดเพื่อนที่เดินทางด้วยกันมารับที่หน้าโรงแรม เพื่อมุ่งหน้าไปยังสนามบินนานาชาติโอ๊คแลนด์ ผู้เดินทางแน่นขนัดมากเป็นพิเศษ ทำให้เราต้องรอต่อเครื่องกลับไทยเป็นเวลานานกว่าปกติ หลังจากเช้คอินและโหลดสัมภาระเรียบร้อยแล้ว เรารับประทานอาหารเล็กน้อยที่เลาจ์ของแอร์นิวซีแลนด์ ก่อนเดินทางกลับบ้านด้วยสายการบินไทย ในเวลา 12.30 น.

20-Aug-16 5-52-10 PM

ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจที่ได้กลับบ้าน จบทริปยาวนานลงอย่างประทับใจและคงลืมได้ยากยิ่ง…นิวซีแลนด์ ดินแดนต้องห้ามพลาดสำหรับนักท่องโลกทุกคน

*******************************************

ออเดิร์ฟร้อนๆ จาก ทริป นิวซีแลนด์เกาะใต้ … ไม่ไปไม่รู้ Now or Never

สวัสดีค้าบบบบบบ

สงกรานต์ไปเที่ยวไหนกันมาบ้างครับ ผมพึ่งกลับจากนิวซีแลนด์ครับ
ดินแดนที่อุดมไปด้วยธรรมชาติสวยๆ ครั้งแรกที่มาเที่ยวที่นี่ด้วย

รอบนี้ไปทั้งสิ้น 9 วัน ….เป็นการไป เช่ารถขับตะลุยเกาะใต้มาครับ

โปรแกรมคร่าวๆ ดังนี้ครับ เริ่มจากนั่งเครื่องไปลงที่ ควีนส์ทาวน์

และเช่ารถขับกันไปเรื่อยๆ แล้วมาจบทริปที่เมืองไครท์เชิชครับ

สนุกมากกกได้ประสบการณ์ใหม่ๆ มาเพียบครับ

โดยเฉพาะกิจกรรมสนุกๆ ทั้งล่องเรือ นั่งเฮลิคอปเตอร์ เดินขึ้นเขา สัมผัสธารน้ำแข็ง

ประทับใจจริงๆครับ … ใครสองจิตสองใจว่าจะไปดีมั้ย แม้ค่าใช้จ่ายพอๆกับไปยุโรป

ผมบอกเลยว่า ถ้าชอบวิวสวยๆ ไม่ผิดหวังครับ … 

คนที่นี่ไนซ์มากด้วย ความปลอดภัยก็สูงครับ

ba_en_c20398

เอาละ ผมหยิบออเดิร์ฟตลอดทริปมาเป็นน้ำจิ้มให้ดูกันก่อนน่ะครับ

ขอคัดออกมาสัก 30 รูป เดี๋ยวรีวิวตัวเต็มๆ จะตามมาครับ  …

ทริปนี้ผมเดินทางไปพร้อมกับรายการทีวี ที่ไปถ่ายเทปท่องเที่ยว นิวซีแลนด์
ซึ่งทริปทั้งหมดจัดการโดย Always Vacation เป็นทัวร์ที่เชี่ยวชาญนิวซีแลนด์

และเก่งเรื่องการเช่ารถขับเที่ยวที่นิวครับ

ใครสนใจจะปรึกษา การเที่ยว จะจัดกรุ้ปเล็กๆ จะเช่ารถบ้าน ติดต่อไปได้เลย ดีงามครับ

ba_en_c20397

รูปทั้งหมดในกระทู้นี้ ถ่ายด้วย กล้องจิ๋วแจ๋ว Sony A6300 ตัวใหม่ล่าสุดน่ะครับ

มักจะมีเพื่อนๆ หลังไมค์มาถามผมว่า ถ้าอยากได้กล้องเล็กๆ สำหรับไปเที่ยว พกพาสะดวก

มือใหม่ใช้ง่ายๆ เป็นมิตรกับผู้ใช้ ถ่ายแล้ว สวย พ่วง ด้วยการเชื่อมต่อเข้ามือถือง่ายๆ

เอาไว้อัพรูปอวดไวๆ  ซื้อตัวไหนดี … จริงๆ ในตลาดมีเยอะครับ ผมก็หนักใจ 555+

Sony A6300 ก็เป็นกล้องเล็กระดับ Mirrorless ที่น่าจับตา

ทริปนี้ทางโซนี่เลยส่งให้ผมลองพกเจ้าตัวนี้ไปเที่ยวตลอดครับ

เลยเอารูปมาให้ดูกันเลยว่า ถ่ายออกมาใช้ได้มั้ยดีงามมั้ย หลายคนจะได้ตัดสินใจได้ครับ

ว่า จะไปถอยมาใช้งานดีมั้ย …

นอกจากข้อมูลท่องเที่ยวเดี๋ยวจะมีการแนะนำการถ่ายด้วยน้องเล็ก A6300 นี้พ่วงไปด้วยเลยละกันครับ

ba_en_c20401

Day 01 Queenstown

เมืองหน้าด่านของการมาเที่ยวนิวซีแลนด์เกาะใต้ครับ …

จริงๆ มีสองเมืองคือไครท์เชิชกับควีนสทาวน์นี่แหละครับ
เพราะมีสนามบินขนาดใหญ่ หลากหลายสายการบินมาลง

รอบนี้ผมเดินทางจาก กทม ด้วยสายการบิน Qantas ครับ
ซึ่งจะไปต่อเครื่องที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย

จากนั้นบินต่อมาลงยังควีนส์ทาวน์ … ออกจาก กทม หัวค่ำถึงควีนส์ทาวน์บ่ายๆ สิบกว่าชั่วโมงในการเดินทางครับ

ถ้าดูจากแผนที่ ทริปนี้ผมเดินทางจากด้านล่างของเกาะขึ้นไปจบที่ไครท์เชิชครับ

ba_en_c20402

เลนส์ที่ติดมากับ A6300 คือเลนส์คิท 16-50 mm … ระยะกลางๆมาตรฐานเลยครับ

มือใหม่ก็น่าจะเพียงพอ ไม่งั้นผมว่าจัดช่วงไวด์สักตัวและเทเลสักตัวก็พอละ …

เกือบทั้งหมดในกระทู้ผมใช้โหมด A ไม่ก็ P ครับ … คือผมก็ถ่ายภาพมานานละครับหลายปี

การมาท่องเที่ยวนั้น สำหรับคนทั่วๆไปผมกว่าโหมดกึ่งออโต้ สะดวกและรวดเร็วสุดละ

ซึ่ง A6300 ก็เทพมากเพราะถือเป็นตัวท็อบของรุ่นเล็กละ .. เพียงแค่ตั้ง ISO Auto ไว้

ทั้งโลกก็อยู่ในมือคุณละครับ เอาอยู่เกือบทุกสถานการณ์

ควีนส์ทาวน์มีอะไรให้ทำบ้าง .. ไฮไลท์หลักๆ คือ จุดชมวิวที่ Skyline ครับ

ด้านบนมีนั่งกระเช้าขึ้นไปเล่น ลูจ ด้วย สนุกมากๆ อย่าพลาดครับ และแน่นอนว่า

ผมแนะนำให้ขึ้นไปเย็นๆ จะได้ดินเนอร์ด้านบน ชมวิวไปด้วยเลยครับ

ba_en_c20403

ตัวนี้ไม่มีกันสั่นในกล้อง .. จำเป็นมั้ย บอกเลย ไม่จำเป็นสำหรับผมเพราะ ISO โซนี่ขึ้นชือเรื่องเทพมากกก

ระดับ 12800 ใช้งานได้ ทำให้รูปด้านบน ผมถือมือเปล่า ถ่ายครับ ขาตั้งคืออะไร 555+ ไม่ต้องพกมันละ สำหรับการถ่ายแบบท่องเที่ยวสนุกๆ สบายๆ …

ผมเลือกใช้โหมด A นี่แหละครับ เพียงแต่สังเกตให้สปีดชัตเตอร์ 1/25 ขึ้นไป
การถือน่าจะพอไหวครับ สำหรับช่วงไวด์สุดของกล้อง

อาจจะเลือกตั้งถ่ายแบบต่อเนื่อง แล้วมาคัดภาพครับ ถ่ายรัว 4-5 ใบ
มันจะมีสักใบที่คมชัดครับ 555+

ba_en_c20399

ba_en_c20400

รูปนี้ ถ่ายผ่านกระจกหน้าต่างครับ .. ขอดีของการไปเที่ยวแล้วพกกล้องเล็กๆ

ผมว่าอยู่ที่ความสะดวกสบายและรวดเร็วในการถ่าย แค่เอากล้องแตะเบาๆกับกระจก

ให้ระนาบตรงที่สุด

ด้วยน้ำหนักกล้องที่ไม่เยอะมาก ถือมือเดียวได้ชิลๆ

ผมก็เอาอีกมือบังแสงที่ลอดเข้าเข้าด้านข้าง ลดแสงสะท้อน ได้ภาพด้านบนมาอย่างง่ายดาย

ba_en_c20404

สำหรับการท่องเที่ยวแล้ว เรามักจะถ่ายภาพวิวเป็นหลัก หากชอบสีสดๆหน่อย

ก็แนะนำให้เปลี่ยนโทนสีไปเป็น Landscape ง่ายๆ เลยครับ สีสดสใส ถ้าไม่สะใจ

ก็ปรับเพิ่มได้อีกครับ

ba_en_c20405

Day 02 Queenstown 

เราอาจจะเลือกไปล่องเรือได้ครับ มีเรือหลายเจ้าที่ให้บริการล่องทะเลสาบ

และพ่วงกับการไปเข้าฟาร์ม ชมการตัดขนแกะ การต้อนแกะด้วยครับ

ผมใช้บริการเรือ the Spirit of Queenstown  ซึ่งไปแวะที่ Mt Nicholas High Country

ถ้ามีเวลาเหลือก็แนะนำให้มาเดินเล่นตรงท่าเรือครับ เป็นถนนชอบปิ้ง

และบรรยากาศยามเย็นชิลมากๆ .. ช่วงที่ผมมาเที่ยวคือ ต้นเดือน เมษายน ครับ

อากาศเริ่มจะเข้าหน้าหนาว สิบกว่าองศา เดินเล่นได้เพลินมากๆ

แต่ถ้าใครชอบช่วง Autumn ใบไม้เปลี่ยนสี อาจจะต้องปลายเดือน เมย น่าจะพีคกว่าครับ

ba_en_c20406

กล้องเล็กตัวนี้ มีจุดเด่นอีกอย่างที่ต้องพูดนั่นคือ จุดโฟกัสที่เยอะมากๆ กว่า 425 จุด

