• กรุ๊ปทัวร์ แพคเกจทัวร์ บริการจัดทัวร์ตามไลฟ์สไตล์
  • Mobile: 085 149 3941 (DTAC) - 084 139 9305 (TRUE)
  • Email: info@AlwaysVacationTour.com
นิวซีแลนด์

Best of New Zealand Self-Drive 14 Days 13 Nights

รหัสทัวร์
Best of New Zealand Self-Drive
ประเทศ
นิวซีแลนด์
ระยะเวลา
14 วัน 13 คืน
วันที่
01 ม.ค. - 31 ธ.ค. 2026
การเดินทาง
เดินทางเอง Self Drive
เริ่มต้นที่

77,400 บ.

ไฮไลท์ทัวร์

Auckland (โอ๊คแลนด์) – Rotorua (โรโตรัว) – Napier (เนเปียร์) – Wellington (เวลลิงตัน) – Blenheim (เบลนเนม) – Greymouth (เกรย์เมาธ์) – Glacier Region (เขตธารน้ำแข็ง) – Queenstown (ควีนส์ทาวน์) – Mt Cook (เมาท์คุก) – เทคาโป (Tekapo) – Christchurch (ไครสต์เชิร์ช)

เริ่มต้นที่ 77,400 บาท ต่อท่าน (สำหรับคณะ 4 ท่าน)

โปรแกรมการเดินทาง

รับรถเช่าที่สนามบินโอ๊คแลนด์และขับรถไปยังที่พัก โดยเมืองโอ๊คแลนด์เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ระหว่างท่าเรือสองแห่ง โดยมีชายหาดทรายละเอียดที่เงียบสงบทางฝั่งตะวันออก และชายหาดทรายดำที่มีคลื่นแรงทางฝั่งตะวันตก และเมืองนี้รายล้อมด้วยน่านน้ำสีฟ้าใสที่มีหมู่เกาะสีเขียวมรกตกระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณ

พักค้างคืน ณ โอ๊คแลนด์ (Auckland)

ออกเดินทางจากโอ๊คแลนด์ มุ่งหน้าสู่ไวโตโม (Waitomo) เพื่อชมทิวทัศน์เนินเขาเขียวขจี และเข้าชมถ้ำใต้ดินที่เต็มไปด้วยแสงระยิบระยับจากหนอนเรืองแสง จากนั้นเดินทางต่อไปยังมาทามาท่า ( Matamata)
เพื่อชมบ้านฮอบบิทที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สวน และบ่อน้ำที่เหมือนกับในภาพยนตร์ หลังจากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองโรโตรัว (Rotorua) เมืองที่ถูกล้อมรอบด้วยภูมิประเทศพลังความร้อนใต้พิภพ มีทั้งน้ำพุร้อนและบ่อโคลนเดือด นอกจากนี้ ยังเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยตำนาน ความเชื่อ และเรื่องเล่าทางวัฒนธรรมของชาวเมารี

พักค้างคืน ณ โรโตรัว (Rotorua)

เมืองโรโตรัวรายล้อมด้วยภูมิประเทศความร้อนใต้พิภพที่น่าตื่นตาตื่นใจ เต็มไปด้วยช่องไอน้ำ บ่อน้ำพุร้อนที่ปะทุ และบ่อโคลนเดือด ซึ่งตั้งอยู่ข้างทะเลสาบน้ำจืดและผืนป่าพื้นเมือง ภูมิภาคนี้ยังเต็มไปด้วยตำนานและเรื่องเล่าของชาวเมารีที่น่าหลงใหล ช่วงบ่ายคุณจะได้ไปเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยา พร้อมทัวร์นำชมสถาบันศิลปะและหัตถกรรมเมารี ศูนย์อนุรักษ์นกกีวี และหุบเขาพลังงานความร้อนใต้พิภพ จากนั้นเพลิดเพลินกับอาหารค่ำแบบฮังกิ (Hangi Dinner) ที่มองเห็นวิวหุบเขาและน้ำพุร้อน ก่อนจะชมการแสดงวัฒนธรรม 40 นาที ปิดท้ายค่ำคืนด้วยช็อกโกแลตร้อนและพุดดิ้งบนระเบียงใกล้น้ำพุร้อน

