• กรุ๊ปทัวร์ แพคเกจทัวร์ บริการจัดทัวร์ตามไลฟ์สไตล์
  • Mobile: 085 149 3941 (DTAC) - 084 139 9305 (TRUE)
  • Email: info@AlwaysVacationTour.com
อิตาลี

อิตาลีใต้-ซิซิลี-เกาะมอลต้า 11 วัน พักโรงแรมถ้ำมาเทรา

รหัสทัวร์
WCNT…WCNT220147
ประเทศ
อิตาลี
ระยะเวลา
11 วัน 8 คืน
วันที่
02 ธ.ค. - 8 พ.ค. 2023
สายการบิน
เตอร์กิช แอร์ไลน์
เริ่มต้นที่

149,900 บ.

กำหนดการเดินทาง

2-12 ธ.ค. 2565
23-31 ม.ค. 2566
10-20 ก.พ. 2566
17-27, 31 มี.ค. – 10 เม.ย. มี.ค. 2566
28 เม.ย. – 08 พ.ค. เม.ย. 2566

ไฮไลท์ทัวร์

รายละเอียดทัวร์

บารี – อัลเบโรเบลโล – มาเทร่า – ปาแลร์โม – อากรีเจนโต้ – หุบเขาแห่งวิหาร – คาเทนยา – นั่งกระเช้าชมวิวภูเขาไฟเอ็ดน่า – ซิราคิวส์ – วาเล็ตต้า – ล่องเรือชมเกาะมอลต้า – เกาะโกโซ – ชมเมืองมรดกโลก – ปราสาทซเวโว – ชมหมู่บ้านอัลเบโรเบลโล – บารี – มาเทรา(มรดกโลก) – จัตุรัสวิตโตริโอ – ชมพระอาทิตย์ตก – โกเซนซา – ทอร์มิน่า – ภูเขาไฟเอทน่า – นั่งรถโฟร์วิล – นั่งกระเช้าชมวิวเมืองปาแลร์โม – อะกรีเจนโต้ – อะกรีเจนโต้ – หุบเขาแห่งวิหาร – เซราคิว – ท่าเรือโพซซัลโล – วัลเลตต้า(มอลต้า) – วัลเล็ตต้า – เกาะมอลต้า – ฮาการ์ กิม – ช้อปปิ้งบริเวณจัตุรัสเซนต์จอร์จ

โปรแกรมการเดินทาง

17.30 น. พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เคาน์เตอร์ สายการบินเตอร์กิสแอรไลน์ (Turkist Airlines)

23.00 น. ออกเดินทางสู่กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบินที่ TK069

05.30 น. เดินทางถึงกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี นำท่านต่อเครื่อง

08.45 น. ออกเดินทางสู่กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยเที่ยวบินที่ TK1445

09.50 น. เดินทางถึงเมืองบารี ประเทศอิตาลี นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองอัลเบโรเบลโล (Alberobello) (60 กม.) อัลเบโรเบลโล ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาปูเลีย(Apulia) ของอิตาลี มีชื่อเสียงเนื่องจากสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ บ้านเรือนท้องถิ่นมีหลังคารูปกรวย ตัวบ้านเรือนสร้างจากหินปูนมีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี

เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินชมเมืองอัลเบโรเบลโลที่น่ารัก ที่เต็มไปด้วยร้านค้าร้านกาแฟ รวมถึงร้านของที่ระลึกมากมาย เมืองนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1996และเป็นจุดหมายที่นิยมมาท่องเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งของอิตาลีใต้ ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางเข้าสู่เมืองบารี(Bari) บารีเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคอาปูเลียในเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดที่แห่งหนึ่งของอิตาลีใต้ มีท่าเรือและมหาวิทยาลัย เมืองบารีแบ่งเป็นเขตต่างๆ ทางทิศเหนือเป็นเมืองเก่าที่สร้างขึ้นริมทะเลระหว่างท่าเรือสองแห่งที่ทันสมัยกับมหาวิหารเซนต์นิโคลัส, วิหารซานซาบิโนและปราสาท Hohenstaufen สร้างขึ้นสำหรับกษัตริย์เฟรเดอริคที่สอง ทางทิศใต้คือย่านมูรัต (Murat) เขตเมืองที่ทันสมัยย่านช็อปปิ้งสำคัญ นำท่านเก็บภาพปราสาทซเวโว (Castello Svevo) แลนด์มาร์คหลักของบารี ตัวปราสาทตั้งอยู่ริมทะเลอเดรียติก (Adriatric Sea) มีที่กำแพงป้องกันล้อมรอบ แต่เดิมเป็นที่ตั้งของป้อมปราการอาณาจักรโรมันและไบแซนไทน์ และได้รับการบูรณะโดยจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ เฟรดเดอริกที่ 2 ภายหลังได้ถูกสร้างเพิ่มเติมและตกแต่งใหม่โดยกษัตริย์ แห่ง อาร์รากอน อิสระทุกท่านเก็บภาพความงามตามอัธยาศัย