ครอบคลุมเกือบทั้งภาพ ทำให้ ทั้งการถ่ายภาพนิ่งและวิดิโอ ละเอียดมากขึ้น

เนียนขึ้นและการถ่ายพวกวัตถุที่มีการเคลื่อนไหวก็จะมีโอกาสเก็บภาพได้มากขึ้น

ba_en_c20407

มาถึงนิวซีแลนด์ก็ต้องไม่พลาดเก็บภาพน้องแกะเนอะๆๆ 555+

เป็นสัตว์ที่ ช่างสงสัย และ ขี้กลัวเป็นที่สุด ผมขยับตัวหน่อยเดียว มันวิ่งหนีไปไกลละ 555+

ตรงแถวๆท่าเรือ ย่านดาวทาวน์ ของเมืองควีนส์ทาวน์ มีพิพิธภัณฑ์สัตวน้ำเล็กๆด้วยครับ

ต้องบอกว่าเล็กมากกก จริงๆเค้าแค่ทำทางเดินลงไปใต้น้ำแล้วทำกระจกบานใหญ่ๆ

ก็จะเห็นว่าใต้น้ำของทะเลสาบ Wakatipu ที่เราเห็นๆนั้น สัตว์น้ำเยอะมากๆ

ba_en_c20409

เจอพวกสัตว์น้ำมากกมาย ว่ายไปมา ผมเห็นแล้วยิ้มเลย …

คือด้วยความมี้เกียจในการเซ็ทกล้อง จึงปรับกล้องแบบง่ายสุด เร็วสุด

เลือกโหมดถ่ายต่อเนื่อง ถ่ายด้วยโหมด A จากนั้นยกกล้องรัวๆๆ
ต้องบอกเลยว่าระบบโฟกัสของโซนี่ A6300 ทำได้ดีมากๆ จนน่าตกใจครับ

ba_en_c20408

Day 03  Arrowtown – Wanaka

ba_en_c20410

วันนี้เราขับรถออกจากควีนส์ทาวน์ ครับ …ไปยังเมือง Wanaka เมืองตากอากาศยอดนิยม

ซึ่งระหว่างทางสามารถไปแวะเที่ยวได้หลายอย่างเช่น เมืองเก่า Arrow town

ซึ่งโด่งดังมาจากยุคตื่นทองครับ บ่านเมืองคลาสสิคแบบคาวบอย … เมืองนี้ถ้ามาช่วง

ใบไม้เปลี่ยนสี ปลาย เม.ย. ถึง ต้น พ.ค. จะสวยมากกกกกกกกกกกกก แนะนำเลย

ใครชอบดื่มไวน์ ระหว่างทางสามารถแวะที่ Gibbston Valley Winery ได้ครับ

ba_en_c20411

ในการขับรถเที่ยวนั้น … แนะนำควรใช้ GPS หรือ Google Map ควบคู่ไปด้วยครับ

ส่วนใหญ่สถานที่ท่องเที่ยวนั้น ค้นหาใน กูเกิ้ล แม็บ เจอหมดครับ ก็จะช่วยให้เรารู้ว่า

ใช้ระยะเวลาในการขับเท่าไหร่ สามารถแวะชิล ระหว่างทางได้มากน้อยแค่ไหน

กฎหมายการขับขี่เส้นทางหลวงอยู่ที่ 100 Km/Hr ครับ

ถ้ารถที่เราเช่ามามีระบบ Cruise Control หรือ Limit Speed ก็สามารถตั้งค่าไว้ได้เลยครับ

ba_en_c20412

ที่วานาก้า ผมมีเวลาอยู่ที่นี่ 1 คืนครับ เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีวิวทะเลสาบที่สวยงาม

และมีเสน่ห์ที่ความเงียบสงบ … เหมาะกับการมาพักผ่อนมากๆครับ

ba_en_c20413

ถ่ายภาพยามมืดมาให้ดูกันอีกครั้ง …

เพราะกล้องเล็กๆ มิลเลอร์เลสนั้น มักจจะแพ้กล้องใหญ่ช่วงแสงน้อยๆนี่แหละครับ

แต่ด้วยระบบการออกแบบเซนเซอร์ใหม่ของโซนี่ รวมกับชิพประมวลผลยุคใหม่

ทำให้ตอนนี้ กล้องเล็ก A6300 พร้อมถ่ายทุกสถานการณ์ ตั้งแต่เช้าจรดมืดครับ

ba_en_c20414

ba_en_c20415

Day 04 Mt.Cook – Gracier Explorers

วันนี้คือไฮไลท์ของทริปเลยครับ กับการขับรถยาวๆๆ มาถึง เมาท์คุ้ก ครับ ..

เทือกเขาที่มีชื่อเสียงระดับโลก กิจกรรมที่พลาดไม่ได้คือ การล่องเรือชมธารน้ำแข็ง

มีอยู่ไม่กี่ที่ในโลกน่ะครับ ที่เราสามารถเข้าถึง ธารน้ำแข็งได้ ใกล้และสะดวกแบบนี้

ถ้าไม่นิวซีแลนด์ก็ต้องไปนู้นน่ะครับ พาตาโกเนีย ที่อเมริกาใต้ …

ก่อนไปแนะนำให้ออกกำลังกายเตรียมร่างกายไว้หน่อยครับ

เพราะเราจะเดินกันค่อนข้างเยอะ เวลามาเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติแบบนี้ …

จริงๆ ผมจองไฟล์ทเฮลิคอปเตอร์ที่จะไปจอดบนเทือเขาหิมะด้วย

แต่หลังจากล่องเรือมา สภาพอากาศไม่ค่อยดี ทำให้ไม่สามารถบินขึ้นไปได้ครับ …

ba_en_c20416.

ba_en_c20387

Day 05 Lake Tekapo

วันนี้เป็นอีกวันที่ชิลๆ ครับ หลังจากที่ใ้พลังงานเยอะในเมื่อวานที่ไปอุทยาน Mt.Cook มา

เราขับรถมาตามทางหลวงหมายเลข 8 มายัง ทะเลสาบ Tekapo ครับ …

ยังไงก็ต้องมาครับ สำหรับการมาเที่ยวเกาะใต้ … คือแลนสเขปของที่นิวซีแลนด์นี่

จะว่าไปก็คล้ายๆที่ สวิสเซอร์แลนดืน่ะครับ มีเทือกเขา มีวัลเลย์ มีทะเลสาบ

แต่ที่นิวซีแลนด์จะอลังการกว่าพอสมควร

ba_en_c20388

รูปบนนี่กึ่งๆจะย้อนแสงนิดนึงครับ …

ผมลองเลือกการเพิ่ม Dynamic Range ให้ไปที่ระดับสูงสุด
เพื่อสามารถเก็บรายละเอียดทั้งส่วนมืดและส่วนสว่างๆมาให้ครบๆ

ถ้าเพื่อนๆงง ก็จะคล้าย HDR ในมือถือนั่นแหละครับ

ถ้าภาพตรงหน้าเรามีความต่างของแสงเยอะๆ มือถือจะเลือกเป็น HDR ให้อัตโนมัติ …
ซึ่งลองสังเกตภาพด้านบนครับ ถ้าเราไม่ได้ตั้งเอาไว้ ตรงโบสถ์มันจะมืดๆ ไปเลย

เพราะอยู่ในเงามืดครับ …. นั่นแหละครับ ในกล้องมีอะไรให้ปรับ ให้เล่น

เพื่อให้เราถ่ายภาพได้สวย ได้สนุกมากขึ้น ลองเล่นและศึกษา ไม่ยากครับ

ba_en_c20417

ที่ Lake Tekapo เป็นเมืองที่มีหอดูดาวตั้งอยู่ด้วยครับ … ตั้งอยู่บน Mt. John

เมืองนี้ตอนกลางคืนจะมืดมากกก

เพราะเค้าตั้งใจให้เป็นเมืองแห่งการดูดาว

ถ้ามีเวลาอาจจะซื้อทัวร์ขึ้นไปดูดาวที่หอดูดาวได้ครับ ซื้อตั๋วได้ที่เคาเตอร์ในเมืองครับ …

ba_en_c20389

Day 06 Hanmer Spring – Kaikura

ถ้ามีเวลา และชอบแช่บ่อน้ำพุร้อน … ที่เกาะใต้ก็มีน่ะครับ

ขับจาก Lake Tekapo ไม่ไกลนักจะมาถึงเมือง   Hanmer Spring

ซึ่งเป็นเหมือนเมืองตากอากาศเล็กๆ มีจุดเด่นที่บ่อน้ำพุครับ …

แต่เค้าสร้างให้ออกอารมณ์เป็นรีสอร์ท มีสไลเดอร์ให้เล่น มีบ่อจากุชชี่ ให้ผ่อนคลาย

ถ้าขับรถมาหลายวัน รู้สึกเมื่อยล้า ผมแนะนำให้มาแวะนอนที่นี่สักคืน

แล้วมาผ่อนคลาย แช่ตัวในน้ำอุ่นๆครับ …. อากาศเย็นๆมาแช่แบบนี้เหมือนออนเซ็นที่ญี่ปุ่น

สบายตัว พร้อมลุยทริปกันต่อเลยยยย

ba_en_c20390

เอาภาพช่วงกลางคืนมาให้ดูกันอีกเรื่อยๆครับ ISOระดับ หมื่นๆ นี่ คือเรื่องง่ายๆ

สำหรับเจ้า A6300 เลยละครับ …

ตัวก่อนหน้านี้คือ Sony A6000 ครับ ถามว่าต่างกันกันตรงไหน
ถ้ามองแค่รูปร่างหน้าตา แทบจะไม่ต่างกันเลยครับ เพราะอยู่ในไลน์เดียวกัน

