• กรุ๊ปทัวร์ แพคเกจทัวร์ บริการจัดทัวร์ตามไลฟ์สไตล์
  • Mobile: 085 149 3941 (DTAC) - 084 139 9305 (TRUE)
  • Email: info@AlwaysVacationTour.com
จอร์เจีย

จอร์เจีย บาทูมี-ทลิบิซี-คาซเบกิ 8วัน5คืน(นอนกูดาอูริ)

รหัสทัวร์
KGG110814-TK จอร์เจีย บาทูมี-ทลิบิซี-คาซเบกิ 8วัน5คืน
ประเทศ
จอร์เจีย
ระยะเวลา
8 วัน 5 คืน
วันที่
18 ม.ค. - 26 มี.ค. 2023
สายการบิน
Tukey Airline
เริ่มต้นที่

65,999 บ.

กำหนดการเดินทาง

18-25 ม.ค. 2566
3-10, 14-21, 24 ก.พ.-3 มี.ค. ก.พ. 2566
8-15, 19-26 มี.ค. 2566

ไฮไลท์ทัวร์

รายละเอียดทัวร์

Grand Georgia บาทูมิ ทบิลิซี คาซเบกิ ดินแดนแห่งเทือกเขาคอเคซัส สุดขอบทะเลดำ

โปรแกรมการเดินทาง

19.00 น. คณะพร้อมกัน ณ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น4 สนามบินสุวรรณภูมิเคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ (TK) พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก

22.55 น. ออกเดินทางสู่เมืองบาทูมี ประเทศจอร์เจีย โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK65 (22.55-05.45(+1)) / TK390 (08.00-10.55) (ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 15 ชั่วโมง บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี

10.55 น. เดินทางถึงสนามบินเมืองบาทูมี ประเทศจอร์เจีย หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองแล้ว (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง) เมืองบาทูมี(Batumi) เมืองริมทะเลบนชายฝั่งตะวันออกของทะเลดำ เป็นเมืองหลวงของอัตจารา(Ajara) เป็นสาธารณรัฐอิสระที่ปกครองตนเอง อยู่ทางด้านตะวันตกของประเทศจอร์เจีย ครอบคลุมพื้นที่บริเวณกว้าง นำท่านสู่ถนนเลียบชายหาดบาทูมี(Batumi Promenade) ถนนเลียบชายหาดที่ยาวถึง 6 กิโลเมตร สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1884 ประดับด้วยน้ำพุงดงามตลอดสาย และเป็นถนนที่ยาวที่สุดบนชายหาดทะเลดำ ทัศนียภาพผสมผสานวิวภูเขาและวิวทะเล นำชมแลนด์มาร์คสำคัญ ๆ ตลอดถนน ชมอนุสาวรีย์อาลีและนีโน่(Ali and Nino Monument) เป็นสถาปัตยกรรมโลหะสมัยใหม่ ทำด้วยเหล็ก เคลื่อนไหวได้ ความสูงประมาณ 8 เมตร ผลงานศิลปินชาวจอร์เจีย Tamara Kvesitadze ที่บอกเล่าเรื่องราวความรักและความเศร้าของ อาลี หนุ่มมุสลิม กับเจ้าหญิง นิโน แห่งจอร์เจีย หลังจากถูกกองทัพโซเวียตรุกราน จากวรรณกรรมของนักเขียนชาวอาเซอร์ไบจาน นอกจากนี้ยังมีความพิเศษคือรูปปั้นนี้ จะขยับเข้าหากันในเวลา

19.00 น.ของทุกวัน ถ่ายรูปกับ หอคอยชิงช้าสวรรค์(Ferris Wheels Tower) ที่ตั้งริมทะเล