พักค้างคืน ณ โรโตรัว (Rotorua)

วันนี้คุณจะได้เห็นทิวทัศน์หลากหลายตลอดเส้นทางขับรถจากทะเลสาบเทาโป (Lake Taupo) ไปยังเนเปียร์ การเดินทางจะผ่านภูมิประเทศภูเขาไฟ ป่าไม้เขียวชอุ่ม เนินเขาสูงชัน หุบเขาสวยงาม ที่ราบเรียบ และทัศนียภาพอันกว้างใหญ่ โดยเนเปียร์เป็นเมืองริมทะเลที่มีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรมอาร์ตเดโค หลังแผ่นดินไหวใหญ่ในปี 1931 เมืองถูกสร้างใหม่ทั้งหมด จนกลายเป็นแหล่งรวมอาคารยุค 1930 ที่สวยงามและมีลวดลายเมารีผสมผสานอย่างลงตัว ปัจจุบันเมืองนี้เหมือนแคปซูลเวลา ที่พาคุณย้อนกลับไปสัมผัสบรรยากาศในอดีต พร้อมทัวร์นำชมประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม

พักค้างคืน ณ เนเปียร์ (Napier)

การเดินทางจะผ่านช่องเขา Manawatu Gorge ที่สวยงาม หรือหุบเขา Tuki Tuki Valley และแหล่งไวน์ Wairarapa เพื่อไปถึงเมืองเวลลิงตัน รู้จักกันในชื่อของ “เวลลิงตัน เมืองแห่งสายลม” เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่างอ่าวระยิบระยับและเนินเขาเขียวชอุ่ม เมืองนี้เหมาะแก่การเดินเที่ยว เพราะมีทั้งแหล่งช้อปปิ้ง ศิลปะ วัฒนธรรม คาเฟ่ และร้านอาหาร อยู่ใกล้กับธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์ แนะนำท่านเพิ่มทัวร์นำชมที่ Te Papa Museum เพื่อเข้าใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของนิวซีแลนด์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

พักค้างคืน ณ เวลลิงตัน (Wellington)

เกาะเหนือและเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ถูกแบ่งโดยการเดินทาง 3 ชั่วโมงที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์งดงามและสายลมทะเลสดชื่น เมื่อเรือเฟอร์รี่ออกเดินทางจากเวลลิงตัน ล่องข้ามช่องแคบคุก ผ่านชายหาด อ่าว และเวิ้งน้ำที่สวยงามของ Marlborough Sounds ไปยังเมืองท่าเก่าแก่สำคัญอย่างพิคตัน เป็นประตูสู่ Marlborough Sounds ซึ่ง Marlborough มีทั้งภูเขาขรุขระและที่ราบอุดมสมบูรณ์ พร้อมมอบประสบการณ์ทั้งสายน้ำ ป่าเขา และไวน์เลิศรส จากนั้นเพียงขับรถไม่นานก็ถึงใจกลางเมืองเบลนเนมที่เล็กและอบอุ่น ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงระดับโลก

พักค้างคืน ณ เบลนเนม (Blenheim)

เส้นทาง Pacific Coast Road สู่เมืองไครสต์เชิร์ชถือเป็นหนึ่งในการขับรถที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของนิวซีแลนด์ โดยมีภูเขาสูงตระหง่านอยู่ด้านหนึ่ง และมหาสมุทรที่ซัดกระหน่ำอยู่อีกด้านหนึ่ง เมืองไคคูร่าเป็นเมืองชายทะเล ตั้งอยู่กึ่งกลางเส้นทาง โดยมีเทือกเขาสูงสง่าเป็นฉากหลัง ภูมิศาสตร์ทางทะเลที่เป็นเอกลักษณ์สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับวาฬสเปิร์มและสัตว์ทะเลชนิดอื่น ๆ จากนั้นเดินทางไปยังไครสต์เชิร์ช เมืองที่มีชีวิตชีวาและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ พร้อมสวนสาธารณะและสวนดอกไม้ในเมืองที่เข้ากับแม่น้ำเอวอนที่ไหลคดเคี้ยวอย่างงดงาม