แต่ให้มองเรื่อง วิดิโอของ A6300ครับ ตัวนี้ถ่ายได้ 4K ครับ …

ซึ่งถ้าที่บ้านคุณมีทีวีจอใหญ่ๆ 4K จอ 48 นิ้ว 55 นิ้ว เป็นต้นไป …

4K คือตัวเลือกที่มองไปได้ไกลๆเลยครับ  ถ่ายวิดิโอคนรัก ถ่ายวิวที่ไปเที่ยว

ตัดต่อง่ายๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึกในระดับ 4K มันเป็นอะไรที่ฟินมากกกกก .. และได้ใช้ทีวีที่บ้านแบบคุ้มค่ามากขึ้นด้วยครับ

เดี๋ยวกระทู้หน้า ที่ผมจะรีวิวตัวกล้องแบบลงลึกมากขึ้น จะลงวิดิโอให้ดูครับว่า

คุ้มค่าแค่ไหนกับการเลือกซื้อ A6300 ครับบ

ba_en_c20391

สำหรับ ที่พักส่วนมากที่นิวซีแลนด์ มักจะมีครัวให้เราครับ

เราสามารถแวะที่ซุบเปอร์มาเก็ต ซื้ออาหารมาทำกินเองที่ห้องได้ครับ

ไปเที่ยวกันหลายคน ทำกินเองก็สนุกสนานๆ ดีครับ …

วันต่อมาจริงๆต้องมีโปรแกรมไปไครคูร่า เมืองดังเรื่องการชมวาฬ แต่พายุเข้าครับ 555+

เรือไม่สามารถออกได้ เราจึงเลือกขับรถชิลๆ บนเส้นอื่น ชมวิว หาอะไรกินไปเรื่อยๆ

ก่อนจะขับเข้าเมืองไครท์เชิช ครับ

ba_en_c20392

Day 07 Christchurch – Akaroa

หลังจากนั้นเราเดินทางเช้าเมืองไครท์เชิชครับ … เรานอนกันสองคืนที่นี้

แล้วขับรถออกไปเที่ยวนอกเมืองใกล้ๆกัน

ba_en_c20393

เมืองที่เราเลือกมาคือ Akaroa ครับ ขับไม่ไกลจากไครท์เชิช

ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆ ที่ได้รับอิทธิพลยุคฝรั่งเศสมาล่าอาณานิคมครับ บ้านเรือนต่างๆ

ก็จะมีการสร้างที่ไม่เหมือนเมืองอื่นๆในนิวซีแลนด์เท่าไหร่

ระหว่างทางก็ยังมีทิวทัศน์ที่งดงาม เช่นเคย

ผมว่าถ้าเรามาขับรถเที่ยวที่นิวซีแลนด์ควรจะหาเพื่อนร่วมมาเที่ยวที่ชิลๆครับ

ชอบถ่ายรูปยิ่งดีครับ เพราะนิวซีแลนด์ไม่เหมาะกับพวกที่ชอบเที่ยวเยอะๆ รีบมารีบไป

หรือชอบเดินเมืองชอบปิ้ง … เสน่ห์ของธรรมชาติที่นี่คือ ความยิ่งใหญ่ และไม่เร่งรีบ

ba_en_c20394

ba_en_c20395

สุดยอดไฮไลท์ของกิจกรรมที่เมือง Akaroa คือการลงไปว่ายน้ำกับโลมา ครับ

เป็นสุดยอดประสบการณ์ที่ต้องมานิวซีแลนด์เท่านั้นเลยครับ

คือนิวซีแลนด์ เรื่องความปลอดภัยในกิจกรรมต่างๆจะสูงมากๆครับ

ดังนั้น ถ้ามีเที่ยวที่นี่ อยากให้เล่นกิจกรรมเยอะๆครับ เป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่

เพื่อนๆคุณจะต้องร้องกรี้ด อิจฉาๆ ครับ ฮ่าๆๆ…

ตรงปากอ่าวที่เมืองนี้ เป็นเหมือนหมู่บ้านโลมา พันธุ์เฮ้กเตอร์ครับ ..

น่ารักมากๆๆ คือเราต้องใส่ชุด Wet Suit แล้วนั่งเรืออกไปสัก 15 นาที จากนั้นก็ลงไปลอยคอในน้ำ จากนนั้นก็รอน้องโลมาน่ารักๆ มาว่ายเล่นด้วย

มันอะเมซซิ่งมากๆครับ เดี๋ยวรอชมในกระทู้รีวิวเต็มๆน่ะครับ มีภาพและวิดิโอที่ถ่ายจาดกล้องโกโปร จะเห็นว่า มันเป็นกิจกรรมที่เจ๋งมากๆ

ตอนขากลับ น้องโลมายังมาว่ายส่งด้วยครับ น่ารักมากกกกก

รูปนีได้ทดสอบโฟกัสของกล้อง ไปด้วยครับ …

ใช้โหมดออโต้ก็เก็บภาพแบบนิ่งๆ ได้ภาพน้องโลมา ไม่สั่นกลับบ้านได้สบายเลย

ba_en_c20396

หักลบวันเดินทางไปกลับ ก็จะเหลือทริปเน้นๆ  7 วันตามที่โพสให้ดูน่ะครับ

จริงๆอยากมีเวลาสักสองอาทิตย์ผมว่า จะทำให้เที่ยวแบบไม่เร่งรีบ

และเก็บมุมสวยๆได้ครับครับ

รอบนี้ยังขาดฝั่ง มิวฟอร์ด ซาวด์และ ธารน้ำแข็งฟรานซ์โจเซฟ (Franz Josef Glacier)

ดังนั้นผมว่าควรมีไม่ต่ำกว่าสิบวันจะกำลังดี

ถือเป็นออเดิร์ฟเบาๆน่ะครับ 

หวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนได้ลองไปเที่ยวนิวซีแลนด์กันครับ

ประเทศนี้ต้องเป็นคนที่อยากมาเที่ยวจริงๆ ถึงมาได้ ..

คุ้มค่าครับ ลงตัวทั้งวิวสวยๆ กิจกรรมสนุกๆ บ้านเมืองปลอดภัย ผู้คนเป็นมิตร

จะมัวรออะไรละครับ … ไปจองตั๋ว เตรียมขอวีซ่ากันสิครับ ..

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาชมครับ

พบกันใหม่รีวิวหน้าครับ

Credit by the Sixth Floor – http://www.bloggang.com/

นิวซีแลนด์…ดินแดนแห่งเมฆสีขาวกับพื้นที่อันเขียวชอุ่ม กับ Famil Trip 2016 ตอนที่1

นิวซีแลนด์…ดินแดนแห่งเมฆสีขาวกับพื้นที่อันเขียวชอุ่ม กับ Famil Trip 2016
ตอนที่1
24 มี.ค. 59 เดินทางออกจากประเทศไทย เวลา 18.45 น.โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 491 บินตรงสู่ Auckland ประเทศนิวซีแลนด์ ใช้เวลาในการบินประมาณ 11 ชม. 50 น. เป็นครั้งแรกที่เราเดินทางไปต่างประเทศไกล และนานขนาดนี้ อยู่บนเครื่องเราได้นั่ง 35C ริมทางเดิน สบายหน่อยจะเข้าห้องน้ำห้องท่าสะดวกดี

ximage1

***************************************************************************
25 มี.ค. 59
11.40 ถึงแล้วจ้า Auckland ประเทศนิวซีแลนด์ Auckland เป็นเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือของนิวซีแลนด์ แต่ไม่ใช่เมืองหลวงนะ หลายๆคนชอบเค้าใจผิดว่า Auckland เป็นเมืองหลวง ความจริงแล้วเมืองหลวงของประเทศนิวซีแลนด์ก็คือ Willington นะจ๊ะ นิวซีแลนด์ ดินแดนสีเขียวชอุ่ม อากาศบริสุทธิ์ สูดอากาศได้อย่างเต็มปอด…

มาถึง แล้วเราก็ต้องผ่าน ตม. การตรวจว่ามีอะไรจะ declare มั้ย สิ่งที่ต้อง declare ก็นี่เลยค่ะ

ximage2

ต่อจากนี้เราจะเข้าไปใน ต ม กันค่ะ เค้าก็จะตรวจว่าเรามี Visa รึป่าว .. มีอะไรจะ declare มั้ย ที่ ตม.ก็ถามเรามาเลยว่า ยาที่จะ declare เนี่ยคือยาอะไร !! เราก็คิดคำว่ายาโรคประจำตัวไม่ถูกเหมือนกันแหะ ^^ ด้วยความที่ว่าเราไม่ค่อยเก่งอังกฤษซักเท่าไหร่ เลยตอบไปว่า อ่อ ไทรอยด์ริสซึม ยาแก้ปวดหัว เค้าก็โอเค ให้ผ่านมา (อย่างที่เรารู้กันค่ะ ตม.ทุกที่ เราไม่สามารถถ่ายรูปได้ค่ะ)
เสร็จก็มารับกระเป๋า .. ก็จะมีน้องหมา มาดมๆกระเป๋าทุกใบ ไม่ต้องตกใจไปนะคะ น้องหมาเค้ามาดมว่าเราเอาอาหารอะไรมารึป่าว เช่น ผัก ผลไม้ อาหารสดอะไรต่างๆ นาๆ

ximage3

เค้ามีการทดสอบน้องหมาด้วยนะว่าดมกลิ่นได้ดีจิงๆ เค้าเอากระเป๋า มาว่าไว้ข้างๆ คนในทริปที่เราไปด้วย แต่เค้ามาขออนุญาติก่อนนะ ว่าจะมีการทดสอบน้องหมาน่ะ น้องหมาก็มาดมๆ แล้วก็นั่งลง และหันไปบอกคนที่จูง เป็นตำรวจที่คอยตรวจกระเป๋านั้นแหละ แล้วเค้าก็ให้ขนมมันกิน ฮิฮิ น่ารักดีแหะ และแล้วก็มีน้องหมาตัวนึงดมกระเป๋าผู้ร่วมไฟท์ แล้วก็ฟ้อง บอก เรียก ตำรวจที่จอง และเค้าก็เรียกหัวหน้ามาเพื่อขอตรวจกระเป๋าตรงนั้นเลย พอเปิดแล้วน้องหมาก็เอาหน้าไปซุกในกระเป๋า ดม ดม แล้วก็ดม

ximage4 ximage5
ที่นี่ก็มีอีกด่านที่ต้องเจอคือตรวจสำหรับการ declare พวกนี้แหละ ก็จะมีคนนั่งแล้วเราก็เดินเข้าไป ยื่นใบ arrival card ให้เค้า เค้าก็ถามว่าในกระเป๋ามีอาหารมั้ย พืช ผัก ผลไม้ เราก็บอกว่าไม่ แล้วก็เราก็เอากระเป็นเข้าเครื่องตรวจสแกน จากนั้นเค้าก็เอาใบ arriver card ไป เราก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยดีคะ ไม่มีอะไร พอตรวจเสร็จแล้วก็เดินออกมา
พอออกเราก็ต้องเดินไปทาง Domestic เพื่อที่เราจะไปเช็คอิน ที่ Air New Zealand เพื่อเดินทางต่อไปยัง Christchurch เกาะใต้

