• กรุ๊ปทัวร์ แพคเกจทัวร์ บริการจัดทัวร์ตามไลฟ์สไตล์
  • Mobile: 085 149 3941 (DTAC) - 084 139 9305 (TRUE)
  • Email: info@AlwaysVacationTour.com
สก๊อตแลนด์, ไอซ์แลนด์

สก๊อตแลนด์ ไฮแลนด์ – ไอร์แลนด์ เหนือ-ใต้ 12 วัน

รหัสทัวร์
WC…WCNT220008
ประเทศ
สก๊อตแลนด์, ไอซ์แลนด์
ระยะเวลา
12วัน9คืน
วันที่
21 ต.ค. - 31 ต.ค. 2022
สายการบิน
กาตาร์แอร์เวย์
เริ่มต้นที่

139,900 บ.

กำหนดการเดินทาง

21-31 ต.ค. 2565

ไฮไลท์ทัวร์

ชมความยิ่งใหญ่ของปราสาทเอดินเบิร์ก – ชมความงามของปราสาทสเตอร์ลิง
– ถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์ วอลเลซ – ล่องเรือชมทะเลสาบเนสส์ – โรงงานวิสกี้ชื้อดัง Glen Glen Ord Distillery Visitor Centre & Whisky Shop – เข้าชมปราสาท EILEAN DONAN CASTLE – ชมทะเลสาบลอช โลมอน – ชมภายในพิพิธภัณฑ์ไททานิค – จุดชมวิวสะพานแขวน Carrick-a-rede Rope Bridge – ชมเมืองกลาสโกว์ “Glasgow” – นั่งเรือเฟอร์รี่ Cairnryan Port สู่กรุงเบลฟาสต์ – แวะเก็บภาพกลุ่มอาคารที่สวยงามในบริเวณจตุรัส Donegall Square – ชมความสวยงามของหน้าผาโมเออร์ – แวะเที่ยวฟาร์มมัครอสส์ – ชมปราสาทโรส – ชมศูนย์ท่องเที่ยวสเกลลิก – เก็บภาพบริเวณปราสาทลิมริค – Kildare Village Designer Outlet – ปราสาทดับลิน – โรงเบียร์ กินเนส – ชมเมือง เก็บภาพโบสถ์เซนต์แพทริค

โปรแกรมการเดินทาง

18.00 น. สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4
เคาน์เตอร์สายการบินกาต้าร์แอร์เวย์(เคาน์เตอร์ Q) เจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
20.25 น. ออกเดินทางสู่กรุงโดฮาโดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR835
23.05 น. เดินทางถึงกรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ (แวะพักเปลี่ยนเครื่องใช้เวลารอเปลี่ยนเครื่องประมาณ 2 ชั่วโมง)

01.15 น. ออกเดินทางสู่กรุงเอดินเบอระ โดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR031

07.20 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชิติกรุงเอดินเบอระ ประเทศสก๊อตแลนด์ หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำท่านเดินทางสู่ คาล์ตัน ฮิลล์ (Calton Hill) ถัดจากวัง Holyrood ที่เป็นที่ตั้งของเสาคอลั่ม โรมันอันใหญ่ยักษ์ ที่ถือเป็น The National Monument ของสก็อตแลนด์ พื้นที่ตรงนี้สมัยโบราณใช้เป็นที่ประหารนักโทษ ต่อมาก็เปลี่ยนมาเรื่อยๆ เป็นโรงหนังบ้าง บ้านของข้าราชการบ้าง จากนั้นผ่านชมรัฐสภาสก็อตแลนด์ ผ่านชมร้าน The Elephant House เป็นร้านนั่งชิลๆ เมนูเบาๆ อาหารราคาไม่แพง ที่ J.K. Rowling มานั่งแต่งหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ภาคแรก นำท่านเข้าสู่ตัวเมืองเอดินเบิร์ก เมืองหลวงและเมืองศูนย์กลางวัฒนธรรม แห่งความภาคภูมิใจของชาวสก๊อต เป็นเมืองศูนย์กลางของประเทศสก๊อตแลนด์ ตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 15 เจ้าของสมญานามกรุงเอเธนส์แห่งยุโรปเหนือ เข้าชมความยิ่งใหญ่ของ “ปราสาทเอดินเบิร์ก ตั้งอยู่บนเนินเขาอันสวยงามเป็นปราสาทที่งดงามและเป็นสถานที่เก็บรักษามหามงกุฎแห่งราชวงศ์ เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์สก็อต และยังถือว่าเป็นจุดชมเมืองเอดินเบิร์กได้เป็นอย่างดีเนื่องจากเป็นเนินเขาสูง มองเห็นเด่นเป็นสง่าจากทุกมุมเมือง และยังได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองเอเธนส์แห่งทิศเหนือเนื่องจากสถาปัตยกรรมการก่อสร้างที่คล้ายคลึงกับวิหารแพนธีออนในประเทศกรีซ เข้าชมเครื่องราชและอัญมนีอันล้ำค่าของสก๊อตแลนด์ 

เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองสเตอร์ลิง “Stirling” (42 กม.) นำท่านเข้าชมความงามของปราสาทสเตอร์ลิง (Stirling Castle) ซึ่งเป็นปราสาทที่มีความโดดเด่นทางด้านประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมและมีขนาดใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดปราสาทหนึ่งของสกอตแลนด์ ตั้งอยู่บนเนินคาลเซิลฮิอล์ (Castle Hill) 

 

ซึ่งเป็นเนินที่เกิดจากหินภูเขาไฟโบราณ และล้อมรอบสามด้านด้วยผาสูงชันทำให้เหมาะแก่การป้องกันตน นำท่านแวะถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์ วอลเลซ (Wallace Monument) เป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่ วิลเลียม วอลเลซ(William Wallace) วีรบุรุษนักรบผู้ยิ่งใหญ่ของสก๊อตแลนด์ โดยอนุสาวรีย์วอลเลซ สร้างขึ้นบน เนินเขาแอบบีเครก (Abbey Craig) เนินเขาที่มีความสูงประมาณ 111 เมตร (364ฟุต) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองสเตอร์ลิง และได้มีการนำเรื่องราวของวิลเลียม วอลเลซมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง “Brave Heart” ที่นำแสดงโดย เมล กิ๊บสัน ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่กรุงเอดินเบอระ 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

พักที่: Crown Plaza Hotel Edinburgh Royal Terrace / หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง 

เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบลอชเนสส์ “LOCHNESS” (189 กม.) นำท่านล่องเรือชมทะเลสาบเนสส์ หรือ “ทะเลสาบลอชเนสส์” LOCHNESS ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่มีความยาวถึง 40 กิโลเมตร เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่และ มีชื่อเสียงของสกอตแลนด์ จากเรื่องเล่าตํานานของ เนสซี่ (NESSIE) สัตว์ประหลาด ที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบ Loch Ness รูปร่างคล้ายไดโนเสาร์มีคอยาวลำตัวใหญ่มหึมา ที่มีคนอ้างว่าถ่ายรูปตัวเนสซี่ได้ในปี ค.ศ.1934 ทำให้เป็นเรื่องที่โด่งดังไปทั่วโลก
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่โรงงานวิสกี้ชื้อดัง Glen Glen Ord Distillery Visitor Centre & Whisky Shop เกลน วิสกี้ เป็นโรงกลั่นเหล้าวิสกี้ ในที่ราบสูงของสก๊อตแลนด์และเป็นโรงเหล้าวิสกี้ ซิงเกิลมอลต์ ที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวบนเกาะ Black Isle (Highland) ผลิตภัณฑ์หลักของ บริษัท คือวิสกี้ซิงเกิล มอลต์ ที่อายุ 12 ปี โรงกลั่นได้รับรางวัลเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดีที่สุดในการแข่งขันไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระหว่างประเทศในปี ค.ศ.1994 และ1996 ให้ท่านได้ชิมรสชาติอันหอมหวน และกลมกล่อมของวิสกี้ ซิงเกิ้ล มอลล์ไฮแลนด์