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านล่องเรือริมฝั่งทะเลดำของบาทูมี ชมความสวยงามของทะเล บ้านเรือนที่ถูกสร้างขึ้นตามแบบรูปทรงโบราณที่ปลูกกันอย่างสวยงามตามริมทะเล พร้อมกับรายล้อมไปด้วยธรรมชาติ เป็นไร่ส้ม พืชพันธุ์ธัญญาหารและต้นชา อิสระให้ท่านได้เที่ยวชมบริเวณทะเลดำ
**การล่องเรือนั้นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ กรณีที่ไม่สามารถล่องเรือได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสม**
นำท่านสู่จัตุรัสเปียเซซ่า(Piazza Square) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่าบาทูมี(Batumi Old Town) สร้างขึ้นในปี 2009 เป็นอาคารที่ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังชาวจอร์เจีย Vazha Orbeladze ที่สร้างด้วยสไตล์สถาปัตยกรรมแบบผสมผสานและจินตนาการนิทาน และในปี 2011 ที่ผ่านมา สถานที่แห่งนี้ได้เริ่มปรับปรุงเพื่อให้เป็นแหล่งบันเทิงและพักผ่อนหย่อนใจแห่งใหม่ของเมือง และเลือกซื้อของฝากพื้นเมือง

นำท่านถ่ายรูปและขึ้นตึก Alphabetic Tower เป็นตึกสูงตระหง่า เป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญซึ่งสามารถขึ้นไปชมวิวด้านบนได้
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร บนตึก Alphabetic Tower ที่สามารถมองเห็นทะเลได้ชมวิวของทั้งเมืองบาทูมีได้แบบ 360 องศา

พักที่ Hotel The Grand Gloria – Lake View Batumi หรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาว (ที่พักติดทะเลดำ)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมืองคูไตซี(Kutaisi) เมืองนี้มีความเจริญเป็นอันดับสองรองจากทบิลีซี ชมความสวยงามของเมืองคูไตซี ซึ่งมีชื่อเสียงทางด้านวัฒนธรรมและได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก ซึ่งถ้าย้อนกลับไปเมื่อสมัยศตวรรษที่ 12-13 ได้เคยเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของอาณาจักรโคลคลิส (Empire of Colclis) และอาณาจักรอีเมรีเทีย (Kingdom of Emeretia) ที่อยู่ทางด้านของตะวันตกของประเทศ นำท่านชมอารามจีลาติ(Gelati Monastery) อารามหลวงของเมือง ถูกค้นพบในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดยทางองค์การยูเนสโกได้ประกาศให้อารามจีลาตินี้ขึ้นเป็นมรดกโลกเมื่อ ปี ค.ศ.1994 ภายในบริเวณอารามแบ่งเป็นสองส่วนคือโบสถ์เซนต์นิโคลาส (St. Nicholas) และโบสถ์เซนต์ จอร์จ (St.George) โดยในโบสถ์เซนต์นิโคลาสนั้น มีภาพเขียนสีเฟรสโกที่สวยงามตระการตามากมายหลายภาพเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคริสต์ศาสนา ที่ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ โดยบริเวณตรงโดมขนาดใหญ่ของโบสถ์ซึ่งเป็นภาพพระแม่มารีนั้น ใช้กระเบื้องโมเสกสีทองประดับประดากว่า
2 ล้านชิ้น

นำท่านชมมหาวิหารบากราติ(Bagradi Cathedral) ตั้งชื่อตามพระเจ้าบากราตที่ 3 กษัตริย์ผู้ทรงรวมจอร์เจีย สร้างขึ้นในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 10 โดยมหาวิหารแห่งนี้แม้จะถูกพวกเติร์กทำลายไปบางส่วน แต่ซากปรักหักพังของโบสถ์ก็ยังปรากฏจนถึงทุกวันนี้ โดยได้มีการบูรณะมาโดยตลอด ซึ่งสะท้อนถึงสถาปัตยกรรมยุคกลางได้อย่างเด่นชัด และสวยงามอย่างยิ่ง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่เมืองบอร์โจมี(Borjomi) เมืองตากอากาศเล็กๆ ทางในหุบเขาทางตอนใต้ของประเทศจอร์เจีย มีประชากรอาศัยอยู่ไม่ถึง 15,000 คน ที่มีชื่อเสียงระดับโลกในเรื่องน้ำแร่ โดยน้ำแร่ยี่ห้อบอร์โจมีได้มีการบรรจุ ณ ธารน้ำแร่บริสุทธิ์ที่ไหลรินจากยอดเขาบาคุเรียนี(Bakuriani Mountain) และส่งออกไปขายกว่า 40 ประเทศทั่วโลก โดยในอดีตชาวเมืองเชื่อกันว่าจะทำให้มี สุขภาพแข็งแรงและสามารถรักษาโรคร้ายได้ นำท่านเข้าชมสวนบอร์โจมี(Borjomi City Park) สถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนของชาวเมืองบอร์โจมีที่นิยมมาเดินเล่นและผ่อนคลายโดยการแช่น้ำแร่ในวันหยุด จากนั้นนำท่านขึ้นกระเช้าสู่จุดชมวิวบนหน้าผาเหนือสวนบอร์โจมี อิสระให้ท่านเก็บภาพวิวทิวทัศน์ธรรมชาติจากมุมสูงตามอัธยาศัย

เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
พักที่ Hotel Crowne Plaza Borjomi หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองกอรี(Gori) ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเมืองมิสเคต้า เมืองนี้เป็นเมืองบ้านเกิดของ โจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin) ชาวจอร์เจียที่ในอดีตเป็นผู้ปกครองสหภาพโซเวียต ในยุคศตวรรษที่ 1920 ถึง 1950 และมีชื่อเสียงเรื่องความโหดเหี้ยมในการปกครองในเมืองกอรีแห่งนี้ นำท่านชมพิพิธภัณฑ์ของท่านสตาลิน(Musuem of Stalin) ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมเรื่องราว และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ของสตาลินเอาไว้ รวมไปถึงตัวอาคารที่สตาลินเกิดด้วย ภายในพิพิธภัณฑ์สตาลิน มีการจัดแสดงชีวประวัติของสตาลิน ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเสียชีวิต

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ท่านชมวิหารจวารี(Jvari Monastery) โบสถ์แห่งไม้กางเขนอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาคริสต์นิกายออโธดอก สร้างขึ้นเมื่อคริสตวรรษที่ 6 ชาวจอร์เจียสักการะนับถือวิหารแห่งนี้เป็นอย่างมาก ภายในโบสถ์มีไม้กางเขนขนาดใหญ่ โบสถ์นี้ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีแม่น้ำสองสายมาบรรจบกันคือแม่น้ำมิควารี และแม่น้ำอรักวี

นำท่านเดินทางสู่กรุงทบิลิซี(Tbilisi) เมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย ริมฝั่งแม่น้ำคูรา(Kura) เมืองนี้ถูกสร้างโดย วาคตัง จอร์กาซาลี กษัตริย์จอร์เจียแห่งคาร์ตลี (ไอบีเรีย) ในคริสตศตวรรษที่ 4 ปัจจุบันทบิลิซีเป็นศูนย์กลางการขนส่งและการค้า เนื่องจากความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์เป็นจุดตัดระหว่างทวีปเอเชียกับทวีปยุโรป

เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร ร้านวิวแม่น้ำสุดสวย เสิร์ฟไวน์พร้อมชมโชว์

พักที่ Hotel Courtyard by Marriott Tbilisi หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (ใจกลางเมือง)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

นำท่านเที่ยวชมเมืองเก่าทบิลิซี(Old town) นำท่านขึ้นกระเช้าชมป้อมนาริกาลา(Narikala Fortress) ป้อมปราการหินโบราณขนาดใหญ่บนเนินเขา สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4 ผ่านผู้ปกครองมาหลายยุคหลายสมัยที่ต่างผลัดกันเข้ามารุกรานนครเล็กๆ บนเส้นทางสายไหมแห่งนี้ ราชวงศ์อุมัยยัดของชาวอาหรับได้ต่อเติมป้อมในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 ต่อมาพวกมองโกลตั้งชื่อให้ใหม่ว่า Narin Qala แปลว่าป้อมน้อย (Little Fortress) นักประวัติศาสตร์ยกย่องว่าป้อมนาริกาลาเป็นป้อมแห่งหนึ่งบนเส้นทางสายไหมที่แข็งแกร่งและตีได้ยากที่สุด นำท่านถ่ายรูปด้านนอกกับวิหารศักดิ์สิทธิ์ของทบิลิซี(Holy Trinity Cathedral) ที่เรียกกันว่า Sameba เป็นโบสถ์หลักของคริสตจักรออร์โธดอกจอร์เจียตั้งอยู่ในทบิลิซีเมืองหลวงของจอร์เจีย สร้างขึ้นระหว่างปี 1995 และปี 2004 และเป็นวิหารที่สูงที่สุด อันดับที่ 3 ของโบสถ์ออร์โธดอกในโลก