พอออกมาจากประตูเราก็เจอเคาเตอร์รับรถเลยมีหลากหลายยี่ห้อเลยแหละ ทั้ง Hertz Europcar Avis ก็แล้วแต่ว่าลูกค้าจองกับที่ไหนมา ก็ไปรับรถเคาเตอร์นั้นแหละ ออกมาจะอยู่ข้างขวามือ เลย

ximage6

ด้านหน้าก็จะมี I SITE I SITE ก็คือศูนย์ให้ข้อมูลต่างๆเหมือนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยบ้านเรานั้นเอง

ximage7

ด้านซ้ายจะมีร้านขาย ซิม local ชื่อ Vodafone ก็จะมีแพคเกจสำหรับนักท่องเที่ยวอยู่ค่ะ คือ โปรฯ NZD39 (จากปกติ NZD49) เล่นเน็ตได้ 3GM 4G data โทรได้ 200 นาที ส่ง ข้อความได้ 200 ข้อความ ทั้งในนิวซีแลนด์และโทรกลับประเทศ เราว่าคุ้มกว่าที่เราจะเปิด Rooming มานะ เราก็ซื้อซิมใส่เรียบร้อย มาเช็คอินที่เครื่องเช็คอิน

ximage8

จากนั้นโหลดกระเป๋า (Air New Zealand เค้าให้น้ำหนักกระเป๋า 23 กิโล) เรานี่แค่ขาไปก็ปาเข้าไป 20 โลซะละ พอเอากระเป๋าโหลดเสร็จ เค้าก็มีทางเลือกให้ 2 ทางคือ เดินไปตึก Domestic หรือนั่งรถบัส ถ้าเดิน 10 นาที นั่งรถ 15 นาที เราก็เลือกเดินกัน เพราะความเมื่อยจากการนั่งเครื่อง ออกไปจากตึก Inter เพื่อเดินไปยังตึก Domestic ตามเส้นสีเขียวที่มีอยู่ เดิน เดิน เดิน แล้วก็เดิน จับเวลาแล้วก็ประมาณ 10 นาทีจริงๆตามที่เค้าบอก

ximage9 ximage10

พอเค้ามาถึงก็จะมีทางแยก GATE เราได้ GATE ที่ 30 ก็เดินไปเลี้ยวปุ๊บเจอปั๊บเลย

ximage11

ในตึกนี่ก็จะมีร้านขายขนมปัง ไอศกรีม ให้เราได้เลือกสรร ก็นั่งรอจนขึ้นเครื่อง

ximage12

บนเครื่องเป็นที่นั่งแบบ 3 3 เราได้นั่งแถวที่ 16E นั่งตรงกลาง ใช้เวลาในการบินประมาณ 30 นาที Air New Zealand เค้าก็มีเสริฟขนม น้ำ และลูกอม แล้ววิวที่มองลงมาจากเครื่องบินเป็นอะไรที่สวยมากกกก เมฆสีขาว กับพื้นดินสีเขียวชอุ่ม สวยจริง ผิดจากบ้านเราเลยบ้านเรามีแต่ ถนน รถ เต็มไปหมด

ximage13

ถึงแล้ว Christchurch พอลงเครื่องแล้วเราก็เดินไปรอกระเป๋า ก็จะมีผู้ที่มารับเราเพื่อเข้าโรงแรมมายืนถือป้ายรออยู่ อ้อๆที่นี้ก็มีเคาเตอร์รับรถและเคาเตอร์ขาย ซิม Vodafone เหมือนกัน สำหรับผู้ที่มารับรถที่นี่ก็ง่ายมากเลย พอลงบันไดเลื่อนมาก็เจอเค้าเตอร์รับรถเลย อยู่ตรงข้ามที่รับกระเป๋าเลย ส่วนร้าน Vodafone ก็เดินเลยมาหน่อยก็เจอเลย ง่ายแสนง่ายเลยจริงค่ะ เรารับกระเป๋าเสร็จแล้วเราก็ออกมาเพื่อขึ้นรถไปยังโรงแรม Rendezvous รถที่เราได้นั่งเป็นรถตู้ และมีที่พ่วงท้ายเพื่อใส่กระเป๋าพวกเราค่ะ

ximage14

ถึงโรงแรมเวลา 17.50 น. ก็เข้าห้องพัก เพื่อไปเก็บกระเป๋า

ximage15

แท๊นแทนนนน ภายในห้องพักค่ะ

ximage16

ximage18 ximage17

18.40 น.เราได้ไปกินข้าวกันที่ ร้าน King of Snake อาหารที่นี่อร่อยถูกปากคนไทยคะ

ximage19

อาหารที่ได้มาก็มี เป็น เมนูรองท้อง ก็จะมี ปลาหมึกทอดกรอบกินคู่กับซอสพริกบีบเลม่อนเค้าไปหน่อยนึง อร่อย ถึงใจจริงๆ เนื้อปลาปลึกนุ่มละมุนลิ้นซะจริง

ximage20

เมนูที่แนะนำเมนูนี้เหมือนเมี้ยงคำบ้านเราเลยค่ะ รสชาติแซบอร่อยถึงใจ สั่งมาหลากหลายมากเพื่อมาทานด้วยกัน

ximage21

ximage22

มีเหมือนขาหมูเยอรมันบ้านเราด้วยนะ เสริฟคู่กับน้ำจิ้มเผ็ด (เผ็ดในที่นี้ไม่เหมือนเผ็ดแบบน้ำจิ้มซีฟู๊ดบ้านเรานะ จะเผ็ดออกแนว กิมจิ อะไรประมาณนั้นอะคะ) ซอสเค็ม (เหมือนซีอิ๊วบ้านเรา) และซอสมายองเนส เป็นมายองเนสผสมกับข้าว รสชาติดีเหมาะกับคนที่ชอบอาหารสไตล์ฝรั่งค่ะ

ximage23

เมื่อมาเยื่อนนิวซีแลนด์ก็คงไปพลาด ไวน์ ใช่มั้ยละคะ มื้อนี้เราก็ได้สั่งไวน์ขาว สำหรับเราก็รสชาตินุ่ม แต่ก็แอบแรงนิดนึงค่ะ

ximage24

บอกได้คำเดียวเลยมื้อนี้กินอิ่มท้องจะแตกละคะ และอาหารที่สั่งมาอร่อยทุกเมนูจริงๆค่ะ Confirm!! จากนั้นก็กลับเข้าที่พักค่ะ เพื่อพักผ่อนเอาแรงเดินทางต่อไปค่ะ บ๊ายบ่ายยย

ximage26 ximage25

ximage27

***************************************************************************

วันที่ 26 มี.ค. 59
วันนี้เป็นอีก 1 วันที่เราอยู่ Christchurch วันนี้ 9.15 โดยประมาณเราได้เดินไปขึ้นรถ Tram รถรางประจำเมือง Christchurch เป็นรถสี แดง ครีม (บางคนอาจจะมองว่าเป็นเหลืองอ่อนก็ได้นะ) เรานั่งรถ Tram ไปลงตรง Alternative Rasdio

ximage28

ximage29

จากนั้นเราก็รอรถ City Sightseeing เป็นรถ 2 ชั้น เหมือนพวกรถ Hop on Hop off อารมณ์ประมาณนั้น ขึ้นไปนั่งชั่น 2 ด้านบน โอ๊โห ตอนแรกก็ว่าหนาวอยู่แล้วนะ พอรถออกเท่านั้นแหละ มือไม้เย็น จมูกเย็นเจี๊ยบ ลมตีหน้าสุด

ximage30

เค้าก็พาวนรอบๆเมือง ก็ผ่านสถานที่ที่เกิด Earthquake ตึกที่โดนก็เห็นแล้วก็รู้สึกว่า ในอดีตตึกพวกนี้น่าจะสวยน่าดูเลย

ximage31

ximage32

ximage33

ผ่านแม่น้ำ Avon ดูแล้วก็เหมือนคลองบ้านเราค่ะ เพราะเป็นแม่น้ำลำธารเล็กๆไม่ได้ใหญ่โตเหมือนแม่น้ำเจ้าพระยา บ้านเรานะ แต่!! แม่น้ำที่นี้ ขอบอกเลยว่า ใส่สะอาด เป็นแม่น้ำตื่นๆ ถ้ายื่นก็ประมาณหัวเขาเราเอง แม่น้ำนี้เป็นแม่น้ำที่ผุดขึ้นเองตามธรรมชาติจากใต้ดินอีกด้วยนะ

ximage34

บนรถเค้าก็มีคนบรรยายเกี่ยวกับเมืองประมาณว่าสถานที่ตรงนี้ความสำคัญยังไง เมืองนี้ เหลือตึงสูงอยู่แค่ 5 ตึกเท่านั้นเองที่รอดพ้นจากแผ่นดินไหว เมื่อเดือน กุมภา 2011 นอกนั้นพังหมด
และจะมีสถานที่ สถานที่นึง ที่ เป็นการเอาเก้าอี้ที่ไม่ซ้ำกันเลย 185 ตัวมาตั้งเรียงกันเพื่อไว้อาลัย ให้กับผู้เสียชีวิต 185 ซึ่ง เกินครึ่งที่เป็นผู้เสียชีวิตจากอาคารโทรทัศน์ Canterbury ตึกมี 6 ชั้น อาคารโทรทัศน์แห่งนี้ไม่ไดผ่านมาตรฐานทางด้านวิศวกร และเป็นตึกที่ ลอกเลียนแบบเค้ามาอีกทีนึกอีกต่างหาก และผู้สร้างได้มีการเสียค่าเสียหาย แค่ 500 NZD เท่านั้น จากนั้นก็หนีไปอยู่ที่ ออสเตรเลีย พร้อมกับการเปลี่ยนชื่อถึง 2 ครั้ง ตอนตึกนี้ถล่ม คือ พอเกิดแผ่นดินไหวแล้วตึกนี้ก็พังลงมาทันที่โดยคนที่อยู่ชั้น 6 รอดปาฏิหาริย์ เพราะพอตึกถล่มลงมา ชั้น 6 ลงสู่พื้นดินคนเดินออกมาได้อย่างง่ายดาย ส่วนชั้นอื่นๆ โดนทับและมีคนที่ยังมีลมหายใจ พยายามโทรหาญาติเพื่อขอความช่วยเหลือ และผู้ที่ช่วยเหลือก็พยายามช่วยเหลืออยู่แต่เพราะตึกโดนทับถมและมีผู้รอดชีวิต เลยต้องค่อยๆค้นหาไปเรื่อย แต่ก็เกิดเหตุหน้าเศร้าขึ้น ตึกนั้นกลับโดนไฟไหม้ จนหมด ฟังแล้วเศร้าจริงๆ