นำท่านเดินเข้าสู่เขตเมืองเก่าบริเวณจตุรัสเมอร์ชานไทล์ (Piazza Mercantile) เป็นบริเวณที่พลุกพล่านไปด้วยคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ในบริเวณนี้ยังเป็นท่าเรือที่สามารถข้ามฟากไปยังเมืองดูบรอฟนิค ประเทศโครเอเชียได้อีกด้วย นำท่านเก็บภาพโบสถ์เซนต์นิโคลัส (The Basilica of San Nicola) ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1197 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของนักเดินเรือ จากนั้นมีเวลาให้ท่านเดินเล่นหรือช้อปปิ้งของต่างๆตามอัธยาศัย / นำท่านเข้าสู่ที่พัก

ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่: Nicolaus Hotel Bari / หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง
*** เตรียมกระเป๋าเล็กสำหรับเข้าพักโรงแรมในเขตเมืองเก่ามาเทรา***

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองมาเทรา(Matera) (70 กม.) ผ่านชมเมืองต่างๆระหว่างทาง แวะเก็บภาพตัวเมืองมาเทราจากจุดชมวิว จากนั้นนำท่านเข้าสู่เมืองมาเทรา เมืองโบราณที่มีผู้คนอยู่อาศัยมาตังแต่ยุคหิน เป็นเมืองที่เก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเทียบเคียงกับเมืองเจริโค นำท่านเดินชมเขต Sassi di Matera เมืองที่เคยได้ชื่อว่ายากจนที่สุดในอิตาลี และไม่มีไฟฟ้าใช้รวมถึงน้ำประปาจากรัฐบาลกลาง จนถึงปี ค.ศ.1950 ได้เกิดโรคระบาดรัฐบาลอิตาลีจึงได้สร้างเมืองใหม่และได้อพยพผู้คนออกจากเขตเมืองนี้ทั้งหมด ต่อมาภายหลังเมืองมาเทราได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1993 รัฐบาลอิตาลีจึงเข้ามาปรับปรุงและประยุกต์บ้านถ้ำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว, ร้านอาหารและโรงแรมสุดหรู

เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าเช็ค-อินโรงแรมที่พัก(โรงแรมถ้ำสุดหรูที่ดัดแปลงปรับปรุงจากบ้านเรือนเก่าของชาวเมือง) ได้บรรยากาศแบบดั้งเดิมแต่มีความหรูหราสะดวกสบายแบบโรงแรมยุคใหม่) จากนั้นนำท่านเดินเที่ยวชมเขตเมืองเก่า(รองเท้าผ้าใบแบบสบายๆ)
นำท่านเข้าชมโบสถ์ถ้ำ San Pietro Caveoso ชมงานเขียนเฟสโก้ที่งดงามอายุกว่าพันปี ชมจัตุรัสต่างๆที่สวยงาม บ้านเรือนที่สร้างอยู่ในถ้ำหินปูนและบางหลังสร้างซ้อนกันขึ้นไปแบบที่ท่านไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ชมจัตุรัสดูโอโม (Matera’s Cathedral) เสมือนเป็นศูนย์กลางของเมืองเก่ามีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ตามอัธยาศัยได้เวลาสมควรนำท่านเดินสู่จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน เก็บภาพความงดงามของเมืองเก่าในเวลาเย็น / นำทุกท่านเข้าโรงแรมที่พัก

ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่: Aquatio Cave Luxury Hotel & Spa, Matera / หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านออกเดินทางสู่เมืองโกเชนซ่า (Cosenza) เมืองศูนย์กลางของเขตกาลาเบรีย มีประชากรประมาณ 70,000 คน เป็นเมืองโบราณเก่าแก่ตังแต่ยุคโรมัน มีคอนเซนเทีย อะคาเดมี (Cosentian Academy) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่เก่าแก่ที่สุดของการศึกษาด้านปรัชญาและวรรณกรรมในอิตาลีและยุโรป

เที่ยง  บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ท่าเรือเฟอร์รี่วิลล่า ซาน จิโอวานี่ (Villa San Giovanni Imbarchi) ข้ามฟากสู่ท่าเรือเมสสิน่า อิมบาร์โค (Messina Imbarco) เกาะซิซิลี นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองทอร์มิน่า(Taormina )

นำท่านชมเมืองทอร์มินา เมืองบนยอดเขาทางชายฝั่งตะวันออกของซิซิลี ตั้งอยู่ใกล้กับเมาท์เอทน่า (Mount Etna) ภูเขาไฟชื่อดังที่ยังคุกรุ่นอยู่ ในตัวเมือง, โรงละครกรีกโบราณที่ยังคงใช้อยู่ในปัจจุบัน มีหาดทรายยาวเหยียดเชื่อมต่อกับ Isola Bella เกาะเล็ก ๆ และเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ / จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่: NH Collection Taormina / หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร
นำท่านออกเดินทางสู่ที่ตั้งของภูเขาไฟเอ็ดน่า ภูเขาไฟที่เพิ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2013 ภูเขาไฟ Etna นับเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่มีการปะทุบ่อยครั้ง และมีความสูงที่สุดของยุโรปอีกด้วยนั่นทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเก็บภาพยามควันไฟปะทุ ลอยสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเย็นได้อย่างง่ายดาย นำท่านชมภูเขาไฟเอ็ดน่า (Mount Etna) เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป มีความสูง ประมาณ 3,340 เมตร วัดฐานโดยรอบได้ 150 เมตร เป็นที่รู้จักกันในภาษาท้องถิ่นว่า “ปล่องไฟแห่งซิซิลี” ในหน้าหนาวท่านจะเห็นหิมะปกคลุมอยู่บนยอดเขา ตามประวัติมีบันทึกไว้ว่าภูเขาเอ็ดน่าเกิดการปะทุขึ้นครั้งแรกในปี 396 ก่อนคริสตกาล ท่านจะได้เห็นซากลาวาและเถ้าถ่านของภูเขาไฟ นำท่านขึ้นรถกระเช้า Cable Car ขึ้นสู่ความสูงประมาณ 2,500 เมตร เพื่อไปสู่จุดชมวิว ที่ท่านจะสามารถเห็นทิวทัศน์และบันทึกภาพของภูเขาไฟเอ็ดน่าได้อย่างชัดเจน ท่านสามารถชมภาพเหตุการณ์ที่ภูเขาไฟ ระเบิดเมื่อ ค.ศ.2006 สนุกสนานกับการนั่งรถจิ๊ปพิเศษ ขึ้นภูเขาเอ็ดน่า ที่ความสูง 2,950 เมตร มีหิมะปกครุมตลอดทั้งปี ชมความมหัศจรรย์ของวิวทิวทัศน์หนึ่งเดียวในยุโรป ที่ Mt.Etna บนเกาะซิซิลี

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองปาแลร์โม (Palermo) เมืองหลวงของแคว้นปกครองตนเองซิซิลี ที่มีประวัติยาวนาน ย้อนหลังไปถึง 800 ปีก่อนคริสตกาลและผ่านการยึดครองจากหลายชาติหลายภาษาทำให้มีโบราณสถานและโบราณวัตถุ ที่มีลักษณะและรูปแบบแตกต่างกัน อยู่เป็นจำนวนมากเมืองปาเลอร์โม เมืองหลวงของเกาะซิซิลีอยู่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะและเป็นต้นกำเนิดของหนังเรื่อง The God Father ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวมาเฟียชาวอิตาลีสองรุ่น ตั้งแต่วัยเด็กที่เกาะซิซิลีจน เริ่มสร้างอิทธิพลขึ้นมาเป็นมาเฟียใหญ่ในนิวยอร์ค