พักค้างคืน ณ ไครสต์เชิร์ช (Christchurch)

ออกเดินทางจากไครสต์เชิร์ช มุ่งหน้าสู่เกรย์เมาธ์เมืองใหญ่ที่สุดของฝั่งตะวันตก ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเกรย์ (Grey River) เป็นศูนย์กลางการเดินทางสำคัญของภูมิภาค มีประวัติศาสตร์การทำเหมืองทองคำและถ่านหิน เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางรถไฟสาย TranzAlpine ที่ขึ้นชื่อว่างดงามที่สุดสายหนึ่งของโลก และยังเป็นประตูสู่การผจญภัยใน West Coast อีกด้วย ระหว่างทางจะผ่านที่ราบแคนเทอร์เบอรี (Canterbury Plains) ที่อุดมสมบูรณ์ราวผืนผ้าใบสีเขียว ผ่านทิวทัศน์ตระการตาของ Arthurs Pass National Park ก่อนเข้าสู่ฝั่งตะวันตกของนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ป่าไม่ถูกรบกวน มีชื่อเสียงในด้านแม่น้ำ ป่าฝน ธารน้ำแข็ง และสมบัติทางธรณีวิทยา

พักค้างคืน ณ เกรย์เมาธ์ (Greymouth)

ออกเดินทางจากเกรย์เมาธ์ สู่เขตธารน้ำแข็ง ภูมิอากาศอบอุ่นและระดับความสูงที่ไม่มาก ทำให้ Fox Glacier และ Franz Josef Glacier เป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่เข้าถึงง่ายที่สุดในโลก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเยือนได้สะดวกโดยไม่ต้องใช้เวลาปีนเขาหรือเดินทางไกลเหมือนธารน้ำแข็งอื่น ๆ หุบเขาสูงชันที่โอบล้อมธารน้ำแข็ง ยังบอกเล่าเรื่องราวการรุกและถอยของน้ำแข็งตลอดหลายพันปี ร่องรอยที่ปรากฏคือหลักฐานว่ายุคน้ำแข็งยังคงดำเนินอยู่ ที่นี่ไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่คือการได้สัมผัสปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ยังมีชีวิต แนะนำกิจกรรมการขึ้นบินชมวิวเหนือธารน้ำแข็งพร้อมลงจอดบนธารน้ำแข็ง และการเดินไต่ธารน้ำแข็ง เพื่อเติมเต็มการเดินทางและสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์ที่ต้องทำให้ได้สักครั้งในชีวิต

พักค้างคืน ณ เขตธารน้ำแข็ง (Glacier Region)

วันนี้คุณจะได้เดินทางผ่านเมืองเล็กกลางธรรมชาติ น้ำตก และทิวทัศน์ริมแม่น้ำ บนเส้นทางสู่ Queenstown เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของนิวซีแลนด์ เราแนะนำให้แวะพักที่ Blue Pools แห่ง Makarora เพื่อยืดเส้นยืดสายและดื่มด่ำกับน้ำใสสีฟ้ามรกตที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งกลางป่า เมื่อถึงควีนส์ทาวน์และเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว อย่าพลาดการขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขา Bob’s Peak เพื่อชมวิวพาโนรามาอันตระการตาที่ทอดไกลเหนือเมืองควีนส์ทาวน์ และหากต้องการเพิ่มความสนุกสนาน แนะนำใส่ Luge Ride ลงในลิสต์ของคุณ เพื่อประสบการณ์ที่น่าจดจำ

พักค้างคืน ณ ควีนส์ทาวน์ (Queenstown)

ควีนส์ทาวน์เป็นเมืองรีสอร์ตอัลไพน์ที่รายล้อมด้วยภูเขาสูงตระหง่านและทิวทัศน์งดงาม ด้วยภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่กว้างใหญ่และหลากหลาย จึงได้รับการขนานนามว่า “เมืองหลวงแห่งการผจญภัยของโลก”อิสระพักผ่อนและเที่ยวชมเมืองตามอัธยาศัย หรือสามารถเลือกทำกิจกรรมเสริมต่างๆ ที่มีให้เลือกมากมายได้อย่างอิสระ
แนะนำให้คุณปล่อยให้คนอื่นขับรถแทน เพื่อที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับทิวทัศน์ตลอดเส้นทาง โดยสามารถเลือกทัวร์เสริมแบบไปเช้าเย็นกลับสู่ Milford Sound (ไม่รวมอยู่ในค่าแพ็กเกจหลัก)