ximage35

เสร็จจาก City Sightseeing ก็เดินไปที่ Punting หรือการถ่อเรือนั้นเอง วันนี้เราไปถึงก่อนเวลาทางทีมก็เลยพากันไปนั่งกิน กาแฟ ช็อคโกแลตร้อนกันร้านก็จะอยู่ข้างๆกันเลนค่ะเป็นร้านกาแฟ ขายพวกขนมปังอะไรต่างๆ

ximage36

ximage37

ximage38

พอถึงเวลาเราก็ไป Punting กันที่แม่น้ำ Avon ค่ะ อย่างที่บอกเป็นแม่น้ำตื่นๆ ใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ 30 นาที เหมาะกับผู้ที่ต้องการมาพักผ่อน ดูวิวสองข้างทาง ระหว่างล่องเรือ ก็จะมีเป็ดน้อยว่ายน้ำเล่นกันอยู่ด้วยค่ะ ที่นี่ไม่ใช่มีเพียงแต่ Punting อย่างเดียวมี คายักษ์อีกด้วย หรือถ้าใครอยากที่จะพายเองก็สามารถเหมือนกันค่ะ

ximage39

ximage40

เสร็จจาก Punting ก็ไปกินข้าวกันที่ร้าน Curator’s House Restaurant บ้านกึ่งร้านอาหารค่ะ สามารถนั่งได้ทั้งด้านในและด้านนอกค่ะ มีห้องส่วนตัวสำหรับผู้ที่มาเป็นคณะด้วยนะคะ อาหารที่นี้จะเป็นอาหารสไตล์ Spanish ค่ะ เสริฟใหญ่มาก ด้วยความที่เรากิน Hot Chocolate แล้วเมื่อ 30 นาทีที่แล้ว เราก็เลยยังรู้สึกว่ามันแน่ๆ จานแรกก็มาเป็นซุปครีมผักกันเลยที่เดียว รถชาติอร่อยค่ะ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบอาหารสไตล์นี้ค่ะ

ximage41

จานที่สองเราสั่งเมนูปลาไปคะเพราะว่าจากที่ดูในเมนู เมนูนี่เบาที่สุดแล้วเราก็เลยสั่ง แต่ปรากฏ ว่าไม่ได้มีมาแค่ปลาแต่มี หอยแมลงภู่ มาพร้อมกับมันฝรั่งอบ แม่เจ้า ตอนนั้นรู้สึกแน่นมากทุกคนนั้นทริปแบบว่าโอ๊โห แน่สุดๆอะ ยัดอะไรไปแทบจะไม่ลงอยู่แล้ว อิ่มหนักมาก

ximage42

แต่ด้วยความที่สั่งของหวานไปแล้วเราเลยต้องกินของหวานกันต่อค่ะ เราสั่งเป็น ไอศกรีมช็อคโกแล็ต อร่อยมากกกก แต่ก็อิ่มมากเช่นกัน

ximage43

พอกินเสร็จเราก็เดินไปยัง Quake City เข้าไปดูความเป็นมาเป็นไปของเมือง CHC (เราขอย่อเป็น CHC ละกันนะคะ CHC ย่อมาจาก Christchurch ค่ะ) การเกิดแผ่นดินไหว วิธีการป้องกัน วิธีการช่วยเหลือ การช่วยเหลือของผู้คน มีเกมให้เราเล่นด้วยนะเพื่อที่จะให้เราไม่เบื่อ

ximage44

ximage45

ตัวอย่างเกมที่เราไปเล่นคือเค้าให้เรากระโดดเพื่อวัดแรงสั่นสะเทือนนั้นเองง=

ximage46

ตรงข้ามกันจะเป็น Re Start แหล่งช้อปปิ้ง ที่เอาตู้คอนเทรนเนอร์มาใช้ ตู้คอนเทรนเนอร์พวกนี้ แต่เดิมที่เกิดแผ่นดินไหว เค้าใช้ไว้สำหรับผู้ที่ประสบภัย แต่สุดท้ายก็กลายเป็นที่ที่ตั้งอยู่ถาวร และใช้เป็นแหล่งช้อปปิ้ง มาจนถึงปัจจุบัน ที่นี้ก็มีขายของฝาก เสื้อผ้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ เป็นต้น

ximage47

จากนั้นก็นั่งรถไป The Tannery เป็นแหล่งช้อปปิ้งย่อมๆไม่ได้ใหญ่โตอะไรค่ะ ภายในมีร้านขนมปัง กาแฟ ร้านเสื้อผ้าที่ทำจากหนังสัตว์ต่างๆ ร้านไวน์ เป็นต้น ที่แห่งนี้แต่เดิมเคยเป็นโรงงานผลิตหนังมาก่อน และปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนมาเป็นแหล่งช้อปปิ้งนั้นเอง แหล่งช้อปปิ้งที่นี่อยู่ใกล้ทางขึ้นกระเช้ากอนโดล่าเลยค่ะ หาง่าย

ximage48 ximage49

ximage50

จากนั้นเราได้มุ่งหน้าไปขึ้นกระเช้า Gondola กันค่ะ ขึ้นไปสัมผัสกับความสวยงาม พร้อมบรรยากาศสุดแสนจะบริสุทธิ์ ประทับใจสุดๆค่ะ ด้วยความที่ว่าเราเป็นคนชอบวิว แบบนี้อยู่แล้วด้วย ภายในมีขายของที่ละลึก และมีให้ยอดเหรียญที่ปั๊มเป็นรูปกระเช้า Gondola ด้วยนะ คิดว่าเราจะพลาดมั้ย 55555 ไม่รอดจ้า ยอดไป 2NZD ได้มา 1 เหรียญ พอใจละ 5555

ximage51

ximage52

ximage53

จากนั้นเข้าสู่ที่พัก ค่ะ รอเวลา 18.45 น. เพื่อไปกินข้าวบนรถ Tram ใช้เวลาในการขึ้นรถ พร้อมกินข้าวเย็น ประมาณ 3 ชม.ค่ะ รถก็จะวนไปวนกลับ อ้อมไปอ้อมกลับรอบเมืองเพื่อให้เราชมบรรยากาศของเมืองค่ะ อาหารที่นี่อร่อย เสริฟกำลังพอดีค่ะ

ximage54

เราสั่งเป็น Starter เราสั่งเป็นเมนูปลาเสริฟพร้อมกับป็อปคอน และน้ำซอส รสเปรี้ยวหวาน และซอสที่มีรสชาติเหมือนชีสค่ะ

ximage55

จานต่อไปเราสั่งเป็นไก่ค่ะ เสริฟมาพร้อมกับ แครอด และเม็ดบัวค่ะ เนื้อไก่ชุ่มฉ่ำ ไม่แห่งเลย อร่อยค่ะพูดได้คำเดียว

ximage56

ของหวานเราสั่งเป็นแครกเกอร์กับชีสคะ เพราะเค้าเขียนประมาณว่าเป็น local ชีส เราเลยสั่ง

ximage57

แต่พี่อีกคนสั่งเป็น warm chocolate cake อร่อยมากค่ะ เนื้อเค้กนุ่ม หวานกำลังพอดี

ximage58

แต่ ที่นี่รออาหารค่อนข้างนานนะคะ เพราะมีแม่ครัวคนเดียวค่ะ ทำสดๆตรงนั้นเลย เหมาะสมหรับคู่รัก ที่ต้องการบรรยากาศแบบโรแมนติก นั่งคุยกันอะไรประมาณนั้นค่ะ จบไปแล้วสำหรับวันที่ 3 ของการเดินทาง บ๊ายบ่ายยย
***************************************************************************

จุดประกายสิ่งใหม่ เพื่อนักท่องเที่ยวหัวใจ Young at Heart กับงานประชุม TRENZ 2016 ตอนที่ 1

TRENZ 2016
ระยะเวลาเดินทาง 9-20 พฤษภาคม 2559 // ระยะเวลาประชุม 11-13 พฤษภาคม 2559
ระยะเวลา POST TRIP SOUTH ISLAND 14-19 พฤษภาคม 2559

09 พ.ค. 59
ข้าพเจ้าเดินทางด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 491 เดินทางเวลา 18.45 น. ของวันที่ 9 พฤษภาคม 2559 ทำการแลกเงินที่สนามบิน แล้วไปนั่งชิลที่ King Power Lounge คาดหวังว่าจะมีของทานเยอะ ๆ ก็ปรากฏว่ามีไม่มากเหมือนเคย แต่ดีที่ยังไปทันรอบเสิร์ฟก๋วยจั๋บ ซึ่งก็นับว่ารสชาตดีใช้ได้
เมื่อถึงเวลาขึ้นเครื่อง การบินไทยยังคงให้บริการดีมาก ๆ เช่นเคย บินตรง 11 ชั่วโมง มีเสิร์ฟอาหารร้อน 2 รอบ อาหารรสชาตถูกปาก และการบริการน้ำดื่ม ขนมนิดหน่อยก็ยังมีตลอดการเดินทาง ที่ทราบเพราะตื่นอยู่เกือบตลอดเวลา ดูหนังไปหลายเรื่องทีเดียว