จากนั้นเดินทางสู่เมืองอินเวอร์เนส “Inverness” (21 กม.) อินเวอร์เนส เปรียบเสมือนเมืองหลวงของ Highlands
เนื่องจากเป็นเมืองหน้าด่าน และก็เป็นเมืองที่ใหญ่และคึกคักที่สุดของไฮแลนด์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามของ เมืองหลวงแห่งที่ราบสูงไฮด์แลนด์ เดินเล่นชมเมือง เพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพสวยงาม ณ ปากแม่นํ้าเนส ที่ห้อมล้อมไปด้วยหมู่เนินเขา อิสระช้อปปิ้งตามอัธยาศัยในเมืองที่น่ารักแห่งนี้
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Kingsmills Hotel Inverness / หรือระดับใกล้เคียง

เช้า การอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
จากนั้นเดินทางเข้าสู่ ไคล์ ออฟ ลอชลาช “KYLE OF LOCHLASH” เพื่อนําท่านเข้าชม ปราสาท EILEAN DONAN CASTLE ปราสาทที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ ตรงจุดบรรจบของทะเลสาบ 3 แห่ง Loch Duich, Loch Long และ Loch Aish ปราสาท นี้ เป็นหนึ่งในปราสาทของสกอตแลนด์ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เคยถูกใช้เป็นป้อมปราการในการรบ ตัวปราสาทดั้งเดิมสร้างตั้งแต่ปี 1230 เพื่อป้องกันการรุกรานของพวกไวกิ้ง ปราสาทที่เห็นเพิ่งสร้างใหม่เมื่อเมื่อประมาณปี 1900 ที่ตั้งของปราสาทที่เป็นเอกลักษณ์และบรรยากาศรอบๆ ปราสาทที่เงียบสงบและสวยงามมาก ทำให้ Eilean Donan เป็นหนึ่งในปราสาทที่สวยงามและถูกถ่ายรูปมากที่สุดในสกอตแลนด์
นำท่านเดินทางสู่เมืองฟอร์ท วิลเลี่ยม “Fort William” (105 กม.)
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบลอช โลมอน (Loch Lomond) ขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่สวยที่สุดในสก๊อตแลนด์ และมีขนาดใหญ่ที่สุดในเครือสหราชอาณาจักร ความยาวทั้งสิ้นราว 39 กิโลเมตร นำท่านถ่ายรูปบรรยากาศริมทะเลสาบ ณ จุดชมวิว ที่สมเด็จพระราชีนีควีนอลิซาเบธ ครั้งหนึ่งเคยทรงทอดพระเนตรชมความงาม ณ ริมทะเลสาบแห่งนี้เมื่อครั้งปี ค.ศ. 1879 ได้เวลาสมควรออกเดินทางสู่เมืองกลาสโกว์ (Glasgow) (53 กม.) ได้เวลาสมควรนำท่านชมเมืองกลาสโกว์ “Glasgow” เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสก๊อตแลนด์ ตั้งอยู่บนแม่น้ำไคลด์ ชาวกลาสโกว์ รู้จักกันในชื่อ กลาสวีเจียนส์
“Glaswegians” เมืองกลาสโกว์นั้นถือเป็นเมืองใหญ่ในสหราชอาณาจักรที่มีความเจริญรุ่งเรืองและล้ำหน้ามากที่สุดเมืองหนึ่ง ตั้งแต่ในศตวรรษที่ 16 นำท่านสัมผัสสีสันของเมืองกลาสโกว์ที่ Buchanan Street สถานที่แห่งการจับจ่ายหรือการนัดพบของคนเมือง ไม่ว่าจะเป็นตอนกลางวันหรือแม้แต่ยามค่ำคืน ถนนสายนี้จะเป็นถนนที่มีผู้คนพลุกพล่านมาก สามารถเดินชมอาคารบ้านเรือนที่ยังคงอนุรักษ์ความเก่าแก่และสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดีอิสระให้ท่านได้เดินเล่น หรือช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Crowne Plaza Glasgow Hotel / หรือระดับใกล้เคียง

เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ท่าเรือเฟอร์รี่ Cairnryan Port ชมวิวทิวทัศน์ระหว่างทาง
11.30 ออกเดินทาง สู่กรุงเบลฟาสต์ โดยเรือเฟอร์รี่ ให้ท่านได้ชมวิวความสวยงามระหว่างเส้นทาง ประมาณ สองชั่วโมง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารภายในเรือ
13.30 เรือเข้าเทียบท่ากรุงเบลฟาสต์ เมืองหลวงของไอร์แลนด์เหนือ
นำท่านเที่ยวชมกรุงเบลฟาสต์ (Bélfast) เป็นเมืองหลวงของไอร์แลนด์เหนือตั้งอยู่บนฝั่งของแม่น้ำแลน บริเวณชายฝั่งตะวันออกของไอร์แลนด์ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในไอร์แลนด์เหนือ ในช่วงต้นทศวรรษที่ 18 เมืองเก่าเคยเป็นท่าเรือหลัก มีบทบาทสำคัญในการปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 19 และกลายเป็นผู้ผลิตผ้าลินินรายใหญ่ที่สุดในโลกโดยได้รับฉายาว่า “Linenopolis” เป็นศูนย์กลางหลักของผ้าลินินของชาวไอริชรวมทั้งอุตสาหกรรมการผลิตยาสูบ อุตสาหกรรมทำเชือกและการต่อเรือฮาร์แลนด์และวูล์ฟ ซึ่งเป็นผู้สร้างเรือ RMS Titanic เป็นอู่ต่อเรือที่ใหญ่และมีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลก หลังจากนั้นก็ยังคงเป็นอุตสาหกรรมการบินและขีปนาวุธที่สำคัญอีกด้วย ปัจจุบันนี้เบลฟาสต์ยังคงเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมตลอดจนศิลปะการศึกษาชั้นสูง ธุรกิจและกฎหมายและเป็นส่วนสำคัญทางเศรษฐกิจของไอร์แลนด์เหนือ เบลฟาสต์ยังคงเป็นท่าเรือหลักที่มีท่าเรือพาณิชย์และอุตสาหกรรมที่มีอิทธิพลเหนือแนวชายฝั่ง นำท่านชมเมืองโดย รอบ แวะเก็บภาพกลุ่มอาคารที่สวยงามในบริเวณจตุรัส Donegall Square เป็นที่ตั้งของอาคารรัฐบาลที่สวยงามที่สุด จากนั้นนำท่านแวะเก็บภาพท่าต่อเรือไททานิค ซึ่งได้ทำการต่อลำเรือที่ท่าเรือแห่งนี้ก่อนออกรับผู้โดยสารที่เซาท์ แธมป์ตัน ประเทศ

อังกฤษ นำท่านเข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์ไททานิค (Titanic Belfast) เป็นศูนย์มัลติมีเดียที่ดีที่สุดในไอร์แลนด์ ท่านจะได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของเรือไทแทนิค ขั้นตอนการออกแบบ และการต่อเรือ ร่วมถึงการตกแต่งภายในที่สุดแสนหรูหรา นำท่านนั่งโดยสารแคปซูลการเวลาย้อนรอยเรื่องราวความยิ่งใหญ่ของเรือไทแทนิค ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั้งจมลงสู่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติก จากนั้นนำท่านสู่ย่านกลางเมืองอิสระทุกท่านเดินเล่นเก็บภาพเมืองที่น่ารักแห่งนี้
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Stormont Belfast Hotel / หรือระดับใกล้เคียง

เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางสู่เดอะ ดาร์ค เฮจส์(The Dark Hedges) เป็นถนนที่มีต้นบีชอายุเก่าแก่กว่าร้อยปี อยู่ริมสองฝั่งถนน กิ่งก้านของต้นไม้ก่อตัวเป็นอุโมงค์ ทำให้บรรยากาศดูแบบย้อยยุคและดูลึกลับ ทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของไอร์แลนด์เหนือ และจุดนี้ยังได้ใช้เป็นสฉากถ่ายทำภาพยนต์ซีรีส์ชื่อดังของ HBO เรื่อง Game of Thrones ยิ่งส่งผลให้ถนนสายนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมมากขึ้นอีกด้วย จากนั้นนำท่านออกเดินทางขึ้นเหนือสู่จุดชมวิวสะพานแขวน Carrick-a-rede Rope Bridge (ที่รู้จักกันในชื่อ Rick-a-reedy) เป็นสะพานเชือกที่มีชื่อเสียง อยู่ในเขตการดูแลของเนชั่นแนล ทรัสท์ ตัวสะพานแขวน เชื่อมโยงแผ่นดินใหญ่กับเกาะเล็ก ๆ ของ Carrickarede มีช่วงสะพานแขวนที่ยาวถึง 20 เมตร และสูงจากพื้นด้านล่างกว่า 30 เมตร เป็นจุดท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก นำท่านเดินข้ามฝั่งสู่อีกด้านหนึ่ง(เสียวสุดๆ) เก็บภาพความสวยงามของท้องทะเลและธรรมชาติ
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางต่อสู่บริเวณชายหาดหินทางเดินยักษ์ (The Giant’s Causeway) แวะเก็บภาพอันสวยงามของแนวหน้าผาริมชายฝั่งแอตแลนติกเหนือ (White Park Bay) เดินทางถึงชายหาดหินมหัศจรรย์ นำท่านเดินชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่เกิดจากลาวาภูเขาไฟกระทบน้ำเย็นของทะเล เมื่อหลายล้านปีทำให้เกิดประติมากรรมทางธรรมชาติที่สวยงามแปลกตาไม่มีที่ใดเหมือนอิสระทุกท่านเก็บความประทับใจ จากกนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองซิลโก(Sligo) สาธารณรัฐไอร์แลนด์

ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Sligo Southern Hotel & Leisure Centre / หรือระดับใกล้เคียง

เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของ
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่บริเวณหน้าผาโมเออร์ (Cliffs of Moher) ชมความสวยงามของหน้าผาที่ตัดกับมหาสมุทรแอตแลนติกอย่างลงตัว สุดแสนโรแมนติก หน้าผาแห่งนี้มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 214 เมตร และเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าบรรดานกทะเลชนิดต่างๆ มากมาย มีเวลาให้ท่านเดินเล่นชมความงามของธรรมชาติอย่างเต็มที่
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติ Killarney ทางภาคตะวันตกของไอร์แลนด์ท่ามกลางธรรมชาติของทะเลสาบป่าทึบ หุบเขาที่สงบและสวยงามเมืองเส้นทางผ่านบรรยากาศแบบชนบทที่สวยงามตลอดสองข้างทางมีหลายคนที่เคยเดินทางเคยกล่าวชมเส้นทางนี้ว่าสวยงามและโรแมนติคที่สุดสายหนึ่ง แวะเที่ยวฟาร์มมัครอส (Muckross House) ฟาร์มที่เก่าแก่ประจำเมือง ท่านจะประทับใจไปกับบรรยากาศแบบไอริช อย่างแท้จริง อาคารบ้านเรือนในสไตล์ย้อนยุค รวมถึงสวนสวยสไตล์ไอริช ตัวอาคารเป็นคฤหาสน์ที่ออก แบบโดยสถาปนิกชาวอังกฤษ William Burn สร้างขึ้นในปี 1843 มีห้องพักหกสิบห้าห้องถูกสร้างขึ้นในสไตล์ทิวดอร์ สมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย ได้เคยเสด็จมา ณ คฤหาสน์ แห่งนี้เมื่อครั้งยังครองราชอยู่ Muckross House ได้ถูกขายให้กับ William Bowers Bourn ซึ่งเป็นนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง ในปี ค.ศ.1932 ตระกูลโบเวอร์ ได้ตัดสินใจมอบบ้าน Muckross House และที่ดินขนาด 11,000 เอเคอร์ให้กับประเทศไอริช ถูกเรียกว่า “Bourne-Vincent Memorial Park” จึงกลายเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกในสาธารณรัฐไอร์แลนด์และเป็นรากฐานของ Killarney National Park ในปัจจุบัน ท่านสามารถเลือกซื้อเลือกชิมเบเกอร์รี่ ของฟาร์มได้อย่างจุใจ เก็บภาพความประทับใจจากมุมต่างๆ ของฟาร์มแห่งนี้อย่างเต็มที่ http://www.muckross-house.ie/index.html
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พักที่: Randles Court Hotel / หรือระดับใกล้เคียง

เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมบริเวณ ริง ออฟ เคอร์รี่ (Ring of Kerry) ชมความสวยงามและทัศนียภาพของทะสาบ บริเวณเมือง คิลลานี่ ท่ามกลางขุนเขาสลับซับซ้อนดูแล้วทำให้เกิดความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ได้สร้างสรรค์ไว้อย่างงดงามที่
ท่านจะต้องประทับใจไม่รู้ลืม ชมปราสาทโรส (Ross Castle) ตัวปราสาทได้ถูกสร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 15 โดยตระกูล O’Donoghues Mor (รอสส์) และได้มีการเปลี่ยนมือเจ้าของ ไปเป็นของตระกูล MacCarthy Mór จากนั้น
เขาก็ขายปราสาทและที่ดินให้กับ เซอร์วาเลนไทน์ บราวน์ และเกิดเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามไอริซ
กับสหราชอาณาจักร
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าชมศูนย์ท่องเที่ยวสเกลลิก (Skellig Experience) ได้รับการสนับสนุนโดย Cork Kerry Tourism เพื่อแสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของสิ่งมีชีวิตบริเวณชายฝั่ง Skellig Islands ภายในศูนย์ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าชมใด้เรียนรู้ถึงสภาพแวดล้อมและสัตว์ต่างๆ ประวัติศาสตร์และโบราณคดี การเดินทางนกทะเล และที่อยู่อาศัย นำท่านชมอาคารต่างๆ ในเมือง Cahersiveen ชมโบสถ์ O’ Connell Memorial Church โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองจากนั้นนำท่านออกเดินทางต่อลัดเลาะริมชายฝั่ง ชมภาพชนบทที่แสนจะสงบสุขและน่าแปลกตายิ่งนัก นำท่านออกเดินทางสู่เมืองลิมริค (Limerick)
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พักที่: Randles Court Hotel / หรือระดับใกล้เคียง

เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมเมืองลิมริค(Limerick) เมือเก่าแก่แสนสวยที่ตั้งอยู่บริเวณที่ปากแม่น้ำแชนนอน อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้และความงดงามของมหาสมุทรแอตแลนติก เสมือนเป็นประตูสู่มหาสมุทรแอตแลนติกของชาวไอริส เมืองลิมริคมีประชากรอยู่อาศัยมาอย่างยาวนาน 800 ปีก่อนคริสตกาล ชาวไวกิ้งยังเคยมาบุกปล้นสดมภ์ และตั้งรกรากอย่ในบริเวณนี้ นำท่านเก็บภาพบริเวณปราสาทลิมริคหรืออีกชื่อหนึ่งคือปราสาทพระเจ้าจอห์น ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1210 ตัวปราสาทตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำแชนนอน มีความยิ่งใหญ่และสวยงามอย่างยิ่ง
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ Kildare Village Designer Outlet เอาท์เล็ทแบรนด์เนมที่ใหญ่ที่สุดในไอร์แลนด์เต็มไปด้วยสินค้าต่างๆมากมาย อาทิ Armani, Barbour, Boss, Calvin Klein Jeans, Chloé, Diesel, DKNY, Guess, Lacoste, Michael Kors, Mido, Molton Brown, Moncler, Mulberry, Nike, Polo Ralph Lauren, Polo Ralph Lauren Children, Prada, PUMA, Samsonite, Zwilling J.A. Henckels
https://www.tbvsc.com/kildare-village/en/brands/
ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางต่อสู่กรุงดับบลิน (Dublin) เมืองหลวงของ สาธารณรัฐไอร์แลนด์
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Hilton Garden Inn Custom House / Clayton Hotel Leopardstown / หรือระดับใกล้เคียง

เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ตัวเมืองดับลินนั้นตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลไอริชมีหาดทรายที่ยาวไปตามชายฝั่งทะเล ชื่อดับลินนั้นมาจากคำว่า Dubh Linn ซึ่งในภาษาไอริชมีความหมายว่า “สระน้ำสีดำ” (Black Pool) มีการจดบันทึกว่าถูกตั้งเป็นชุมชนตั้งแต่ศตวรรษที่ ของอาณาจักรไอร์แลนด์ เมืองขยายอย่างรวดเร็วจากศตวรรษที่ 17 และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองรองจากลอนดอน ในจักรวรรดิอังกฤษ ก่อนการ

 

กระทำของสหภาพในปี ค.ศ. 1800 หลังจากการแบ่งแยกไอร์แลนด์ในปี 1922 ดับลินกลายเป็นเมืองหลวงของรัฐอิสระไอริชภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นประเทศไอร์แลนด์ เป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์และร่วมสมัยสำหรับการศึกษาศิลปะการบริหารเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ปราสาทดับลิน (Dublin Castle) ปราสาทอันยิ่งใหญ่เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของประเทศสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ตัวปราสาทถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานของชาวไวกิ้งตั้งแต่คริสตวรรษที่ 11 และปรับปรุงต่อเติมกันมาเรื่อยๆ ปัจจุบันเป็นสถานที่ทำงานของคณะรัฐบาลไอร์แลนด์ และบางส่วนเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้า นำท่านชมเก็บภาพความยิ่งใหญ่จากบริเวณจตุรัสหน้าปราสาท จากนั้นนำท่านเข้าชมภายในปราสาทดับลิน ชมห้องรับแขก(The Drawing Room) ห้องเจมส์ คอนนอลลี่(The James Connolly Room) บุคคลสำคัญของประเทศไอร์แลนด์ ที่นำการปฏิวัติต่อสู้เพื่ออิสรภาพจากสหราชอาณาจักร ชมห้องบัลลังค์(The Throne Room) ซึ่งมีความสำคัญมากในการปกครองของประเทศอังกฤษต่อไอร์แลนด์ในสมัยก่อน ให้ท่านเก็บภาพความประทับใจอย่างเต็มที่จากนั้นมีเวลาให้ท่านชื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย

เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

นำท่านเดินทางสู่โรงงานกินเนส เบียร์(Guinness Beer) โรงเบียร์กินเนสส์ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1759 ตั้งอยู่ที่ St. James Gate ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานเบียร์เก่า เบียร์ดำกินเนสส์เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป เรียกว่า ‘Stout’ หรือที่คนกินเนสส์เรียกว่า Dark Ruby สีดำของเบียร์ได้มาจากวิธีการบ่มที่ใช้ข้าวบาร์เลย์มาคั่ว (Roasted Malted Barley) น้ำตาลและกรดอะมิโนที่อยู่ในข้าวจะทำให้เกิดกระบวนการที่เรียกว่า Caramelized ทำให้เบียร์มีสีดำ แม้เบียร์กินเนสส์จะกำเนิดในไอร์แลนด์ แต่แหล่งที่เบียร์ยี่ห้อนี้ขายดีที่สุดคือ ประเทศคาเมรูนและกาน่า ทวีปแอฟริกา จัดแสดงเรื่องราวของการผลิต การขนส่ง การจำหน่ายไปในพื้นที่ต่างๆ ของโลก นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์กินเนส พาท่านเดินชมขั้นตอนการผลิดเบียร์ โดยจะเริ่มต้นจาก The Tasting Rooms แนะนำการดื่มด่ำกับรสชาติเบียร์ Advertising แสดงโฆษณากินเนสส์ที่เคยเผยแพร่ไปทั่วโลก Guinness Academy Connoisseur Experience เป็นชั้นไฮไลต์สำหรับชมการสาธิตวิธีรินเบียร์ดำ และทดลองรินเบียร์ด้วยตนเอง รวมทั้งให้ทุกท่านได้ชิมเบียร์รสชาติต้นตำรับจากโรงงาน ซึ่งการรินเบียร์ดำจะใช้ก๊าซไนโตรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ผสมลงไปให้เกิดฟอง เมื่อรินเสร็จต้องทิ้งไว้ประมาณ 1 นาทีให้เบียร์เซ็ตตัวและมีเนื้อเนียน จากนั้นมีเวลาให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกตามอัธยาศัย ได้เวลาสมควรนำท่านเข้าสู่ย่านการค้า อิสระช้อปปิ้ง สินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ Mark & Spencer, NEXT, Burberry ฯลฯ  

ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่: Hilton Garden Inn Custom House / Clayton Hotel Leopardstown / หรือระดับใกล้เคียง

เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชมเมือง เก็บภาพโบสถ์เซนต์แพทริค (St.Patrick) ศูนย์กลางทางศาสนาของชาวไอริซ สร้างในค.ศ.1192 อุทิศแด่นักบวชแพททริค ผู้นำศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิค เข้ามาเผยแพร่ในดินแดนของชาวเคลท์โบราณเป็นท่านแรก ภายหลังจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนักบุญประจำชาติของชาวไอริช  ชมโบสถ์พระคริสต์  โดยกษัตริย์ไซตริกซึ่งเป็นกษัตริย์ไวกิ้ง จากนั้นนำท่านบันทึกภาพอาคารที่สร้างในยุคจอร์เจียน บนถนนฟิตซ์วิลเลียมที่มีลักษณะพิเศษโดย มีการใช้สีสันที่ฉูดฉาดบนบานประตูอันเป็น

เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชาวไอริช จากนั้นอิสระทุกท่านตามอัธยาศัย ได้เวลาสมควรพร้อมกัน ณ จุดนัดหมายเพื่อออกเดินทางสู่สนามบิน(กรุณาตรงต่อเวลานัดหมาย)

15.20 ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์เที่ยวบินที่ QR018 

00.25 เดินทางถึงกรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ (แวะพักเปลี่ยนเครื่อง)
02.25 เหินฟ้าสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR980
12.55 เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
************************************************************

ค่าทัวร์ต่อท่าน

รายละเอียด ราคา (บาท)

ราคานี้รวม

1. ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เอดินเบอระ // ดับบลิน-กรุงเทพฯ
2. ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามระบุไว้ในรายการ พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง กฎหมายในยุโรปไม่อนุญาตให้
คนขับรถเกิน 12ช.ม. / วัน
3. โรงแรมที่พักตามระบุหรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน โรงแรมส่วนใหญ่ในยุโรปจะไม่มีเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากอยู่
ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำและราคาโรงแรมจะปรับขึ้น 3-4 เท่าตัว หากวันเข้าพักตรงกับงานเทศกาลหรือการประชุมต่างๆ
อันเป็นผลที่ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนย้ายเมือง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมเป็นหลัก
4. ค่าอาหารที่ระบุในรายการ ให้ท่านได้เลิศรสกับอาหารท้องถิ่นในแต่ละประเทศ
5. ค่าบริการนำทัวร์โดยหัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวให้ความรู้ และคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการ
เดินทาง
6. ค่าประกันสุขภาพและอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่านละ 3,000,000 บาท
7. ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่าอังกฤษ (ใช้เวลาในการดำเนินการ 45 วันไม่รวมวันหยุดเสาร์อาทิตย์)
8. ค่าทิปพนักงานขับรถและบริกรระหว่างการเดินทาง
9. พนักงานยกกระเป๋า ณ โรงแรมที่พักตลอดการเดินทาง

ราคานี้ไม่รวม

1. ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ วันล่ะ 100 บาท(1,200 บาท) หากท่านประทับใจในการเดินทาง
2. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % หัก ณ ที่จ่าย 3 %
3. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มและอาหารนอกเหนือจากที่ระบุในรายการ
4. ค่าผกผันของภาษีน้ำมันที่ทางสายการบินแจ้งเปลี่ยนแปลงกะทันหัน

จองเลย โปรแกรมทัวร์ กลับไปหน้าที่แล้ว