• กรุ๊ปทัวร์ แพคเกจทัวร์ บริการจัดทัวร์ตามไลฟ์สไตล์
  • Mobile: 085 149 3941 (DTAC) - 084 139 9305 (TRUE)
  • Email: info@AlwaysVacationTour.com
ญี่ปุ่น

ฮอกไกโด อาบน้ำแร่ เล่นสกี 5 วัน 3 คืน

รหัสทัวร์
TAS...WINTER HOKKAIDO SNOW SKI 5D3N
ประเทศ
ญี่ปุ่น
ระยะเวลา
5 วัน 3 คืน
วันที่
01 ธ.ค. - 12 ธ.ค. 2022
สายการบิน
การบินไทย
เริ่มต้นที่

57,900 บ.

กำหนดการเดินทาง

01- 05(วันพระบรมราชสมภพ ร.9), 08-12(วันรัฐธรรมนูญ) ธ.ค. 2565

ไฮไลท์ทัวร์

รายละเอียดทัวร์

ชิโตเซ่ – โนโบริเบทสึ – บ่อโคลนจิโกคุดานิ – ภูเขาไฟอุสุ (เคเบิ้ล) – ฟาร์มหมีสีน้ำตาล – ออนเซน – โทยะ – รุสุซึ สกี รีสอร์ท – คลองโอตารุ – พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้วและกล่องดนตรี – ถนนซาไกมาจิ – ซัปโปโร – ช้อปปิ้งทานุกิโคจิ – ตลาดโจไก – ศาลเจ้าฮอกไกโด – อาคารที่ทำการรัฐบาลเก่า – พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร – สวนโอโดริ – หอนาฬิกา – ช้อปปิ้งสถานีซัปโปโร – ช้อปปิ้ง เรร่า เอาท์เล็ท

โปรแกรมการเดินทาง

20:00 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้นระหว่างประเทศขาออก (ชั้น 4)
พบกับเจ้าหน้าที่ที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
*** หมายเหตุ : เคาน์เตอร์เช็คอินปิดบริการก่อนเวลาเครื่องออก 60 นาที และไม่มีประกาศเตือนผู้โดยสารขึ้นเครื่อง ดังนั้นผู้โดยสาร จำเป็นต้องพร้อม ณ ประตูขึ้นเครื่องก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อย 45 นาที ***

23:55 ออกเดินทางจาก กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบิน TG 670
(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง … เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง)

08:20 ถึง สนามบินชิโตเซ่ ประเทศญี่ปุ่น ดินแดนอาทิตย์อุทัย ผ่านพิธีศุลกากรและตรวจคนเข้าเมือง พร้อมตรวจเช็คสัมภาระ

นำท่านเดินทางสู่ “โนโบริเบทสึ” เมืองที่มีชื่อเสียงด้านบ่อน้ำพุร้อนประจำภูมิภาคฮอกไกโด เพื่อนำท่านชมความแปลกของธรรมชาติที่ “จิโกกุดานิ” หรือ “หุบเขานรก” เป็นหุบเขาที่งดงามตั้งอยู่เหนือย่านบ่อน้ำร้อนโนโบริเบทสึเป็นบ่อโคลนเดือดที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ขึ้นอุดมไปด้วยแร่กำมะถันซึ่งเกิดจากความร้อนใต้พิภพเผาผลาญกำมะถันแล้วพวยพุ่งขึ้นมารวมตัวกันจนเกิดเป็นแอ่ง พร้อมทั้งรอบ ๆ ที่ปกคลุมไปด้วยสีขาวโพลนของหิมะ อิสระให้ท่านได้เดินชมและบันทึกภาพตามอัธยาศัย (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (1)

หลังอาหารกลางวันนำท่านเปลี่ยนบรรยากาศเป็นการ “นั่งกระเช้าไฟฟ้า” สู่ “ภูเขาไฟอุสุ” (Mt. Usuzan) (ในกรณีที่อากาศเอื้ออำนวย) ภูเขาไฟอุสุนั้นมีความสูง 733 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และได้ขึ้นชื่อว่าเป็นภูเขาไฟที่ระเบิดบ่อยที่สุดในญี่ปุ่นในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา โดยเกิดการปะทุขึ้น 4 ครั้ง คือ ปี 1910, 1944, 1945, 1977 และ 2000 ซึ่งทำให้เถ้าถ่านจำนวนมากพุ่งออกมาเป็นระยะทางไกลทำลายอาคารต่าง ๆ ในพื้นที่บางส่วนของเมืองโทยะโกะออนเซน และเนื่องจากมีการเฝ้าระวังติดตามและใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยทำให้คาดการณ์การปะทุของภูเขาไฟได้ล่วงหน้า เพื่อให้ผู้คนอพยพออกจากเมืองได้ทันจึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ปัจจุบันภูเขาลูกนี้หยุดเติบโตแล้ว แต่ยังมีควันขาวปะทุออกมาตามรอยแยกแตกของพื้นหินบนยอดเขาซึ่งมีความร้อนสูงมาก เป็นยอดเขาที่หิมะไม่อาจปกคลุมได้ในฤดูหนาว อิสระให้ท่านได้ ชื่นชมกับความสวยงามของธรรมชาติและวิวทิวทัศน์ในอีกรูปแบบหนึ่ง

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “แหล่งอหลังอาหารไม่ควรพลาดประสบการณ์ “การอาบน้ำแร่ธรรมชาติ” เพื่อสุขภาพ / “โอนเซ็น” (Onsen) น้ำแร่สไตล์ญี่ปุ่นให้ท่านได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม ซึ่งชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าน้ำแร่ธรรมชาตินี้มีส่วนช่วยเรื่อง โรคภัยไข้เจ็บและผิวพรรณเปล่งปลั่ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (3)

นำท่านเดินทางสู่ “รุสุซึ รีสอร์ท” รีสอร์ทที่อยู่กลางหุบเขาทั่วพื้นที่จะปกคลุมไปด้วยหิมะตลอดช่วงหน้าหนาว … อิสระให้ท่านได้เต็มอื่มกับการพักผ่อนสำหรับครอบครัวด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ท่านจะได้สัมผัสกับ “หิมะ” นำท่านสนุกสนานกับกิจกรรมตามอัธยาศัย การเล่น “ทูบ” แผ่นยางวงกลมที่จะนำท่านสไลด์ลงมาบนทางลาดชั้นที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนสะอาดตา หรืออิสระให้ท่านได้เลือกเพลิดเพลินกับประสบการณ์ใหม่กับกิจกรรมต่าง ๆ อีกมากมาย ให้ท่านได้ตื่นเต้นท้าทายความกล้าแบบไม่ต้องเม้มกับการลื่นไถลด้วย “สกี” กับลานสกีขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมภูเขาเอาไว้ทั้งหมด 3 ลูก และมีคอร์สสกีมากกว่า 30 คอร์ส ปลดปล่อยความมันส์ไปกับ “สุนัขลากเลื่อนหิมะ” ที่ท่านจะรู้จักความน่าของสุนัขแสนรู้พันธุ์ไซบีเรี่ยน นอกจากนี้ยังมีโซนสำหรับน้อง ๆ หนู ๆ “Kid Park” ได้สนุกสนานกับคอร์สสกีเริ่มต้นสำหรับเด็ก หรือเร้าใจทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูก ๆ กับการ “นั่งเลื่อนลานน้ำแข็ง” ไปพร้อม ๆ กันด้วยความยาวกว่า 60 เมตร นอกจากนี้ยังมีสโนว์โมบิวนั่งเรือยางบนหิมะขี่ม้า ฯลฯ (***ไม่รวม*** ค่าบริการสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ค่าเช่าชุดสกี ค่าอุปกรณ์ ค่าครูฝึกสอน และค่ารองเท้าเดินบนน้ำแข็ง / ***รวม*** แค่การเล่น “ทูบ” เพียงอย่างเดียวเท่านั้น)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (4)

หลังอาหารกลางวันนำท่านเดินทางสู่ “เมืองโอตารุ” ภายในเมืองโอตารุมีอาคารและโกดังเก่าแก่ในสไตล์ตะวันตกแบบวิคตอเรียนที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อยู่หลายแห่ง ทำให้ได้บรรยากาศเหมือนมาท่องเที่ยวยุโรป ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหาร เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมือง ที่สามารถมาเยี่ยมชมได้ทั้งหน้าหนาวที่มีหิมะปกคลุมอย่างสวยงาม และในฤดูอื่น ๆ ตลอดทั้งปี … เพื่อนำท่านเดินทางสู่ “คลองโอตารุ” (Otaru Canal) ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญโดยริมคลองแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโอตารุ มีประวัติความเป็นมายาวนาน เพราะในอดีตเป็นท่าเรือที่คึกคักในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 เรือลำใหญ่จะถ่ายสินค้าลงเรือลำเล็กและลำเลียงไปตามคลอง ต่อมาเมื่อมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยมาขึ้น ก็สามารถขนส่งสินค้าผ่านเรือลำใหญ่ ต่อมาช่วงปี ค.ศ.1980 ที่บริเวณคลองแห่งนี้ได้รับการบูรณะให้สวยงามขึ้นจนน่าเที่ยวขนาดนี้ แถบโกดังริมคลองก็เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ ร้านค้า และร้านอาหาร ช่วงกลางคืนนี่เรียกว่าเป็นไฮไลต์สำหรับการท่องเที่ยวเลยทีเดียว

จากนั้นนำท่านชื่นชมความงดงามของศิลปะที่ “พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้วและกล่องดนตรี” (Otaru Music Box Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงและเชี่ยวชาญในเรื่องกล่องดนตรีมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เมื่อก้าวเข้าไปยังพิพิธภัณฑ์ท่านจะได้พบกับกล่องดนตรีมากมายกว่า 3,000 ชิ้น ตั้งโชว์เรียงรายและจำหน่ายให้แก่ผู้เข้าชม โดยกล่องดนตรีมีดีไซน์ให้เลือกหลากหลาย เริ่มตั้งแต่ดีไซน์แบบเบสิคอย่างรูปสัตว์ต่าง ๆ ไปจนถึงดีไซน์สุดเก๋อย่างอาหาร ชูชิ นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เปิดโอกาสให้ผู้เยี่ยมชมสามารถทำกล่องเพลงของตัวเองที่มีชิ้นเดียวบนโลก โดยสามารถเลือกเมโลดี้เพลงและกล่องเพลงได้เองอีกด้วย อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อเลือกชมสินค้าที่ผลิตจากเครื่องแก้วต่าง ๆ ติดไม้ติดมือฝากคนทางบ้าน

จากนั้นพาท่านเดินทางสู่ “ถนนซาไกมาจิ” (Sakaimachi Street) เป็นถนนที่ตั้งอยู่กลางเมืองโอตารุ โดยไม่ไกลจากคลองโอตารุ นับเป็นถนนที่มีเสน่ห์และเต็มเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์มาก ๆ เนื่องจากตัวถนนเองได้รับการอนุรักษ์มาอย่างดีเยี่ยมจนกลายมาเป็นถนนแหล่งช็อปปิ้งชื่อดังของเมืองโอตารุอย่างในปัจจุบันนี้ ในระหว่างช่วงพัฒนาฮอกไกโดปลายยุค 1800 ต้นยุค 1900 อาคารต่าง ๆ เป็นแบบสไตล์ตะวันตก ปัจจุบันได้รับการดัดแปลงเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก ร้านเสื้อผ้า และพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ มากมาย
จากนั้นสมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่เมือง “ซัปโปโร” (Sapporo) เมืองหลวงของเกาะฮอกไกโด ศูนย์กลางความเจริญอันดับ 5 ของญี่ปุ่น ผังเมืองซัปโปโรมีลักษณะคล้ายตารางหมากรุก ซึ่งแตกต่างจากบรรดาหมู่บ้านและเมืองทั่วไปในญี่ปุ่น ซึ่งได้รับคำแนะนำและพัฒนาจากผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกัน ดังนั้นผังเมืองจึงถูกออกแบบเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามพื้นฐานการวางผังเมืองของอเมริกา … เพื่อนำท่านเดินทางสู่ “ทานุกิโคจิ” ย่านช้อปปิ้ง ณ ถนนคนเดินในร่มอันเก่าแก่กว่า 130 ปีของเมืองซัปโปโร ที่มีความยาวกว่า 900 เมตร กับร้านค้ามากมายนับ 200 ร้านที่ให้ท่านเดินเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ อย่างจุใจ อาทิเช่น ร้านขายสินค้าของฝากต่าง ๆ ร้านรองเท้าและกระเป๋าราคาถูกที่มีให้เลือกหลากหลายแบบ ร้านขายเครื่องสำอาง ร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับสุนัข ร้านขายผลไม้พื้นเมืองร้านเกมส์ ร้านขายเสื้อผ้า ร้านอาหาร ฯลฯ

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (5)

ที่พัก : NEW OTANI INN SAPPORO HOTEL หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (6)

พาท่านเดินทางสู่ “ตลาดโจไก” (Jogai Market) ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองซัปโปโร เพราะมีร้านค้ามากกว่า 80 ร้าน เรียงรายตลอดบล็อกขึ้นไป ถือเป็นศูนย์กลางตลาดขายปลีกและขายส่งที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองก็ว่าได้ เพราะที่นี่ได้รวบรวมของกินเด็ด ๆ และอาหารทะเลสด ๆ มาจากทั่วทุกแห่งในจังหวัดฮอกไกโดมาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเลือกชิมกันอย่างมากมาย ภายในตลาดโจไกเต็มไปด้วยร้านขายอาหารทะเลสด เช่น ปู หอยเม่นทะเล ไข่ปลาแซลมอน ปลาหมึก หอยเชลล์ และผลผลิตอื่น ๆ ในท้องถิ่น เช่น ข้าวโพด แตงโม และมันฝรั่งตามฤดูกาล ราคาก็เหมาะสม ไม่แพงมากนัก โดยไฮไลท์ของตลาดโจไกที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงนั่นก็คือการเลือกซื้อปูสด ๆ ปูทั้งหลายจะถูกนำมาจัดเรียงวางขายอยู่ตามหน้าร้าน ราคาของปูส่วนใหญ่ก็จะไม่แพงมาก ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนัก นอกจากนี้ยังสามารถเลือกสั่งอาหารทะเลจากหน้าร้านมารับประทานกันสด ๆ ได้ทันทีอีกด้วย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “ศาลเจ้าฮอกไกโด” (Hokkaido Shrine) หรือเดิมชื่อ “ศาลเจ้าซัปโปโร” ศาลเจ้าฮอกไกโดสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1869 ภายหลังจักรพรรดิเมจิประกาศว่าเทพเจ้าผู้บุกเบิกทั้ง 3 องค์ได้รับการประดิษฐานเพื่อเชิดชูจิตวิญญาณของผู้บุกเบิก โดยผู้ออกแบบเมืองซัปโปโรในสมัยนั้นได้เลือกสวนมารุยามะ (Maruyama) เป็นที่ตั้งของศาลเจ้า ซึ่งล้อมรอบด้วยภูเขาทั้ง 3 ด้าน และอีกด้านหนึ่งเลือกเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าฮอกไกโดเพื่ออุทิศให้กับเทพเจ้าแห่งชินโต เพื่อจะได้รับพลังแห่งจิตวิญญาณแก่ผู้บุกเบิก ปัจจุบันได้ประดิษฐานเทพเจ้าจำนวนสี่องค์เพื่อคุ้มครองชาวฮอกไกโดให้มีความสงบสุข ผู้คนต่างหลั่งไหลมาขอพรในวันสำคัญต่าง ๆ อาทิเช่น วันปีใหม่ การจัดงานแต่งงาน อีกทั้งศาลเจ้าฮอกไกโดยังอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามและสามารถมาเที่ยวได้ทุกฤดู
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “อาคารที่ทำการรัฐบาลเก่า” (Former Hokkaido Government Office Building) เป็นอาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในไม่กี่อาคารของญี่ปุ่นในสมัยนั้น สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1888 สถาปัตยกรรมของอาคารนี้ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองซัปโปโร อาคารมีเอกลักษณ์เฉพาะก็จากการที่มีสไตล์การสร้างแนวอิฐแดง ภายในตกแต่งอย่างหรูหรา ด้านหน้ามีสัญลักษณ์ดาวห้าแฉก ธงรูปดาวเจ็ดแฉก ปัจจุบันถูกอนุรักษ์ไว้ให้เป็นสมบัติที่มีความสำคัญทางด้านวัฒนธรรมและสำหรับจัดงานเลี้ยงต้อนรับบุคคลที่สำคัญทางการเมืองของรัฐบาลญี่ปุ่น

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (7)

หลังอาหารกลางวันพาท่านเดินทางสู่ “พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร” (Sapporo Beer Museum) เปิดเป็นทางการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1987 โดยฮอกไกโดนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตเบียร์ครั้งแรกของประเทศญี่ปุ่น เมืองซัปโปโรจึงเป็นแหล่งผลิตที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นยี่ห้อที่นิยมที่สุดในประเทศ ในอดีตนั้นที่แห่งนี้เคยเป็นโรงกลั่นในช่วงยุคเมจิมาก่อน ต่อมาภายหลังจึงมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจนกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโรในปัจจุบัน ด้านในของพิพิธภัณฑ์จะจัดแสดงประวัติศาสตร์ในอุตสาหกรรมเบียร์และซัปโปโรเบียร์ ตั้งแต่บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนการผลิตเบียร์ และเครื่องมือสำหรับการต้มเบียร์
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “สวนสาธารณะโอโดริ” สวนที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร ซึ่งแยกเมืองออกเป็นสองฝั่งคือทางทิศเหนือและทิศใต้ มีที่จอดรถกว้างประมาณกิโลมตรครึ่ง กินพื้นที่ถึง 12 บล็อคของเมือง ในช่วงฤดูร้อนจะเป็นพื้นที่สีเขียวที่งดงาม และช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์จะเป็นสถานที่หลักในการจัดเทศกาลหิมะ ด้านทิศตะวันออกของสวนโอโดริ เป็นที่ตั้งของ ทีวีทาวเวอร์ซัปโปโร (Sapporo TV Tower) สูง 150 เมตร ซึ่งด้านบนมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวที่สวยงามของสวนสาธารณะแห่งนี้และเมืองโดยรอบ จุดชมวิวอยู่ที่ความสูง 90 เมตร ในช่วงกลางคืนทาวเวอร์จะเปิดไฟประดับประดาเพื่อความสวยงาม เป็นสถานที่ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของซัปโปโร (ไม่รวมค่าเข้าชม) และนำท่าน ผ่านชม “หอนาฬิกาโบราณ” สัญลักษณ์คู่เมืองซัปโปโรซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1878 ปัจจุบัน นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันมีค่าของชาวญี่ปุ่น ซึ่งยังคงบอกเวลาอย่างเที่ยงตรงมานานนับ 100 ปีทั้งยังได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นสมบัติล้ำค่าทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่นอีกด้วย

จากนั้นพาท่านเดินทางไปช้อปปิ้ง “ย่านสถานีซัปโปโร” (Sapporo Station) เป็นย่านที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง โดยรอบเต็มไปด้วยแหล่งช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยร้านค้าขายสินค้าให้เลือกช้อปกันแบบเพลิน ๆ โดยสถานีซัปโปโรนั้นถือได้ว่าเป็นสถานีรถไฟหลักของเมืองซัปโปโรด้วยความที่ทำเลที่ตั้งอยู่กลางเมืองเดินทางง่ายด้วยรถไฟ จึงกลายมาเป็นแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมของเมืองซัปโปโร โดยปกติแล้วพวกร้านค้าทั่ว ๆ ไปในย่านนี้ไปจะเปิด-ปิดประมาณ 10:00-21:00 น. ส่วนพวกร้านอาหารส่วนมากจะเปิด-ปิดประมาณ 11:00-21:30 น. อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งกันตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเดินทางช้อปปิ้งกันต่อที่ “เรร่า เอาท์เล็ท” (Chitose Outlet Mall Rera) เป็นห้างเอาท์เล็ทขนาดใหญ่ที่สุดของเกาะฮอกไกโดด้วยพื้นที่กว่าแสนตารางเมตร การเดินทางนั้นง่ายมากเพราะอยู่ติดกับสถานีรถไฟ JR เมื่อเข้ามาที่แห่งนี้แล้วท่านจะเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังหลากหลายทั้งแบรนด์ต่างประเทศและแบนด์ดังของญี่ปุ่น และสินค้าดีราคาพิเศษที่มีให้เลือกกว่า 130 ร้านค้า ซึ่งมีทั้งสินค้าสำหรับสุภาพบุรุษ สุภาพสตรีและเด็ก เสื้อผ้า อุปกรณ์ กีฬา นาฬิกา รองเท้า ฯลฯ ให้ท่านได้ช้อปปิ้งซื้อของฝากกลับบ้านกันตามอัธยาศัย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (8)

ที่พัก : AIR TERMINAL HOTEL หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (9)
(กรุณาตรวจสอบสัมภาระให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมเดินทางไปสนามบิน)
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ “สนามบินชิโตเซ่”

10:00 เดินทางจาก สนามบินชิโตเซ่ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบิน TG 671

15:50 ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

หมายเหตุ : รายการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาวะอากาศ, การเมือง, สายการบินเป็นต้น

 

ค่าทัวร์ต่อท่าน

รายละเอียด ราคา (บาท)

จองเลย โปรแกรมทัวร์ กลับไปหน้าที่แล้ว