10 พ.ค. 59
ในที่สุดก็เดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติโอ๊คแลนด์ เกาะเหนือประเทศนิวซีแลนด์ เวลาท้องถิ่น 10.45 น. ข้าพเจ้าพยายามมองหา Arrival Card เพื่อนำกลับมาที่บริษัท แต่หาไม่พบ เมื่อถามเจ้าหน้าที่ทราบว่า ให้รับจากพนักงานบนเครื่องบิน และเจ้าหน้าที่จะให้เราเท่าที่จำเป็นเท่านั้น อดเจ้าค่ะ! สนามบินเมืองนี้มีขนาดไม่ใหญ่โตอะไรมากนัก เดินไปเดินมาจนสุดทางก็ยังไม่เมื่อยซักนิด ข้าพเจ้านั่งรอเจ้าหน้าที่มารับ ที่จุดขายอาหารบนชั้น 2 ต้มโจ๊กกึ่งสำเร็จรูปที่พกมาจากเมืองไทยทานไปก่อน เพราะท้องไส้ยังปรับตัวกับอาหารสไตล์ตะวันตกไม่ได้ ทานจนหมด ก็ถึงเวลานัดหมาย 13.00 น. ออกไปพบเจ้าหน้าที่ ขึ้นรถโค้ชมุ่งหน้าสู่เมืองโรโตรัว อันเป็นสถานที่จัดการประชุม TRENZ 2016 ในครั้งนี้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง เนื่องจากพักเข้าห้องน้ำ และพักเบรคของคนขับรถตามกฏหมายของนิวซีแลนด์เค้า เราก็พักกันที่เมืองมาทามาท่า ข้าพเจ้ารีบวิ่งเร็วจี๋ อยากเข้าไปดู I-site ของเมืองนี้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร ข้อมูลมีมากแค่ไหน แผนที่ต่าง ๆ มีให้ลุกค้าข้าพเจ้าอย่างละเอียดลออหรือไม่ จนสุดท้ายก็ได้คำตอบ พร้อมแม่เหล็กติดตู้เย็นติดมือกลับมา 1 อัน สบายใจเฉิบ!

1-24-May-16 11-47-27 AM

ได้พักประมาณ 15-20 นาทีได้ เราทุกคนก็ออกเดินทางต่อไป ข้าพเจ้าไม่อยากหลับเลย แต่ด้วยสองข้างทางที่วิวไม่แตกต่าง มีวัวเยอะแยะ แกะเยอะแยะ ทำให้ข้าพเจ้าเคลิ้มหลับบ้างบางที จนในที่สุดก็เดินทางมาถึงเมืองแห่งความร้อนใต้ภิภพ หรือชื่อเรียกเก๋ ๆ ว่า “โรโตรัว”

มาถึงที่นี่ สิ่งแรกที่เราทำคือ มุ่งหน้าเข้าไปเซ็นต์ชื่อรายงานตัวเป็นผู้เข้าร่วมประชุมทันที จากนั้นฝากกระเป๋าไว้ก่อน ก็มีเวลานั่งพักเหนื่อยเล็กน้อย ก่อนถึงเวลาเปิดงาน Welcome Function ในเวลา 17.30-19.00 น. อาหารที่เสิร์ฟเป็นอาหารแบบ Finger Food ขนาดเล็ก ๆ ไม่อิ่มอร่อยเอาซะเลย ข้าพเจ้าลองทานเข้าไป 2-3 อย่างก็ถอดใจ คิดว่ามื้อนี้ต้องออกไปหาอะไรทานเองข้างนอกดีกว่า

2-24-May-16 11-55-31 AM

เสร็จจากงานเลี้ยงต้อนรับ ข้าพเจ้านั่งรถโค้ชจาก Energy Events Centre ซึ่งเป็นสถานที่จัดประชุม ไปยังโรงแรม Sudima Hotel อันที่จริงระยะทางจากสถานที่จัดประชุมจนถึงโรงแรมก็สามารถเดินได้ ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที แต่ข้าพเจ้าเพิ่งมาถึงไม่รู้ทาง และยังมีกระเป๋าใบบิ๊กอยู่กับตัว นั่งรถไปเห็นจะดีกว่า

เมื่อมาถึงที่โรงแรม เช้คอินเรียบร้อย ก็ได้เจ้าหน้าที่หล่อเข้มลากกระเป๋าพาไปส่งที่ห้อง 320 ข้าพเจ้าไม่มีเงินสดย่อยติดตัว เลยไม่ได้ให้ทิปหนุ่มหล่อนั่น ก็แอบเสียใจนิด ๆ แต่พอหันมาเจอสภาพห้องที่สะอาดสะอ้านสวยงาม ข้าพเจ้าก็ลืมความเสียใจไปสิ้น ที่แทนที่เข้ามาคือความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ข้าพเจ้าไม่อยากอาบน้ำเลย อยากกินยาแล้วหลับไปยาว ๆ จนถึงเช้า แต่ก็ต้องอดทนถ่ายรูปห้องซักหน่อย จากนั้น ออกไปหาอะไรทานข้างนอก แล้วค่อยกลับมานอน

3-6565

ข้าพเจ้านัดหมายกับเพื่อนคนไทยที่ไปประชุมด้วยกัน ไปทานกันที่ร้าน Chopsticks Restaurant มันเป็นร้านอาหารจีนที่ใกล้ ๆ กับที่พัก พอเดินไปถึงได้ ข้าพเจ้าทานซุปไข่ ผัดผักคะน้าเล็ก ๆ กับข้าวสวย อิ่มแล้วจึงได้ทราบจากเพื่อนว่าร้านนี้ได้คะแนนใน Trip Adviser ต่ำมาก ๆ แต่ด้วยความหิวของข้าพเจ้า ร้านนี้เอาไปเลย 5 ดาว 555+ ทานหมด กลับไปนอน พรุ่งนี้เริ่มประชุมแต่เช้า ข้าพเจ้าต้องไม่มีอาการ Jet lac ข้าพเจ้าต้องนอนให้มาก…

11 พ.ค. 59
ข้าพเจ้าตื่นเช้ามาก ประมาณซัก 06.00 น. เห็นจะได้ รีบอาบน้ำแต่งตัว เพราะอากาศหนาว จึงทำให้มีเลือดกรังอยู่ที่จมูก ต้องเปิดน้ำร้อนให้ไอน้ำมีเยอะ ๆ ในห้องน้ำ แล้วขังตัวเองไว้ในนั้นหายใจเอาไอน้ำเข้าไป 10 นาทีก็สามารถเคลียร์จมูกได้อย่างง่ายดาย ข้าพเจ้าแต่งตัวดีและอบอุ่นกว่าที่อยู่เมืองไทยมาก เพราะเป็นงานประชุมสำคัญและข้าพเจ้ามาในฐานะตัวแทนบริษัทออลเวย์ เวเคชั่น ที่ใคร ๆ ก็รู้จักในฐานะผู้ที่ให้คำแนะนำลูกค้า FIT เพื่อเดินทางท่องเที่ยวในนิวซีแลนด์มายาวนาน

4-24-May-16 2-12-41 PM

เราเริ่มการประชุมกันอย่างดุเดือด ตั้งแต่เวลา 09.00 น.- 18.00 น. ผ่านหลากหลายบริษัท หลากหลาย Land Operation หลากหลายกิจกรรม ต่างความน่าสนใจ ข้าพเจ้าจดบันทึกในบางส่วนที่มีอัพเดทเพิ่มเติม และในบางส่วนที่ใหม่สำหรับเราเอาไว้ หลาย ๆ Appointment ที่คุณทรายได้เลือกให้ หรือแม้กระทั่งข้าพเจ้าเลือกเอง เป็นการไปพบปะเพื่อกระชับความสัมพันธ์ และอัพเดทความคืบหน้าในเชิงธุรกิจกันเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งใหม่ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงผ่อนคลายและมีความสุข กระตือรือร้นไม่เหนื่อยเลย

ระหว่างการประชุมพูดคุย จะมีช่วงเวลาสั้น ๆ 5 นาทีได้ เพื่อให้เราดื่มกาแฟ เข้าห้องน้ำ หรือแม้กระทั่งหยิบขนมจาก TRENZ Snack Shack Bar มาทานได้อย่างไม่จำกัด ข้าพเจ้าไม่ชอบกินขนม แต่ข้าพเจ้าชอบผลไม้มาก แอปเปิ้ลเอย กีวี่เอย ข้าพเจ้าทานได้เยอะ แต่ผลไม้พวกนี้ไม่อิ่มท้อง ข้าพเจ้าต้องต้มมาม่าทานเหมือนเคย

ในช่วงพักกลางวัน เราทานอาหารร่วมกัน ในส่วนที่เป็นโรงยิมถูกดัดแปลงอย่างง่าย ๆ ให้กลายเป็นพื้นที่โล่ง ตั้งโต๊ะนั่งรับประทานอาหารได้เป็นร้อยโต๊ะเลย อาหารก้หลากหลายขึ้น มีข้าวสวย ผัดผักที่ข้าพเจ้ามองแล้วทานได้ แต่ก็นั่นแหละ อย่าไว้ใจพ่อครัวต่างชาติ เพราะเค้าจะหุงข้าวสวยดิบ แล้วเราก็จะทานกันไม่ได้อีก 555+

การประชุมอย่างยาวนานจบลงสำหรับวันนี้ ข้าพเจ้าและเพื่อนคนไทย นัดกันว่าจะไปลองแช่น้ำแร่ที่ Polynesian Spa กันดู มันตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับโรงแรม Sudima ที่ข้าพเจ้าพักอยู่สามารถเดินไปได้เลยไม่เกิน 3 นาที หลังจากการประชุม เราจึงเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่อบอุ่นใส่สบาย และชุดสำหรับเปลี่ยนหลังจากแช่น้ำเสร็จใส่กระเป๋าไว้ จากนั้น เดินไปหาข้าวเย็นทางกันที่ในตัวเมืองห่างออกไปพอเดินไหว เราทานกันที่ร้าน The Pig & Whistle สเต็กจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดที่เตรียมมา กับเบียร์รสนุ่ม 2-3 แก้วคืนนี้ อาจทำให้ข้าพเจ้าหลับสบาย