นำท่านชมสะพานสันติภาพ(The Bridge of Peace) ข้ามแม่น้ำคูราเพื่อเชื่อมระหว่างตัวเมืองเก่า และตัวเมืองใหม่ของทบิลิซี สะพานสร้างจากเหล็กและกระจกใส เปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2010 ได้รับการยกย่องว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมยุคใหม่ที่มีความสวยงามออกแบบโดยสถาปานิกชาวอิตาเลื่ยนชื่อ Michele De Lucchi โครงสร้างถูกออกแบบและสร้างที่ประเทศอิตาลี และได้นำเข้ามาโดยรถบรรทุก 200 คัน เพื่อเข้ามาติดตั้งในเมืองทบิลิซี

นำท่านชมเดอะ โครนิเคิล ออฟ จอร์เจีย (The Chronicle of Georgia) อนุสรณ์สถานที่มีการบันทึกเรื่องราวต่างๆ ในหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศจอร์เจียเอาไว้บนเสาขนาดใหญ่จำนวนถึง 16 ต้น ซึ่งเสาแต่ละต้นนั้นมาในไซส์ใหญ่ยักษ์ที่มีขนาดราวสิบคนโอบ และสูงถึง 35 เมตร และด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่บนภูเขา จากบริเวณนี้คุณจึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองทบิลิซี ได้แบบเต็มๆ ที่ให้ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจและยิ่งใหญ่ชวนตะลึง

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านสู่ไวน์เทสติ้ง(Chateau Mukhrani) ให้ท่านได้ชิมไวน์หลากหลายปีการผลิต ชมโรงบ่มองุ่นเพื่อผลิตเป็นไวน์ และเรื่องราวประวัติศาสตร์การผลิตไวน์ก่อตั้งขึ้นโดย Ivane Mukhranbatoni ตัวแทนของราชวงศ์และผู้มีบทบาททางการเมืองของจอร์เจียในช่วงศตวรรษที่ 19 ในปี1876 เขากลับมาจากฝรั่งเศสพร้อมกับความรู้เกี่ยวกับแนวคิดของการทำไวน์ และนับตั้งแต่นั้นมาประวัติศาสตร์ของการทำไวน์ของChâteau Mukhani ก็เริ่มขึ้น ต่อมาในปี 2003 กลุ่มผู้ประกอบการชาวจอร์เจียเริ่มฟื้นฟูโดยมีความตั้งใจที่จะรื้อฟื้นอสังหาริมทรัพย์แห่งศตวรรษที่สิบเก้าสู่ความรุ่งโรจน์ในอดีตและสร้างการผลิตขึ้นใหม่ โดยผสมผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัยและดั้งเดิมเข้าด้วยกัน โดยเริ่มมีการพัฒนาบริการการท่องเที่ยวและบริการไวน์การโฮสต์ทัวร์ไวน์ประเภทต่าง ๆ อิสระให้ท่านเดินเล่นไร่องุ่น เดินชมมาดูขั้นตอนการบ่มไวน์ และแน่นอนว่ารวมไปถึงการลองลิ้มชิมรสไวน์ในแบบจอร์เจีย ซึ่งบอกเลยว่าราคานั้นถูกมาก ซื้อได้ในราคาที่ไม่ถึงพันบาทไทย

เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารอาหารไทย

พักที่ Hotel Courtyard by Marriott Tbilisi หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (ใจกลางเมือง)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

นำท่านเดินทางชมป้อมอันนานูรี(Ananuri Fortress) ป้อมปราการเก่าแก่ ที่มีกำแพงล้อมรอบ ริมแม่น้ำอรักวี ถูกสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่16-17 ชมความงดงามขอโบสถ์ 2 หลังที่ตั้งอยู่ภายในกำแพง ซึ่งเป็นโบสถ์ของชาวเวอร์จิ้น ภายในยังมีหอคอยทรงสี่เหลี่ยมใหญ่ที่ตั้งตระหง่าน ทำให้เห็นทัศนียภาพทิวทัศน์อันสวยงามด้านล่างจากมุมสูงของป้อมปราการนี้ รวมถึงอ่างเก็บน้ำชินวารี(Zhinvali Reservoir) และยังมีเขื่อนซึ่งเป็นสถานที่สำคัญสำหรับนำน้ำที่เก็บไว้ส่งต่อไปยังเมืองหลวงและใช้ผลิตไฟฟ้า ซึ่งทำให้ชาวเมืองทบิลิซีมีน้ำไว้ดื่มใช้