พักค้างคืน ณ ควีนส์ทาวน์ (Queenstown)

วันนี้คุณจะได้ออกเดินทางสู่ดินแดนมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ผ่านทุ่งหญ้าสีทอง (Golden Tussocks) เทือกเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ และทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ที่งดงาม เส้นทางจะพาคุณเลียบชายฝั่งของ ทะเลสาบปูกากิ (Lake Pukaki) ทะเลสาบน้ำแข็งที่มีสีฟ้าใสสะท้อนแสงแดดอย่างน่าตื่นตา ก่อนเข้าสู่ดินแดนแห่งน้ำแข็งและหินผา ซึ่งเป็นบ้านของเมาท์คุก (Aoraki/ Mt Cook) ยอดเขาที่สูงที่สุดในนิวซีแลนด์ซึ่งมีความสูง 3,724 เมตร และเป็นสัญลักษณ์แห่งการผจญภัยของประเทศ

พักค้างคืน ณ เทคาโป (Tekapo) หรือเมาท์คุก (Mt Cook)

วันนี้คุณจะได้เข้าชม Dark Sky Project เพื่อทำความเข้าใจความมหัศจรรย์ของท้องฟ้ายามค่ำคืนและดวงดาวที่ส่องประกายเหนือทะเลสาบเทคาโป ระหว่างทางควรหยุดพักที่ทะเลสาบเทคาโป เพื่อชมโบสถ์เล็ก ๆ อันโด่งดัง Church of the Good Shepherd ที่ตั้งตระหง่านริมทะเลสาบสีฟ้าใสซึ่งเกิดจากน้ำแข็งละลาย จากนั้นเดินทางต่อไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านแม่น้ำสายแยกและที่ราบคุ้นตา ซึ่งจะเป็นสัญญาณว่ากำลังเข้าสู่เมือง Christchurch ซึ่งเป็นประตูสู่เกาะใต้ เมืองตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและเทือกเขาแอลป์ทางตอนใต้ที่ปกคลุมด้วยหิมะ เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยมีสวนสาธารณะและสวนหย่อมในใจกลางเมืองที่เชื่อมต่อกันอย่างสวยงามด้วยแม่น้ำเอวอน (Avon River) ที่คดเคี้ยว

พักค้างคืน ณ ไครสต์เชิร์ช (Christchurch)

สิ้นสุดการเดินทาง นำรถเช่าคืนที่สนามบินไครสต์เชิร์ชและเดินทางกลับ

ราคานี้รวม

  • รถเช่า 13 วัน พร้อมประกันความเสียหายส่วนเกินเป็นศูนย์หรือในอัตราที่ลดลง
  • ที่พัก 13 คืน
  • นั่งเรือชมแสงสีฟ้าอมเขียวระยิบระยับของหนอนเรืองแสงที่ไวโตโม
    ทัวร์ชมสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Lord of the Rings และ The Hobbit
  • ทัวร์วันเดียวพร้อมไกด์ Te ra
  • ประสบการณ์ยามเย็นพื้นเมือง Te Po
  • บริการเรือข้ามฟากจากเกาะเหนือไปยังเกาะใต้
  • นั่งกระเช้าลอยฟ้าที่ชันที่สุดในซีกโลกใต้เพื่อชมวิวพาโนรามาแบบ 360 องศาของเมืองควีนส์ทาวน์
  • ประสบการณ์ชมดาวและดาราศาสตร์เสมือนจริง ศูนย์แอนตาร์กติกนานาชาติ

ราคานี้ไม่รวม

สอบถาม/สำรองที่นั่งได้ที่

Line: @AlwaysVacation
FB: Always Vacation
02-192-5281
061-961-6416
085-149-3941

จองเลย โปรแกรมทัวร์ กลับไปหน้าที่แล้ว