หลังทานอาหารเสร็จแล้ว ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 21.00 น. เรามุ่งหน้าไปยัง Polynesian Spa โชว์บัตรเป้นผู้เข้าร่วมงาน TRENZ ก็ได้รับสิทธิ์ให้ทดลองแช่น้ำฟรี แต่ต้องเสียค่าเช่าชุดว่ายน้ำเอง NZD5 ข้าพเจ้าจัดการเปลี่ยนชุดเรียบร้อย เลือกแช่น้ำในฝั่ง Private Pool Deluxe ด้านในจะมีบ่อน้ำแร่หลายบ่อ อุณหภูมิแต่ละบ่อจะแตกต่างกันไป เช่น 36 องศาเซลเซียส 38 องศาเซลเซียส ไปจนถึง 42 องศาเซลเซียส ข้าพเจ้าเลือกทดลองลงในบ่อที่อุณหภูมิ 38 องศาเซลเซียส ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ว่าดีต่อผิวพรรณและสุขภาพ แต่เพียง 15 นาทีเท่านั้น ความอดทนของข้าพเจ้าก็หมดลง ข้าพเจ้าตาลาย หายใจเหนื่อย หิวน้ำมาก ๆ จนตัดสินใจขึ้นดีกว่า 555+ อาบน้ำสระผมเรียบร้อย พวกเราก็กลับที่พักกัน ** ที่นี่ จะเตือนนักท่องเที่ยวที่สวมเครื่องเงินเสมอว่า ให้ถอดออกก่อนลงแช่น้ำ เพราะกัมมะถันในน้ำจะทำให้เครื่องประดับของเราเปลี่ยนเป็นสีดำ ข้าพเจ้าไม่ได้ฟัง แหวน และต่างหูข้าพเจ้าจึงดำเมี่ยม แต่ไม่เป็นไรนะ มันสามารถเอาชุบน้ำยาและกลับมาขาวใสดังเดิมได้ค่ะ

5-24-May-16 2-39-25 PM

12 พ.ค. 59
เช้าวันนี้ข้าพเจ้าตื่นเต้มมากเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะจะได้คุยงานหรอกนะ แต่เป็นเพราะเราจะคุยงานกันแค่ช่วงเช้าเท่านั้น เพราะในตอนบ่าย ทุกคนที่ร่วมงานจะมีกิจกรรมพิเศษที่เรียกรวม ๆ ว่า “Destination Rotorua Activity Afternoon for all delegates” ทุกคนที่ตอบรับงานประชุม จะมีโอกาสได้เลือกว่าสนใจกิจกรรมใดบ้าง และลงทะเบียนให้เรียบร้อยก่อนเดินทางไปประชุมกันเลยทีเดียว แต่ข้าพเจ้าไม่ได้เลือกไปเพราะพลาดอีเมลล์นั้นหรืออย่างไรไม่ทราบได้ จึงต้องไปลุ้นเอาที่หน้างานว่ากิจกรรมที่อยากเข้าร่วมนั้น ยังมีที่นั่งเหลือพอหรือไม่ และขอบคุณพระเจ้า “Hobbiton Tour” ยังคงพอมีที่เหลือให้ข้าพเจ้าได้ไป

เราประชุมงานกันหนักเช่นเคยในช่วงเช้า มีพักจิบกาแฟบ้างในช่วงสั้น ๆ และเมื่อเวลา 13.30 น. เราทุกคนมุ่งหน้าไปรับ Packed Lunch คนละกล่องแล้วขึ้นรถตามหมายเลขทัวร์ที่แต่ละคนได้เลือกไว้ ข้าพเจ้าได้เบอร์ 2 ขึ้นรถแล้วก็รีบทานอาหารให้เสร็จ เพราะเราต้องเดินทางไกลจากเมืองโรโตรัวไปยังมาทามาท่า ห่างออกไปถึง 2 ชม.

เมื่อมาถึง เจ้าหน้าที่พาเราท่องไปยังดินแดนฮอบบิท และ Shire’s Rest เนื้อที่สีเขียวกว้างใหญ่ไพศาล และพาไปดู Movie’s Set ที่ใช้ถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง THE HOBBIT สถานที่สวยงามตามท้องเรื่อง ท้องฟ้าเปิดมีฝนโปรยเล็กน้อยตลอดการเดินทาง แต่โดยรวมก็ยอดเยี่ยมมาก

6-24-May-16 3-36-29 PM

เมื่อจบทัวร์ รถโค้ชพามาส่งที่ I-site โรโตรัวเพื่อที่เราจะสามารถเดินหาร้านอาหาร ทานข้าวเย็นกันได้ ข้าพเจ้าโทรนัดเพื่อนคนไทยด้วยกัน และทานข้าวเย็นกันที่ร้านอาหารไทยชื่อ Wild Rice Thai Cuisine ร้านอาหารนี้อยู่ในบริเวณ Food Street เราพากันเดินผ่าน Rotorua Night Market ด้วย ที่นี่ขายผักผลไม้ราคาไม่แพง และมีอาหารนานาชาติหลากหลายมาตังบูทขาย ผู้คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวมาเดินกันอย่างคึกคัก ดูดีดีแล้วก็คล้าย ๆ ตลาดสดเมืองไทย เพียงแต่ที่นี่ผัก ผลไม้เค้าดูสด ใหม่ และสะอาดกว่ามาก ข้าพเจ้าเห็นบางคนซื้อแล้วก็หยิบมันขึ้นมากัดกินกันเลย ไม่เห็นว่าเค้าจะต้องเอามันไปล้างก่อนแต่อย่างใด…

13 พ.ค. 59
วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของการประชุมแล้ว ตารางนัดหมายของข้าพเจ้ายังคงแน่นเอี้ยดเหมือนเคย วันนี้เราผ่อนคลายกันมากขึ้น เพราะจุดสนใจของเราอยู่ที่งานเลี้ยงเย็นนี้ที่ Skyline Rotorua

ระหว่างประชุม ข้าพเจ้าก็ขอถ่ายภาพกับคนนั้น คนนี้ที่รู้จักเอาไว้เป็นที่ระลึก สีหน้าผู้คนดูเหน็ดเหนื่อย แต่รอยยิ้มของแต่ละคน ก็ไม่ได้จางหายไปเลย ทุกคนดูกระตือรือร้นอย่างมากกับการที่จะได้ร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์กันคืนนี้

7-24-May-16 4-08-28 PM

และแล้วเวลาสำหรับการคุยงานก็จบลง เราทุกคนกลับไปเตรียมตัว อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันที่โรงแรม ก่อนที่รถจะเดินทางมารับไปยัง Skyline Rotorua ตอน 19.00 น. ใช้เวลาเดินทางไม่นานก็มาถึง เราขึ้นกระเช้าลอยฟ้า หรือที่เรียกกันแบบเก๋ ๆ ว่า Gondola ขึ้นสู่ยอดเขาโงโงทาฮ่า ข้าพเจ้าเลือกทดลองเล่นลูจ ก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนทานอาหารเลยทีเดียว แต่ด้วยความมืด ทำให้กิจกรรมนี้ดูแสนน่ากลัวสำหรับคนตาไม่ดีอย่างข้าพเจ้า เสร็จจากกิจกรรมเรียกน้ำย่อย เราก็ไปตักอาหารกันที่ไลน์อาหารแบบบุฟเฟ่ต์ อาหารขึ้นชื่อของนิวซีแลนด์ถูกนำขึ้นเสิร์ฟ ไม่ว่าจะเป็นกุ้งล็อปสเตอร์ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ หอยนางรม เนื้อวัว เนื้อแกะ ที่ย่างเป็นสเต็กฉ่ำ ๆ น่าทาน และอีกหลากหลายเมนู ข้าพเจ้าบอกเลยว่า มื้อนี้เป็นมื้อที่มีความสุขมากที่สุดเลย

8-24-May-16 4-19-30 PM

เราจบเวลาแห่งความสุข สนุกสนาน เอาไว้ที่เวลา 21.00 น. เราเดินทางลงมาด้านล่าง นั่งรถโค้ชกลับโรงแรมที่พัก เพื่อจัดกระเป๋าเดินทาง บางคนเดินทางกลับประเทศตัวเองในวันพรุ่งนี้เลย บางคนก็ออกเดินทางเพื่อร่วม Post Famil กันต่อ ข้าพเจ้าเป็นหนึ่งในนั้น ที่ต้องออกเดินทางไปร่วมโปรแกรม Post Famil Trip เส้นทาง Christchurch – Lake Tekapo – Dunedin – Te Anau – Milford sound – Queenstown ยาวนานถึง 6 คืน ความสนุกกำลังจะเริ่มต้นในวันพรุ่งนี้แล้ว

****************************

คอลัมน์ ไปมาแล้ว ในกรุงเทพธุรกิจ

เยือนเนเปียร์ เกาะเหนือของนิวซีแลนด์…
เมืองแห่งสุนทรียภาพอันคลาสสิคของนักกินดื่มตัวจริง

downloadPDF 

นิวซีแลนด์ได้รับการขนานนามว่าเป็นประเทศที่ 100 % Pure หรือมีจุดเด่นในเรื่องของธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์กับน้ำใจของชาวกีวี ที่มีมิตรไมตรีและจริงใจ ทั้งยังมีอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์ อย่างเนื้อวัว และเนื้อแกะคุณภาพดีจากนิวซีแลนด์ อาหารทะเลสด ๆ ชื่อก้องโลกอย่าง หอยแมงภู่ หอยนางรมจากนิวซีแลนด์ ทั้งผลิตภัณฑ์นมเนยของนิวซีแลนด์ ก็ยังทำรายได้อันดับ 1 เข้าประเทศอีกด้วย
wine with tourism hawke's bay

ทริปนี้ ออลเวย์ เวเคชั่น ( Always Vacation) ในฐานะบริษัททัวร์ที่มีชื่อเสียงในด้านการจัดทริปเดินทางสู่ประเทศนิวซีแลนด์ ได้รับเชิญ จาก Hawke’s Bay Tourism ให้ได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษและทำความรู้จักกับเขต ฮอกว์เบย์ และเมืองเนเปียร์ อย่างเจาะลึกมากขึ้น

เขต Hawke’s Bay มีชื่อเสียงมากในเรื่องของการผลิตไวน์ เนื่องด้วยเขตนี้มีกลางวันที่ร้อน และกลางคืนที่อากาศเย็น จึงเหมาะสมมาก ๆ สำหรับการทำไร่องุ่น การเดินทางครั้งนี้ เราเริ่มต้นเช้าวันใหม่ ด้วยการขึ้นสู่ยอดเขา Te Mata Peak เพื่อชมวิวเมืองเนเปียร์ และอ่าว Hawke’s Bay แบบไกลสุดลูกหูลูกตา จากนั้นเดินทางสู่ Civic Square เพื่อชมรูปแกะสลักของชาวเมารีในชนเผ่าต่างๆ ทั้ง 18 เผ่า อันมีเรื่องราวน่าสนใจเล่าผ่านงานไม้แกะสลักเหล่านั้น และแวะชื่นชมกับหอศิลป์ประจำเมืองที่ Hasting City Art Galleryในบริเวณเดียวกัน