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองกูดาอูรี(Gudauri) เมืองสกีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่บริเวณที่ราบเชิงเขาของเทือกเขาคอเคซัส มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,100 เมตร สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งที่พักผ่อนเล่นสกีในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน ซึ่งจะมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดเวลา ระหว่างทางชมทิวทัศน์อันสวยงาม ตามทางเส้นทางหลวงที่สำคัญของจอร์เจียที่มีชื่อว่า Georgian Military Highway หรือเส้นทางสำหรับใช้ในด้านทหาร ถนนสายนี้เป็นถนนสายสำคัญที่สุดที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยที่จอร์เจียอยู่ภายใต้การควบคุมจากสหภาพโซเวียต เพื่อใช้เป็นเส้นทางหลักในการข้ามเทือกเขาคอเคซัสจากรัสเซียมายังที่ภูมิภาคนี้ ถนนแห่งประวัติศาสตร์นี้เป็นเส้นทางที่จะนำท่านขึ้นสู่เทือกเขาคอเคซัส(Caucasus Mountain) เป็นเทือกเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างทวีปยุโรป และเอเชีย ประกอบด้วย 2 ส่วน คือเทือกเขาคอเคซัสใหญ่ และเทือกเขาคอเคซัสน้อย ที่มีความยาวประมาณ 1,100 กม. ที่เป็นเส้นกั้นระหว่างพรมแดนรัสเซียกับจอร์เจีย

นำท่านแวะถ่ายรูปอนุสรณ์สถานรัสเซีย-จอร์เจีย (Russia–Georgia Friendship Monument) อนุสรณ์สถานหินโค้งขนาดใหญ่บนเนินเขา สร้างขึ้นในปี 1983 เพื่อเฉลิมฉลองครอบรอบ 200 ปี ของสนธิสัญญาจอร์จีเอฟสกี และความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพโซเวียตและจอร์เจีย จุดชมวิวนี้ถือเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจอร์เจีย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่เมืองคาซเบกี้(Kazbegi) หรือปัจจุบันเรียกว่า เมืองสเตปันสมินดา(Stepantsminda) ชื่อนี้เพิ่งเปลี่ยนเมื่อปี 2006 หลังจากนักบุญนิกายออร์โธด๊อก ชื่อ สเตฟาน ได้มาพำนักอาศัยและก่อสร้างสถานที่สำหรับจำศีลภาวนาขึ้น เมืองนี้อยู่ห่างจากเมืองหลวงทบิลิซี ประมาณ 157 กิโลเมตร เป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเทอร์กี้ ถือเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวบนเทือกเขาคอเคซัส(Caucasus) ที่สำคัญของประเทศจอร์เจีย มีภูมิทัศน์ที่สวยงามโดยรอบ รวมทั้งเป็นจุดชมวิวของยอดเขาคาซเบกี้อีกด้วย

จากนั้นนำท่านขึ้นรถ 4WD (รถขับเคลื่อน 4 ล้อ) เพื่อเข้าสู่ใจกลางหุบเขาคอเคซัส(Caucasus) นำท่านชมความสวยงามของโบสถ์เกอร์เกตี้(Gergeti Trinity Church) หรือเรียกว่าโบสถ์สมินดา ซาเมบา (Tsminda Sameba) สร้างด้วยหินแกรนิตขนาดใหญ่ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 เป็นโบสถ์ชื่อดังกลางหุบเขาคอเคซัส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญหนึ่งของประเทศจอร์เจีย ตั้งอยู่บนเทือกเขาคาซเบกี้ ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล 2,170 เมตร (ในกรณีที่มีหิมะตกหนัก จนไม่สามารถเดินทางได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ ปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสม)
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

พักที่ Gudauri Lodge หรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาว
(โรงแรมแสนโรแมนติกติดเทือกเขาคอเคซัส วิวสวยแสนล้านติดลานสกี)

หรือ พักที่ Room Hotel Kazbegi หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
(โรงแรมแสนโรแมนติกติดเทือกเขาคอเคซัส วิวสวยแสนล้าน)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

นำท่านเดินกลับสู่เมืองทบิลิซี(Tbilisi) นำท่านสู่ถนนจาน ชาเดอนี่(Jan sharden street) เป็นถนนคนเดินย่านเมืองเก่าที่เป็นแหล่งศูนย์รวมทางสังคมและวัฒนธรรม ต่อมาศตวรรษที่ 9 ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อ ถนนมาเป็น Chardin Street เพื่อเป็นเกียรติแก่นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส Jean Chardin ปัจจุบันถนนสายนี้เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารพื้นเมือง ร้านกาแฟมากมาย บริเวณนี้จะมีบ้านเมืองเก่าในแบบทบิลิซีที่โดดเด่น นอกจากด้านอาหารแล้วยังมีพ่อค้าแม่ค้านำสิ่งของต่างๆมาวางขายมากมาย ให้ท่านได้อิสระช้อปปิ้งตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังห้าง East Point ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ให้เวลาท่านได้อิสระช้อปปิ้ง สินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ เช่น ADIDAS, ALDO, BERSHKA, COLUMBIA, CHARLES & KEITH, CONVERSE, H&M, LOREAL, LEVI’S, LOTTO, MANGO, MINI SO, NEW BALANCE, NEW YORKER, SAMSONITE, OVS, POLO, ZARA และอื่นๆอีกมากมาย

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชมโบสถ์เมเคตี(Metekhi Church) เป็นโบสถ์เก่าแก่ที่สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12 ตั้งอยู่บริเวณริมหน้าผาที่เบื้องล่างเป็นแม่น้ำมิตคาวารี ในอดีตถูกใช้เป็นป้อมปราการ และที่พำนักของกษัตริย์ ในบริเวณเดียวกัน นำท่านออกเดินทางกลับสู่ เมืองทบิลิซี (Tbilisi)

ได้เวลาพอสมควร นำท่านเดินทางสู่สนามบินกรุงทบิลิซี เพื่อตรวจเช็คเอกสารการเดินทางและสัมภาระเตรียมตัวเดินทางกลับ

17.55 น. ออกเดินทางจากกรุงทบิลิซี กลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ (TK) เที่ยวบินที่ TK383 (17.55-19.30) / TK64 (20.55(+1)-10.10) (ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 13.15 ชั่วโมง บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี

10.10 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

☺☺☺☺☺☺☺☺☺

ค่าทัวร์ต่อท่าน

รายละเอียด ราคา (บาท)

ราคานี้รวม

  1. ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (EconomyClass) แบบหมู่คณะ/ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
  2. ค่ารถโค้ช ปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
  3. ค่าห้องพักในโรงแรมที่ระบุตามรายการหรือเทียบเท่า
  4. ค่าอาหารที่ระบุตามรายการ
  5. ค่าเข้าชมสถานที่ทุกแห่งที่ระบุตามรายการ
  6. ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินประกันท่านละ 3,000,000 บาทและค่ารักษาพยาบาล 2,500,000บาทไม่คุ้มครอง โรคประจำตัวหรือโรคร้ายแรงที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นก่อนเดินทางรายละเอียดอื่นๆเป็นไปตามเงื่อนไขแห่งกรมธรรม์ฯ
  7. ค่าประกันรวมรักษาโควิดหากป่วยหรือต้องกักตัวในต่างประเทศ(รายละเอียดเป็นไปตามเงื่อนไขแห่งกรมธรรม์)
  8. น้ำดื่มวันละ 1 ขวด / ท่าน
  9. ค่าน้ำหนักกระเป๋า (น้ำหนัก 30 กิโลกรัม)

ราคานี้ไม่รวม

  1. ค่าธรรมเนียมจัดทำหนังสือเดินทาง,แจ้งเข้าแจ้งออกสำหรับผู้ที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางของไทย
  2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย3% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ในกรณีที่ต้องการใบกำกับภาษี
  3. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆเช่นค่าโทรศัพท์,ค่าซักรีด,มินิบาร์และทีวีช่องพิเศษฯลฯ
  4. ค่าอาหารและเครื่องดื่มสั่งพิเศษ
  5. ค่าปรับสัมภาระที่เกินกว่าที่สายการบินกำหนด
  6. ค่าทิปคนขับรถ (60 EUR หรือ ประมาณ 2,250 บาท) ตลอดการเดินทาง
จองเลย โปรแกรมทัวร์ กลับไปหน้าที่แล้ว