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก

พักที่: Hotel NH Palermo / หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

นำท่านชมมหาวิหารแห่งปาเลอร์โม(Palermo Cathedral) ที่สร้างอุทิศแด่พระแม่มารีงานก่อสร้างส่วนใหญ่ เกิดขึ้นในราวคริสตศ์ ตวรรษที่ 15 – 16 โดยเฉพาะหน้ามุขด้านใต้ที่เป็นศิลปะแบบคาตาลัน-กอธิคและที่งดงามมากอีกอย่างหนึ่งก็คือโดมทรงกลมชมย่านควอทโตร คานติ (Quatto Canti) ย่านใจกลางเมืองเก่า มีอนุสาวรีย์รายล้อมด้วยน้ำพุและรูปปั้นบริเวณจตุรัสเปรตอเรีย (Piazza Petroria) เดินทางสู่เขตมอนเรอาเล (Monreale) หรือ Mons Regalis ที่มีความหมายในภาษาอังกฤษว่า Royal Mountain ตั้งอยู่บนลาดเขาคาปูโต้ชม มหาวิหารแห่งมอนเรอาเล (Monreale Cathedral) ผลงานอันโดดเด่นที่เป็นการผสมผสานศิลปะสามรูปแบบเข้าด้วยกัน เริ่มจากทรงสถาปัตยกรรมแบบนอร์มัน แต่มีความงามเป็นเลิศที่หินโมเสคที่ใช้ในการประดับประดาวิหารอัน เป็นคุณลกัษณะของศิลปะไบแซนไทน์หินโมเสคเหล่านี้เล่าเรื่องราวในคัมภีร์ศาสนาคริสต์จากการสร้างโลกไปจนถึงยุคของพระบุตรและนักบุญและมีเสาประดับวิหารที่แสดงให้เห็นถึงความอิสระที่ไม่ธรรมดาของรูปแบบศิลปะโรมาเนสก์ ชมเขตเมืองเก่าของมอนเรลาเล เมืองนี้ยังมีชื่อเสียงในเรื่องของงานศิลปะท้องถิ่นและเครื่องเซรามิก ที่มีรูปแบบรูปทรงให้เลือกมากมายตั้งแต่แบบโบราณไปจนถึงแบบสมัยใหม่

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
อิสระทุกท่านเก็บภาพความสวยงามและเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองอะกรีเจนโต้(Agrigento) เมืองที่เต็มไปด้วยโบราณสถานกรีกจนได้ถูกยกย่องว่า เป็น หุบเขาแห่งวิหาร (The Valley of Temples) ถือว่า เป็นหนึ่งในเมืองของอารยธรรมกรีกที่รุ่งเรืองที่สุดในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ดังนั้นชาวอาครากาสซึ่งย้ายถิ่นฐานมาจากกรีกเมื่อ 800 ปีก่อนคริสต์กาลจึงได้สร้างวิหารเพื่อบูชาเทพเจ้าของกรีกไว้ณ เมืองแห่งนี้

ค่ำ  บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่: Hotel Costazzurra Museum & Spa / Oasi Di Selinunte Hotel / หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเข้าชม หุบเขาแห่งวิหาร(The Valley of Temples) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้เมอื่ ปีค.ศ.1997 นำท่านชมวิหารต่างๆภายในหุบเขาแห่งนี้เริ่มจากวิหารคองคอร์เดีย(Temple of Concordia) วิหารรูปทรงคล้ายวิหารพาร์เธน่อน แห่ง กรุงเอเธ่น ประเทศกรีซ ซึ่งบรรดานักท่องเที่ยวที่ได้เข้าชม ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ยังคงความสมบูรณ์กว่าวิหารพาร์เธน่อนเสียอีก นำท่านชมวิหารเฮร่า (Temple of Hera) วิหารซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาบนจุดที่สูงที่สุดของหุบเขานี้วิหารเฮอร์คิวลิส (Temple of Hercules) วิหารซึ่งมีเสาขนาดใหญ่กว่าวิหารอื่นๆ ซึ่งแสดงได้ถึงความเชื่อของชาวกรีกในความทรงพลังของเทพเฮอร์คิวลิส ต่อด้วยวิหารอื่นๆ ในหุบเขาแห่งนี้ ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่เมืองซีรากูซา (Syracuse)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเที่ยวชมเมืองซีรากูซา (Syracuse) เป็นเมืองประวัติศาสตร์ยาวนาน แห่งแคว้นปกครองตนเองซิซิลี ตั้งอยู่ริมทะเลไอโอเนียน เป็นเมืองหลวงของจังหวัดซีรากูซา เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์กรีกโบราณทั้งด้านวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม มีซากปรักหักพังของวิหารและโรงละครกรีกประมาณ 500 ปีก่อนคริสต์ศักราช บางส่วนของกำแพงเมืองและป้อมปราการ สนามกีของโรมัน และสุสานใต้ดินหลายแห่ง เป็นสถานที่เกิดของอาร์คิมิดีส นักคณิตศาสตร์และวิศวกรชาวกรีก เป็นเมืองเก่าแก่อายุ 2,700 ปี มีบทบาทสำคัญในยุคโบราณ หนึ่งในมหาอำนาจในโลกแห่งเมดิเตอร์เรเนียน เมืองนี้ก่อตั้งขึ้นโดยชาวอาณานิคมโครินเทียน ต่อมาเป็นเมืองใหญ่ที่สุดและสำคัญมาก ได้ขยายอิทธิพลไปทั่วทั้งเกาะและตอนใต้ของอิตาลี ชาวไบแซนไทน์เข้าครอบครองใน ค.ศ. 535 และสถาปนาเป็นเมืองหลวงของซิซิลี เมืองนี้หมดความสำคัญ ลงในสมัยกลาง ในยุคปัจจุบัน เมืองได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกร่วมกับเนโกรโปลิสแห่งปันตาลีกา / ออกเดินทางสู่ท่าเรือเมืองโพซซัลโล (Pozzallo)

ค่ำ  บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร

20.30 น. นำท่านลงเรือเฟอร์รี่ออกเดินทางสู่เมืองวัลเลตต้า

22.00 น. เดินทางถึงเมืองวัลเลตต้า (Valletta) / นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก

พักที่: Hotel Cavalieri, San Giljan / Osborne Hotel / หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก /
นำท่านเที่ยวชมเมืองเก่าสามเมืองแห่งเกาะมอลต้า อันได้แก่ เมืองคอสปิคัว, เมืองแซงเกลีย และเมืองวิททอริโอซา เมืองที่ได้มีสร้างกำแพงป้อมปราการโอบล้อมโดยรอบ นำท่านแวะถ่ายรูปกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น ป้อมปราการโบราณ, โบสถ์ประจำเมือง, ศาลาว่าการเมือง และท่าเรือเมืองเก่า นำท่านชมเมืองหลวงของสาธารณรัฐมอลต้า ซึ่งได้ตั้งชื่อเมืองตามชื่อของ Jean Parisot De La Valetta ผู้ซึ่งสามารถป้องกันการรุกรานเกาะมอลต้า จากอาณาจักรออตโตมานในปี ค.ศ.1565 เมืองวัลเลตตาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี 1980 นำท่านชม สวนบารัคคา (Barracca Garden) ภายในสวนประกอบไปด้วย Upper Barracca และ Lower Barracca ในส่วน Upper นั้นได้สร้างขึ้นในปี 1661 โดยอัศวินชาวอิตาเลียน จากบริเวณสวนจะเห็นวิวของอ่าวแกรนด์ฮาร์เบอร์ได้ชัดเจน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าชมวิหารเซนต์จอห์น สร้างโดยอัศวิน เซนต์จอห์นเพื่อมอบเป็นเกียรติแก่ผู้อุปถัมภ์เหล่าอัศวินทั้งหลาย ความพิเศษของวิหารแห่งนี้คือการ ออกแบบตกแต่งโดยสถาปนิกและศิลปินชาวมอลต้าในช่วงศตวรรษที่ 16 จากนั้นชมปราสาทโอเบอร์ (Auberge de Castille) อาคารที่มีความสง่างามและใหญ่โตที่สุดแห่งหนึ่ง ในเมืองวัลเลตตา ตั้งอยู่บนจุดที่สูงที่สุดของคาบสมุทรซึ่งถูกออกแบบให้เป็นสถานที่หรูหราที่สุด ปัจจุบันใช้เป็นที่พำนักของนายกรัฐมนตรีของประเทศสาธารณรัฐมอลต้า นำท่านเข้าชมพระราชวังแกรนด์มาสเตอร์ อดีตพระราชวังยุคศตวรรษที่ 16 แรกเริ่มเดิมทีถูกใช้เป็นสถานที่บัญชาการรบของอัศวินในยุคนั้น และภายหลังเสร็จสิ้นสงคราม ได้ถูกต่อเติมเป็นพระราชวัง แต่แล้วถูกโอนย้ายเปลี่ยนมือเป็นสถานที่พำนักของผู้ปกครองจากประเทศอังกฤษในช่วงศตวรรษที่ 19 และกลับมาถือครองโดยประเทศมอลต้าภายหลังประกาศเอกราชในปี ค.ศ.1964 และในปัจจุบันถูกใช้เป็นอาคารรัฐสภาแห่งมอลต้า สถานที่ทำงานของประธานาธิบดีแห่งมอลต้า ภายในตัวอาคารตกแต่งแบบนิโอคลาสสิค และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในบางส่วนที่จัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับจัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์และยุทโธปกรณ์ของอัศวินในอดีต นำท่านเที่ยวชมเมืองราบัต(Rabat) เมืองสําคัญในอดีตของมอลต้าและเป็นแหล่งสําคัญของมรดกทางวัฒนธรรมแห่งมอลต้าเป็นเมืองที่เป็นที่ตั้งของเมืองเก่าโรมัน เมืองนี้เป็นฉากในการถ่ายภาพยนต์เรื่องมิวนิคและแบล็ค อีเกิล อีกด้วย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่: Hotel Cavalieri, San Giljan / Osborne Hotel / หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางสู่เกาะโกโซ (Gozo Island ) อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศมอลต้า โดยเกาะนั้นตั้งอยู่ในเขตทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นอีกหนึ่งเกาะในตำนาน ที่บางครั้งมักเรียกว่า เกาะแห่งคาลิปโซ่ ปัจจุบันเกาะโกโซ เป็นเกาะที่มีความงดงามทางธรรมชาติมากแห่งหนึ่งของหมู่เกาะมอลต้า เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมของเหล่านักดำน้ำ นำท่านเที่ยวชมและถ่ายรูปกับกังหันลม Ta Kola และถ่ายรูปกับถ้ำคาลิปโซ จากนั้นนำท่านเข้าชมวิหารกันติจา ปัจจุบันได้รับการบรรจุไว้ในรายชื่อของมรดกโลกในปี ค.ศ.1980โดยวิหารถูกสร้างขึ้นจากหินขนาดใหญ่และถือว่าเป็นหนึ่งในอนุสาวรีย์หินใหญ่ ที่สามารถย้อนกลับไปในยุคสมัยหินใหม่ (3600-2500 BC) เชื่อกันว่าเป็นวิหารทางศาสนาที่มีความเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านถ่ายรูปกับป้อมปราการวิคตอเรีย ที่ตั้งขึ้นตามพระนามของสมเด็จพระราชินีวิคตอเรียแห่ง
อังกฤษในโอกาสเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบรอบ 25 ปี จากนั้นนำท่านเที่ยวชมเมืองเก่าแห่งเกาะโกโซ พร้อมเก็บภาพความสวยงามทั้งธรรมชาติและหมู่อาคารบ้านเรือนโรมันโบราณที่ยังคงความสวยงาม จวบจนปัจจุบัน อิสระให้ท่านได้เก็บภาพตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านชมวิหารทาพินู วิหารโรมันคาธอลิก ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้หน้าผา ด้านในโบสถ์ประดับด้วยภาพโมเสคจำนวน 6 ภาพ และกระจกสีจำนวน 76 บาน และมีหอระฆังสูง 61 เมตร นับเป็นอีกหนึ่งโบสถ์ที่มีความสำคัญของคริสตจักร เนื่องจากพระสันตะปาปามาเยือนถึง 2 ท่าน ซึ่งโป๊ปจอห์นปอลที่ 2 เคยเสด็จมาเยื่อเมื่อปี ค.ศ.1990 และ โป๊ปเบเนดิกต์ที่ 14 มาเยือนเมื่อปี ค.ศ. 2010 และได้มอบกุหลาบสีทอง หรือ โกลเด้นโรส สัญลักษณ์แห่งความศักดิ์สิทธิ์ไว้ ณ โบสถ์แห่งนี้

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่: Hotel Cavalieri, San Giljan / Osborne Hotel / หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านล่องเรือชมทัศนียภาพความสวยงามของเกาะมอลต้า นำท่านถ่ายรูปกับถ้ำบลูกร๊อตโตแห่งเกาะมอลต้า นำท่านถ่ายรูปกับหน้าผาดิงลี (Dingli Cliffs) อีกหนึ่งผางามแห่งเกาะมอลต้า (การล่องเรือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ หากอากาศไม่เอื้ออำนวย ทางบริษัทฯ จะจัดกิจกรรมอื่นทดแทน)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นมีเวลาให้ทุกท่านเดินเล่นในบริเวณจัตุรัสเซนต์จอร์จ (St George’s Square) หรือพาเลส สแควร์ ที่เต็มไปด้วยร้านค้าและร้านกาแฟน่ารักมากมาย จากนั้นนำท่าน อิสระทุกท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัยได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินมอลต้า

19.40 น. ออกเดินทางกลับสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบินที่ TK1372

23.05 น. เดินทางถึงสนามบินอสตันบูล นำท่านต่อเครื่องสู่สนามบินสุวรรณภูมิ
วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง(11) อิสตันบูล – กรุงเทพฯ

01.25 น. ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิโดยเที่ยวบินที่ TK062

15.25 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

**********************************************************
หมายเหตุ…โปรแกรมการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาพ ลม ฟ้า อากาศ การจราจร การล่าช้าของสายการบิน และสถานการณ์ในต่างประเทศที่ทางคณะเดินทางในขณะนั้น เพื่อความเหมาะ และความปลอดภัยในการเดินทาง บริษัทฯ ได้มอบหมายให้ หัวหน้าทัวร์ผู้นำทัวร์ มีอำนาจตัดสินใจ ณ ขณะนั้นทั้งนี้การตัดสินใจ จะคำนึงถึงความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และผลประโยชน์ของหมู่คณะเป็นสำคัญ

 

ค่าทัวร์ต่อท่าน

รายละเอียด ราคา (บาท)

ราคานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-บารี // วาเล็ตต้า-กรุงเทพฯ(หรือสลับเมืองก่อนหลัง)
  • ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามระบุไว้ในรายการ พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง กฎหมายในยุโรปไม่อนุญาตให้คนขับรถเกิน 12 ช.ม./วัน
  • โรงแรมที่พักตามระบุหรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน ราคาโรงแรมจะปรับขึ้น 3-4 เท่าตัว หากวันเข้าพักตรงกับงานเทศกาลเทรดแฟร์หรือการประชุมต่างๆ อันเป็นผลที่ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนย้ายเมือง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมเป็นหลัก
  • ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่ายุโรปหรือกลุ่มเชงเก้นวีซ่า และค่าธรรมเนียมวีซ่า ทางสถานทูตไม่คืนให้ท่านไม่ว่าท่านจะผ่านการพิจารณาหรือไม่ก็ตาม
  • ค่าอาหารที่ระบุในรายการ ให้ท่านได้เลิศรสกับอาหารท้องถิ่นในแต่ละประเทศ
  • ค่าบริการนำทัวร์โดยหัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวให้ความรู้ และคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง 1 ท่าน
  • ค่าประกันสุขภาพและอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่านละ 3,000,000 บาท (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์)
  • ค่าทิปพนักงานขับรถระหว่างการท่องเที่ยวในยุโรป
  • ค่าน้ำดื่มบริการบนรถโค้ชตลอดการเดินทาง

ราคานี้ไม่รวม

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์ , ค่าซักรีด , ค่าเครื่องดื่มและอาหารนอกเหนือจากที่ระบุในรายการ
  • ค่าผกผันของภาษีน้ำมันที่ทางสายการบินแจ้งเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ วันละ 100 บาท / ท่าน / วัน (หากท่านประทับใจในการบริการ)
จองเลย โปรแกรมทัวร์ กลับไปหน้าที่แล้ว