Te Mata Peak

Civic Square
Civic Square1

Farm at cape kidnapper
cow at farm
farm in capekidnapper

จากนั้นได้เพิ่มความเบิกบานใจกับอาหารกลางวันมื้อพิเศษสำหรับนักกินนักดื่มตัวจริง ที่ The Farm at Cape Kidnappers โดยที่ Cape Kidnappers นับเป็นหนึ่งในที่พักประเภท Lodge แบบหรูหราที่สุดในนิวซีแลนด์ ที่มีอาหารชั้นดี สปาชั้นเลิศ ทั้งยังเป็นศูนย์อนุรักษ์นกกีวี และที่มีดีกว่านั้นคือ ที่นี่เป็นสนามกอล์ฟอันดับที่ 27 ของโลก ที่เซียนกอล์ฟต่างถวิลหา

cape kidnapper
BEEF Dish at the FARM RESTAURANT

Gannet nest CU

ช่วงบ่าย เป็นช่วงเวลาอันแสนพิเศษ กับทัวร์ Gannet Safaris Overland เพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่หาได้ยากยิ่ง เพราะได้ลัดเลาะริมมหาสมุทร สูดอากาศบริสุทธิ์ และสุขใจกับวิวสวยงามอลังการ เพื่อเยี่ยมเยือนอาณาจักรนกทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ. Cape Kidnappers โดยเราจะได้ซอกซอนเดินไปเห็นถึงรังและสัมผัสการอยู่อาศํยของเหล่านกมหัศจรรย์อย่างใกล้ชิด

Gannet Nest
Gannet

และก่อนหมดวัน ได้อิ่มอกอิ่มใจกับไวน์รสชาติละมุน เติมเต็มให้กับอาหารประเภท Fine Dining ที่ Craggy Range Winery ณ. ห้องอาหารThe Terróir ซึ่งเป็น 1 ใน 20 ร้านอาหารในไร่ไวน์ที่ดีที่สุดจากทั่วโลก ทุกเมนูอาหารและไวน์ได้รับการคัดสรรมาอย่างดี และยืนยันว่าอาหารที่นี่อร่อยเลิศ เหลือเชื่อจริง ๆ (สำหรับคู่รัก หากสนใจสามารถเข้าพักที่นี่ได้ เพราะมีบ้านให้บริการเพียง 2 หลังเท่านั้น)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ออลเวย์ เวเคชั่น โทร 02 192 5281-5 และ 094 493 1316, 092 659 5005 หรือ Info@alwayvacationtour.com

ขับรถบ้านเที่ยวนิวซีแลนด์​ ง่ายนิดเดียว

วันนี้เราพาเพื่อน ๆ มาเที่ยวที่ Auckland ประเทศนิวซีแลนด์  กันนะคะ พอตอนเราลงเครื่องบุ๊ป ก็จะเห็นทางเข้าอันเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่าพื้นเมืองเมารี เป็นการอวยพรให้เราเดินทางปลอดภัยระหว่างท่องเที่ยวในนิวซีแลนด์การเข้ามายังประเทศนี้จะต้องระวังเป็นพิเศษเรื่องของเข้าประเทศ ที่จะต้องสำแดงต่อศุลกากร โดยเฉพาะพวกอุปกรณ์กีฬาต่าง ๆ ผักผลไม้สด ซึ่งที่นี่จริง ๆ มาก ๆ ว่าห้ามนำเข้าประเทศ หากเผลอละก้อ โดนปรับกันต่อหน้าต่อตา ถึง 400 NZD

หากใครที่จะมาขับรถเที่ยวเอง จุดรับรถก็ง่ายมาก ๆ พอออกจากทางออก Arrival ทีจะมีคนมายืนรอรับผู้เดินทาง สังเกตทางขวามือ ก็จะเห็นบริษัทรับรถเจ้าใหญ่ ๆ หลายเจ้า ซึ่งสะดวกมาก ๆ ไม่พลาดเด็ดขาด หรือปัจจุบันการท่องเที่ยวโดยรถบ้านก็ได้รับความนิยมมาก เพียงแต่ไม่สามารถรับรถได้ที่สนามบิน ง่าย ๆ ก็เพียงหยิบโทรศัพท์โทรฟรี ติดต่อที่ depot ให้ส่งรถมารับ โดยศูนย์รับรถห่างจากสนามบินเพียง 5 นาที หรือหากเป็นลูกค้า รถ MAUI สามารถยื่นรอที่ป้ายรับรถ โดยรถจะมาทุก ๆ 30 นาที ป้ายรถสังเกตง่ายมาก ตรงข้ามโรงแรม Novotel เราเดินทางโดยรถ shuttle แค่ประมาณ 6 – 7 นาที ก็มาถึง

การรับรถ ง่ายมากโดยเจ้าหน้าที่จะเช็คจุดที่เป็นตำหนิของเรา และจะสาธิตวิธีการใช้ และอุปกรณ์ภายในรถบ้านให้ดู การตกแต่งภายในหรูหราสะดวกสบาย มีเบาะปรับนั่ง และปรับเป็นที่นอนไ้ด้ การตกแต่งอย่างดี มีโต๊ะทานอาหาร ซึ่งระหว่างวันหากไม่ใช้ก็สามารถถอดขาเก็บได้

หลังรับรถเสร็จแล้ว แนะนำเพื่อนๆ แวะ Shopping ที่ Supermarket เพื่อตุนเสบียงระหว่างเดินทาง หรือสำหรับมื้อค่ำ ซึ่งของในซุปเปอร์มาร์เกตที่นิวซีแลนด์ราคาค่อนข้างถูก สามารถหาซื้อได้ที่ Countdown Supermarket หรือซุปเปอร์อื่น ๆ

โดยคณะสามารถทำอาหารง่าย ๆ อย่าง สลัด แซนวิช หรือสเต๊ก ได้อย่างสะดวกที่ Holiday Park โดยอาหารการกินที่นิวซีแลนด์ ไม่แพงจริง ๆ เลยมีราคามาให้ดูกัน

ราคาประมาณ

– สลัดที่ทำสำเร็จแล้ว อย่างเช่น สลัดมันฝรั่ง สลัดไข่ หรือสลัดผักต่างๆ 1 NZD กว่า ๆ

– ไส้กรอก 85 cent / 100 กรัม

– แฮมสารพัดชนิด 1 – 3 NZD / 100 กรัม

– เนื้อไก่ หรือ เนื้อหมู 2 NZD กว่า ๆ / 100 กรัม

*หากต้องการเสี่ยงโชคหาค่าอาหารกลางวันก็ลองซื้อ lotto ดูค่ะ ที่นี่ลอตเตอรี่ออกทุกวันพุธและเสาร์

สำหรับคนที่ขับรถบ้าน ที่ที่เหมาะสมสำหรับการเข้าพักที่สุด ก็คือ Holiday Park จุดแรกต้องมาติดต่อที่ reception เพื่อให้รู้ว่าจุดจอดรถของเราเบอร์อะไร จะได้ไปจอดถูกที่ และก็จะได้ charge ไฟด้วย รวมถึงรับกุญแจเพื่อเข้าห้องน้ำด้วยเนื่องด้วยการพักที่ Holiday Park เราสามารถใช้ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำรวมได้ หากไม่อยากต้องเสียสตางค์เพิ่มในการเปิดห้องนอนส่วนตัว การขับรถบ้านออกแนวผจญภัยนิดๆ และย้อนอดีตเหมือนเป็นลูกเสือ เนตรนารีหน่อย ๆ มาดูห้องน้ำกัน ที่นี่ไม่ได้สะดวกสบายแต่สนุกสนาน ต้องนำสบู่ แชมพู ยาสระผมมาเอง ยกเว้นผ้าเช็ดตัว มีให้ในรถบ้าน ที่ holiday park มีทั้งรถบ้าน และแบบคาราวาน ซึ่งจะอยู่นานกว่าเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน

ส่วนภายนอกของรถบ้าน ที่เราควรทำความรู้จัก อย่างเช่น ข้างตัวรถด้านคนขับจะมีช่องต่าง ๆ ให้เปิดได้มากมาย อาทิ กล่องเก็บของเสียจากในห้องน้ำ ถังแก๊สที่อยู่ได้ประมาณ 3 สัปดาห์ และต้องเติมก่อนคืนรถ ช่องเก็บสายน้ำเป็นต้น ส่วนการกำจัดของเสีย ให้สังเกตป้าย dump Station เพื่อให้เทสิ่งปฏิกูลลงไป และมีสายฉีดน้ำล้างให้ พร้อมใส่น้ำยาเคมีขจัดกลิ่นเท่านี้ก็เป็นที่เรียบร้อย

ส่วนภายในของรถบ้าน ประกอบด้วยที่นอน ที่อยู่ด้านเหนือศีรษะคนขับ ซึ่งนอนได้สบายๆ 2 คน คนตัวสูงสัก 180 ซม. ก็นอนได้นะคะ มีผ้าปูที่นอน ผ้าห่มให้เรียบร้อย ด้านบนสามารถเปิดให้ลมเข้าได้ ที่นี่มีห้องน้ำกับห้องอาบน้ำในตัวขนาดพอดีตัวอีกด้วย

ส่วน Shared facility ที่ Holiday Park ที่ใช้ร่วมกันนอกจากห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ แล้วยังมีห้องซักผ้า อบผ้า ราคาของการซักผ้าประมาณ 4 เหรียญ อบอีก 4 เหรียญ โดยใช้เหรียญ 2 NZD จำนวน 2 เหรียญ วางตั้งเข้าไปในช่องและดันเข้าไป ง่าย ๆ แค่นี้เอง แต่บางคนหากไม่รีบ หรือซักผ้าน้อยชิ้น ตาม Holiday Park เค้าก็จะมีที่ตากผ้าให้ โดยเราสามารถซักมือได้เอง เพื่อเป็นการประหยัด

ส่วนที่พักถ้าดูแล้วไม่สะดวก ไม่ถนัด เราก็สามารถเปิดห้อง studio unit พักผ่อนได้ ข้างในมีห้องอาบน้ำ ห้องน้ำส่วนตัว และเครื่องอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบครัน